ในงานเลี้ยงพรรคร่วมรัฐบาล ที่สโมสรราชพฤกษ์ เมื่อวันที่ 8 มีนาคมที่ผ่านมา มีผู้ร่วมโต๊ะทั้งสิ้น 10 คน ประกอบด้วย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย นายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ รมว.สาธารณสุข หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว. คมนาคม เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯ และ รมว.พาณิชย์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นายนิพนธ์ บุญญามณี รมช.มหาดไทย รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายประภัตร โพธสุธน รมช.เกษตรและสหกรณ์และเลขาธิการพรรคชาติไทยพัฒนา
วงสนทนากล่าวถึงปัญหาต่างๆ แต่ไม่ได้เอ่ยถึงการยุบสภาหรือปรับคณะรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ขอให้พรรคร่วมรัฐบาลระมัดระวังเรื่องเสียงในรัฐสภา และสอบถามสถานการณ์การเมือง โดย พล.อ.ประวิตรยืนยันว่าพรรคเศรษฐกิจไทยสนับสนุนรัฐบาล อาจมีปัญหามีเสียงเดียว คือ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า อดีต รมช.เกษตรและสหกรณ์ อย่างไรก็ตาม ต่อมามีข่าวจากนายไผ่ ลิกค์ ส.ส.กำแพงเพชร พรรคแกนนำพรรคเศรษฐกิจไทย ชี้แจงว่า ทางพรรคได้สอบถาม พล.อ.ประวิตรแล้ว พล.อ.ประวิตร ยืนยันไม่ได้พูดอย่างที่เป็นข่าว ส่วนการอภิปรายไม่ไว้วางใจก็ไม่ต้องไปกลัวฝ่ายค้านจะพูดอะไร หากไม่ได้ทำอะไรอย่างที่ฝ่ายค้านพูด ทั้งนี้ สำหรับพรรคเศรษฐกิจไทย ยังย้ำจุดยืนเดิมคือยึดประโยชน์และความต้องการของพี่น้องประชาชนเป็นหลัก
ความแตกร้าวระหว่าง ร.อ.ธรรมนัส กับ พล.อ.ประยุทธ์ ยังแก้ไม่ตก และเป็นเรื่องที่สังคมรู้ดี แม้ พล.อ.ประวิตรยืนยันว่าพรรคเศรษฐกิจไทยสนับสนุนรัฐบาล แต่ก็มีการประเมินโดยตลอดว่า หากเกิดการอภิปรายไม่ไว้วางใจ คะแนนเสียงของพรรคเศรษฐกิจไทย อาจสร้างปัญหาให้กับ พล.อ.ประยุทธ์ได้ เพราะรัฐบาลเองมีเสียงเกินครึ่งไม่มากนัก และต้องจับตากันต่อไปว่า พล.อ.ประยุทธ์ ซึ่งพยายามกระชับเอกภาพพรรคร่วมรัฐบาล จะดำเนินการอย่างไรต่อไป จะดึงพรรคเศรษฐกิจไทยกลับเข้ามาร่วมรัฐบาล โดยปรับ ครม.มอบตำแหน่งรัฐมนตรีให้ หรือจะเดินหน้าต่อไปโดยไม่มีพรรคเศรษฐกิจไทยร่วมอยู่ด้วย

