หน้าแรก บทความ บทนำ : ใช้ กม...

บทนำ : ใช้ กม.สกัด

26.03.22 | 09:09 น.
บทนำ : ใช้ กม.สกัด คณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ 4 ม.ค.2565

คณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ 4 ม.ค.2565 เห็นชอบร่างพระราชบัญญัติการดำเนินกิจกรรมขององค์กรไม่แสวงหากำไร พ.ศ. … ที่คณะกรรมการกฤษฎีกาได้ยกร่าง และมอบให้กระทรวงการพัฒนาสังคมฯ เป็นเจ้าภาพรับร่างไปเปิดรับฟังความคิดเห็นและวิเคราะห์ผลกระทบ จะครบกำหนดรับฟังความคิดเห็นในวันที่ 25 มี.ค. เตรียมส่งสภาพิจารณาต่อไป โดยมีเสียงวิจารณ์ว่าร่างกฎหมายดังกล่าวต้องการควบคุมองค์กรภาคประชาชนและเอ็นจีโอ โดยกำหนดวิธีการต่างๆ เพื่อตรวจสอบและควบคุมมากมาย

นางอังคณา นีละไพจิตร อดีตกรรมการสิทธิฯ นักเคลื่อนไหวด้านสิทธิมนุษยชน เสนอความเห็นท้วงติงที่น่ารับฟังผ่านเฟซบุ๊กว่า รัฐบาลควรถอนร่างกฎหมายฉบับนี้ เนื่องจาก นิยามองค์กรไม่แสวงหากำไรขาดความชัดเจน อาจเกิดการตีความอย่างกว้างขวาง กระทบอย่างมากถึงสิทธิการรวมกลุ่มขององค์กรภาคประชาชนในท้องถิ่น (Local NGOs) ซึ่งรวมตัวกันเพื่อทำกิจกรรมต่างๆ เพื่อปกป้องประโยชน์สาธารณะ ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้แม้มีบางมาตราที่กล่าวถึงการส่งเสริมและพัฒนาองค์กรพัฒนาเอกชน แต่เนื้อหาส่วนใหญ่เป็นการควบคุมและกำกับมากกว่าสนับสนุนและส่งเสริม อาจส่งผลให้องค์กรพัฒนาเอกชนไม่สามารถทำงานได้อย่างอิสระ อีกทั้งมีบทลงโทษที่รุนแรง อาจเป็นอุปสรรคต่อการดำเนินงานขององค์กรพัฒนาเอกชน เช่น การมีกำหนดโทษปรับในวงเงินสูง

ร่างกฎหมายนี้ยังระบุว่า ข้อจำกัดในการทำกิจกรรมใช้ภาษาที่กว้าง เปิดโอกาสให้ใช้ดุลพินิจตีความ อาจเกิดการตีความอย่างแคบ และเป็นข้อจำกัดในการทำงานขององค์กรพัฒนาเอกชนจนถึงขั้นยุติดำเนินงานได้ ข้อกำหนดเรื่องการรับเงินอุดหนุน หรือเงินบริจาคต่างประเทศ อาจส่งผลกระทบต่อองค์กรพัฒนาเอกชนในวงกว้าง รวมถึงองค์กรศาสนา สถาบันการศึกษา ธุรกิจ และองค์กรที่ให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมต่างๆ อาจส่งผลกระทบต่อมาตรฐานขององค์การเพื่อความร่วมมือและการพัฒนาทางเศรษฐกิจ (Organization for Economic Co-Operation and Development-OECD) ซึ่งไทยเป็นสมาชิก เนื่องจากมีหลายองค์กรที่ทำงานต่อต้านการค้ามนุษย์ ตรวจสอบธุรกิจที่ละเมิดสิทธิมนุษยชน นอกจากนี้ ยังขัดต่อปฏิญญาสหประชาชาติที่รัฐต้องสนับสนุนนักปกป้องสิทธิมนุษยชน รัฐบาลควรถอนร่าง พ.ร.บ.จนกว่าจะมีรัฐบาลที่เป็นประชาธิปไตย และสิทธิเสรีภาพ และเสียงของประชาชนได้รับความเคารพ