หน้าแรก บทความ ภาพเก่าเล่าตำ...

ภาพเก่าเล่าตำนาน : ‘เสี่ยหมี’…โรมัน อับราโมวิช โดย พลเอก นิพัทธ์ ทองเล็ก

4.04.22 | 13:48 น.

มีข้อมูลว่า สุภาพบุรุษมหาเศรษฐีผู้นี้ คือ “คนสนิท-ตัวจริง” ของประธานาธิบดี ปูติน

ขณะนี้…กลายเป็นคนสำคัญในการพูดคุยเพื่อ “หยุดยิง”

“โอลิการ์ก” (Oligarch) คือกลุ่มมหาเศรษฐีที่มีความสนิทชิดเชื้อกับผู้นำ-ผู้มีอำนาจในประเทศรัสเซีย สร้างผลประโยชน์ให้กันและกัน กลายเป็นผู้มีอิทธิพล บารมีในรัสเซีย

คนกลุ่มนี้…จะได้รับมอบโอกาสให้ทำธุรกิจวงเงินมหากาฬของรัฐ เข้านอก-ออกใน พบปะ ติดต่อคนสำคัญของรัฐบาลรัสเซีย

ใครก็ตามที่ไต่เต้าขึ้นมาเป็น Oligarch พวกเขาก็มีสิทธิที่จะร่ำรวยกันไปหลายชั่วอายุคน

Advertisement

โรมัน อับราโมวิช มีคุณสมบัติเป็น Oligarch เต็มตัว

เค้าเป็นใคร…มาจากไหน ทำไมถึงรวยล้นฟ้า

โรมัน อับราโมวิช เกิดเมื่อ 24 ตุลาคม พ.ศ.2509 ที่เมืองซาราตอฟ (Saratov) ทางตะวันตกเฉียงใต้ของรัสเซีย ห่างจากชายแดนยูเครนไม่กี่ร้อยไมล์ …ครอบครัวมีเชื้อสายยิว

มารดาชื่อนาง อีรีนา (Irina) เสียชีวิตจากโลหิตเป็นพิษเมื่อเขาอายุได้ 1 ขวบ และพ่อของเขาเสียชีวิตในอีก 2 ปีต่อมาหลังจากเกิดอุบัติเหตุกับเครนในงานก่อสร้าง

ญาติพี่น้องช่วยกันอุ้มชูดูแล ต้องย้ายไปอยู่เมือง “โคมิ” ที่แสนจะหนาวเย็น ทางตะวันตกเฉียงเหนือของรัสเซีย

อายุ 16 ปี เรียนจบระดับมัธยม…ออกจากโรงเรียน ไปทำงานเป็นช่างเครื่องและถูกเกณฑ์เข้าเป็นทหารในกองทัพแดง

ค้นพบว่าตนเองมีทักษะทางการค้าขาย ออกจากกองทัพไปเป็นพ่อค้าขายของเล่นพลาสติกในมอสโก

ก่อตั้งสหกรณ์ชิ้นส่วนยานยนต์ เข้าเรียนที่สถาบันน้ำมันและก๊าซ Gubkin ในมอสโก จากนั้นจึงไปทำงานแลกเปลี่ยนสินค้ากับบริษัท Runicom ซึ่งเป็นบริษัทการค้าของสวิตเซอร์แลนด์

นิตยสารไทม์ระบุว่า… “โรมัน อับราโมวิช ใช้คอนเน็กชั่นที่เคยสร้างไว้สมัยถูกเกณฑ์ทหารไปหาเส้นทางธุรกิจใหม่นั่นคือ การค้าน้ำมัน โดยมีลูกค้าเป็นหน่วยงานของรัฐเอง”

ได้มีโอกาสติดต่อกับ “ผู้ใหญ่ใจดี” มีคอนเน็กชั่นแน่นปึ้ก

อับราโมวิช เชื่อว่าความสำเร็จส่วนใหญ่ของเขามาจากการอุปถัมภ์ของ บอริส เบเรซอฟสกี (Berezovsky) เจ้าสัวน้ำมัน ซึ่งแนะนำให้เขารู้จักจากคนวงในของนายบอริส เยลต์ซิน ผู้นำสูงสุดของรัสเซียในปี พ.ศ.2539

เขาได้เข้าร่วมคณะกรรมการบริหารของ Sibneft ซึ่งเป็นบริษัทถือครองน้ำมันที่ทรงคุณค่าที่สุด และต่อมาได้รับการแต่งตั้งให้ดูแลสำนักงานในกรุงมอสโก

โชคชะตาพลิกผันทะยานขึ้น…

ในปี พ.ศ.2543 นายเบเรซอฟสกีไม่เห็นด้วยกับระบอบใหม่ และแนวคิดของปูติน

อับราโมวิช ที่ปูตินหนุนหลังอยู่…ผู้มีฝีปากในการต่อรองที่ช่ำชอง ไม่ปล่อยให้ “โอกาสทอง” ผ่านไปง่ายๆ

เขาต่อรองกับบอริส เบเรซอฟสกี นักการเมืองเบอร์ใหญ่ของรัสเซีย เจ้าพ่อน้ำมัน โดยสามารถเข้ายึดบริษัทแห่งนี้ และยังไปควบคุมเครือข่ายโทรทัศน์ที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ

นักธุรกิจหนุ่ม…ขยายอาณาจักรของเขาเพื่อก่อตั้งบริษัท Russian Aluminium มูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ โดยการสนับสนุนของผู้ใหญ่

ผู้ใหญ่ในมอสโก แต่งตั้งให้เขาเข้าไปสู่ “การเมือง”

พ.ศ.2543 สภาดูมา (State Duma) แต่งตั้งให้เขาเป็นผู้ว่าการภูมิภาค ชูคอตคา (Chukotka) ที่แสนจะกันดารแร้นแค้น

เศรษฐีหนุ่ม…ใช้เงินหลายสิบล้านดอลลาร์เพื่อสร้างบ้านให้ประชาชน ซุปเปอร์มาร์เก็ต โรงแรม และโรงภาพยนตร์

กลายเป็นบุคคลยอดนิยม หลังจากใช้เงินส่วนตัวในการบริการสังคม แต่ก้าวลงจากตำแหน่งในปี พ.ศ.2551

มีข้อมูลว่า…แรงจูงใจที่แท้จริงของเขาคือ การเข้าไปบริหารควบคุมทรัพยากรธรรมชาติของภูมิภาคนี้ ฝีมือจัดจ้าน จัดการเชิงธุรกิจแบบชาญฉลาด

ธุรกิจค้าอะลูมิเนียม ทำงาน-ทำเงินได้เป็นกอบเป็นกำ พร้อมทั้งดูแลผู้มีอำนาจให้ได้รับความมั่งคั่งมหาศาลพร้อมกันไป

ในช่วงเวลานั้น ในเมืองใหญ่มีปัญหาฆาตกรรมสูงมาก เพ่งเล็งไปที่บุคคลผู้มีอันจะกิน เศรษฐี อับราโมวิชต้องระวังตัวเป็นพิเศษ

เขาได้พิสูจน์ความแข็งแกร่งของตัวเองต่อไป โดยมีการคุ้มกันในระดับสูงสุดจากบอดี้การ์ด

ทรัพย์สิน เงินมหาศาลของอับราโมวิช นำไปฝากไว้ในอังกฤษ

ทำงานอะไรก็ร่ำรวยได้กำไรไปหมด ธุรกิจการค้าโดยเฉพาะ “น้ำมัน” สร้างอำนาจ บารมีให้เปล่งปลั่ง รุ่งโรจน์ โด่งดัง

เป็นที่คุ้นเคยของนักการเมือง นายทหาร ตำรวจ เจ้าหน้าที่หน่วยข่าวกรอง KGB อันทรงอิทธิพล

กลายเป็น “คู่คิด-คนสนิท” ของประธานาธิบดีบอริส เยลต์ซิน โดยเป็นผู้เล่นอยู่เบื้องหลังฉากการเมืองที่ขับเคี่ยวกันอย่างหนักในมอสโก…ถึงขนาดมีที่พักส่วนตัวในทำเนียบเครมลิน

(บอริส เยลต์ซิน คือ ประธานาธิบดีของสหภาพโซเวียต ผู้เน้นการปฏิรูปประเทศ ริเริ่ม และสนับสนุนการแบ่งแยกสหภาพโซเวียตออกเป็น 15 ประเทศย่อยในปี พ.ศ.2532)

เมื่อบอริส เยลต์ซิน ลาออกในปี พ.ศ.2542 มีรายงานว่า นายอับราโมวิชเป็นหนึ่งในผู้ที่ให้การสนับสนุนนายกรัฐมนตรีและอดีตสายลับเคจีบี ชื่อ วลาดิมีร์ ปูติน ขึ้นมาเป็นผู้สืบทอดอำนาจในรัสเซีย

ความมั่งคั่ง อำนาจ เงินตรา ของมหาเศรษฐี ปูทาง-วางตัวสร้างอนาคตให้กับผู้มีอำนาจหลายคนในมอสโก

ปี พ.ศ.2546 สุภาพบุรุษชาวรัสเซีย ซึ่งถูกกล่าวขานอย่างกว้างขวางว่าเป็นคนเงียบขรึมและขี้อาย ชื่อนายอับราโมวิช สร้างชื่อเสียงให้ตัวเองในวงการฟุตบอล เมื่อเขาซื้อทีมฟุตบอลเชลซี ซึ่งเป็นสโมสรที่ใหญ่ที่สุดของลอนดอนตะวันตกด้วยมูลค่า 140 ล้านปอนด์

เป็นข่าวใหญ่ไปทั่วโลก…

อับราโมวิช แสดงฝีมือในการจัดการทีมฟุตบอล… ภายใต้การบริหารของ โชเซ่ มูรินโญ่ และคนอื่นๆ ความมั่งคั่งของเขาช่วยให้เชลซีคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก 5 สมัย แชมเปี้ยนส์ลีก 2 สมัย และเอฟเอ คัพ 5 สมัย กิจการฟุตบอลเติบโต

อับราโมวิช… มีปรัชญาในการทำงานที่แสนง่าย คือ “ไปหาคนเก่งที่สุดมาทำงานให้สำเร็จ ในทุกภารกิจ…”

นอกจากซื้อทีมฟุตบอลแล้ว ยังทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในลอนดอน …ให้เติบโตมีมูลค่ามากกว่า 150 ล้านปอนด์

ผู้มีอำนาจ ผู้มีเงินในลอนดอนหันมาติดต่อ ทำงานด้วย

ไปซื้อแฟลตในเมืองเชลซี ไปซื้อฟาร์มปศุสัตว์ในรัฐโคโลราโด อเมริกา ไปซื้อบ้านพักตากอากาศที่ริเวียร่าในฝรั่งเศส (French Riviera)

แน่นอนที่สุด คือ ความสนิทสนมไม่เคยห่างหายไปกับประธานาธิบดีปูติน

24 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2565 ปูตินสั่งกองทัพบุกประเทศยูเครน เกิดการสู้รบดุเดือด กลุ่มสหภาพยุโรป กลุ่มนาโต ออกคำสั่งลงโทษคว่ำบาตรรัสเซียทางเศรษฐกิจ ยึดทรัพย์สินของทางการรัสเซียและชาวรัสเซีย

การคว่ำบาตร “เป็นความพยายามที่จะโดดเดี่ยวประธานาธิบดีปูตินออกจากคนรอบตัว” โดยผู้ที่มีรายชื่ออยู่ในกลุ่มนี้รวมถึง นายอิกอร์ เซชิน มือขวาของนายปูติน และนายโอเลก เดริปาสกา ซึ่งมหาเศรษฐีทั้ง 7 ของรัสเซีย ฝากทรัพย์สินไว้ในอังกฤษ

อังกฤษคว่ำบาตรเศรษฐีรัสเซีย… “เสี่ยหมี” โรมัน อับราโมวิช โดนด้วย… ถูกยึดทรัพย์ทั้งหมด

10 มีนาคม พ.ศ.2565 สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานว่า รัฐบาลอังกฤษได้แถลง “เพิ่มรายชื่อ” เศรษฐีรัสเซียผู้ใกล้ชิดเครมลิน 7 ราย ในมาตรการคว่ำบาตรพร้อมอายัดทรัพย์สินเพิ่มเติม

โดย 1 ใน 7 รายชื่อที่ถูกแบล๊กลิสต์มีชื่อของ อับราโมวิช ที่เพิ่งประกาศขายทีมเชลซีให้กับมหาเศรษฐีนักลงทุนรายอื่น

สําหรับสโมสรฟุตบอลเชลซี รัฐบาลอังกฤษ “ระงับการขาย” ทีมเชลซี รัฐบาลอังกฤษระบุว่า จะยังอนุญาตให้ทีมลงแข่งขันตามกำหนดต่อไปได้

จ่ายเงินให้กับพนักงาน และเปิดให้ผู้ถือตั๋วเข้าชมการแข่งขันได้ เนื่องจากไม่ได้ต้องการทำร้ายแชมป์ฟุตบอลยุโรปและแชมป์โลก

อสังหาริมทรัพย์หรูใกล้พระราชวังเคนซิงตัน ในลอนดอน มูลค่าราว 150 ล้านปอนด์…ถูกอายัดด้วย

สงครามในยูเครนยังดำเนินต่อไป ผ่านมาแล้วราว 6 สัปดาห์ พร้อมกับ “การพูดคุยเพื่อสันติภาพ”

มหาเศรษฐีหนุ่มของโลกชาวรัสเซียคนนี้ …เป็นคนสนิทของปูติน ถูกมอบหมายให้เข้ามาเป็นผู้ประสานงาน (คนสำคัญ) ในฐานะคนรู้ใจ ใกล้ชิดที่สุด ร่วมคณะไปเจรจากับ “ยูเครน” ในประเทศตุรกี

ทรัพย์สินที่ยึดไป ก็ยึดไป…ที่เหลือยังมีอีกมหาศาล

สัปดาห์ที่แล้ว เครื่องบินเจ็ตส่วนตัว Hawker 800 XP ออกจากสนามบินในอิสตันบูล ประเทศตุรกี เข้าสู่น่านฟ้าของรัสเซีย

เย็นวันนั้น เครื่องบินลำเดียวกันออกจากสนามบินวนูโคโว มอสโก และเดินทางกลับสู่อิสตันบูล

บนเครื่องบินคือ โรมัน อับราโมวิช ผู้มีอำนาจล้นเหลือและอดีตเจ้าของสโมสรฟุตบอลเชลซี ซึ่งได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่เป็นทูตอย่างไม่เป็นทางการของประธานาธิบดีปูตินในการเจรจาสงบศึกกับคู่สงคราม… “ยูเครน”

(เขามีเรือยอชต์ ชื่อ Solaris และ Eclipse ซึ่งเป็นหนึ่งในเรือที่ใหญ่ที่สุดในโลก รวมทั้งเครื่องบินส่วนตัว)

ข้อมูลจาก สำนักข่าว BBC ระบุว่า การคว่ำบาตรคือ ห้ามบุคคลและธุรกิจในอังกฤษ ทำธุรกรรมทางการเงินกับนายอับราโมวิช รวมทั้งห้ามการเดินทาง และการขนส่งต่างๆ

นายโอเลก เดริปาสกา ซึ่งเคยเป็นหุ้นส่วนธุรกิจของ “เสี่ยหมี” ต้องเผชิญมาตรการเดียวกัน

นายอิกอร์ เซชิน และบุคคลใกล้ชิดนายปูตินอีก 4 คน คือนายอันเดรย์ คอสติน ประธานธนาคารวีทีบี (VTB), นายอเล็กเซ มิลเลอร์ ซีอีโอก๊าซพรอม (Gazprom), นายนิโคไล โตคาเรฟ ประธานบริษัทท่อส่งทรานส์เนฟต์ (Transneft) และนายดมิทรี เลเบเดฟ ประธานธนาคารรอสสิยา (Rossiya Bank) จะถูกยึดทรัพย์ในสหราชอาณาจักรและห้ามการเดินทาง

บุคคลเหล่านี้อยู่ในบัญชีดำ

นี่เป็นมาตรการกฎหมายอาชญากรรมทางเศรษฐกิจของอังกฤษ ที่เล่นงาน “กลุ่มโอลิการ์ก”

คาดว่าเขามีทรัพย์สินมูลค่า 9,400 ล้านปอนด์ (กว่า 4 แสนล้านบาท) มหาเศรษฐีวัย 55 ปี ถือสัญชาติอิสราเอลและโปรตุเกส

ถือหุ้นในบริษัทผลิตเหล็กกล้ายักษ์ใหญ่เอฟราซ (Evraz), นอริลสค์ นิกเกิล (Norilsk Nickel) และได้ขายหุ้น 73% ของบริษัทน้ำมันซิบเนฟท์ (Sibneft) ให้บริษัทพลังงานยักษ์ใหญ่ของทางการรัสเซีย ก๊าซพรอม (Gazprom) เป็นเงิน 9,870 ล้านปอนด์ ในปี ค.ศ.2005

ขณะนี้เศรษฐีแสนล้าน…ถูกกดดันอย่างหนักในอังกฤษในข้อกล่าวหาที่เขาปฏิเสธว่าใกล้ชิดกับประธานาธิบดีปูติน

มีคนล้ม ก็มีคนจ้องจะเข้ามาทำแทน…

“เดอะ มิร์เรอร์” สื่อใหญ่ในประเทศอังกฤษ เปิดเผยว่า เรนส์ กรุ๊ป ธนาคาร ที่ได้รับมอบหมายเพื่อให้เข้ามาจัดการหาเจ้าของทีมคนใหม่ให้กับเชลซี ซึ่งจะมีกระบวนการอนุมัติในขั้นตอนทั้งปวง

มีการเดดไลน์เส้นตายไว้เป็นวันที่ 11 เมษายนนี้ โดยกลุ่มทุนที่จะร่วมซื้อสโมสรครั้งนี้ ต้องทุ่มทุนอย่างน้อย 1 พันล้านปอนด์ให้กับสโมสร หรือราว 4.3 หมื่นล้านบาท สำหรับการนำมาลงทุนปรับปรุงในถิ่น สแตม ฟอร์ด บริดจ์ การเสริมทีมและพัฒนาในด้านต่างๆ ของสโมสร ซึ่งเป็นข้อกำหนดตามที่จะตกลงกัน…

สงครามยังดำเนินต่อไปในยูเครน การเจรจายังจะมีต่อไป

“เสี่ยหมี” คือ คนสำคัญคนหนึ่งที่กำลังทำหน้าที่ในประวัติศาสตร์ของโลก ที่ไม่มีใครบอกได้ว่า…จะไปจบลงตรงไหน

สงคราม อำนาจ เงินตรา บารมี เป็นสิ่งที่ร้อยรัด ผูกมัดเข้าด้วยกันมาช้านาน บันดาลได้ทุกสิ่ง