เดินหน้าชน : ถอดรหัส‘ยูเอวี’ทร. โดย นัฐวัฒน์ ดวงแก้ว

7.04.22 | 13:46 น.

โครงการจัดหา “อากาศยานไร้คนขับ” (UAV) ที่เรียกว่าโดรนของกองทัพเรือ (ทร.) กลายเป็นของร้อนทันที หลัง “โจ้” นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย (พท.) ออกมากล่าวหา 2 สัปดาห์ติดกัน ว่าการจัดซื้อ “ยูเอวี” 3 ลำ วงเงินประมาณ 4.1 พันล้านบาท อาทิ ไร้คุณภาพ, บริษัทที่ได้ไปรุ่น Hermes 900 ยูเอวี เคยตก!, เชื่อมโยงกลุ่มขายเรือดำน้ำ และตัวแทนจำหน่ายก่อนหน้านี้ยังเคยขายยานเกราะจู่โจมสะเทินน้ำสะเทินบก VN-16 จำนวน 3 คัน

ทำให้ “บิ๊กคลื่น” พล.ร.ท.ปกครอง มนธาตุผลิน โฆษก ทร. ต้องออกมาชี้แจงถึงข้อเท็จจริง พร้อมยืนยันว่าโครงการดังกล่าวมีคุณภาพ, ได้ตรวจสอบความความสัมพันธ์ของผู้ยื่นข้อเสนอ “ยูเอวี” ทุกรายเบื้องต้นแล้ว ไม่มีผลประโยชน์ร่วมกันและไม่พบว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการจัดหาเรือดำน้ำ, “ยูเอวี” ของทุกบริษัทที่ ทร.เชิญชวนยื่นข้อเสนอ มีใช้กันในหลายประเทศ และได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ มีมาตรฐาน,

รวมถึงการอ้างอิงจากเว็บไซต์ https://dronewars.net/drone-crash-database/ ที่พบว่ามี “ยูเอวี” หลายประเทศทั้งของ อิสราเอล สหรัฐอเมริกา จีน อิตาลี ตุรกี รวมถึง ประเทศอื่นๆ มีประวัติเกิดอุบัติเหตุเหมือนกันหมด เช่น การโดนต่อต้านจากฝ่ายตรงข้าม สภาพอากาศที่แปรปรวน/ทักษะ หรือประสบการณ์ของผู้บังคับเครื่อง ยืนยันดำเนินการด้วยความโปร่งใส เป็นธรรม เป็นไปตามกฎหมาย และปฏิบัติต่อผู้ประกอบการทุกรายอย่างเท่าเทียมกัน

สำหรับโครงการจัดหา “ยูเอวี” ประจำฐานบินชายฝั่ง เริ่มขึ้นสมัย “บิ๊กลือ” พล.ร.อ.ลือชัย รุดดิษฐ์ ขณะเป็น ผบ.ทร. ที่ต้องการ “ยูเอวี” ที่ใช้โจมตีเป็นหลัก แต่ทว่าเรื่องก็ค้างคา ผ่าน “บิ๊กอุ้ย” พล.ร.อ.ชาติชาย ศรีวรขาน และมาสู่มือ “บิ๊กเฒ่า” พล.ร.อ.สมประสงค์ นิลสมัย ผบ.ทร.คนปัจจุบัน

อย่างไรก็ตาม โครงการ “ยูเอวี” เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่ “บิ๊กเฒ่า” ปรับเปลี่ยน เนื่องจากมองว่าโครงการ “ยูเอวี” ที่ยังค้างคาอยู่นั้นมีวัตถุประสงค์ที่ไม่เหมาะสมกับการใช้งานอย่างเต็มประสิทธิภาพ พร้อมมอบนโยบายโครงการ “ยูเอวี” ใหม่

Advertisement

คือ ต้องเป็นเครื่องแบบอเนกประสงค์ ใช้งานได้หลากหลายภารกิจเพื่อความเหมาะสม เช่น เป้าหมายหลักต้องเป็น “ยูเอวี” ลาดตระเวน บินคุ้มกันเรือรบ เรือสินค้า เพื่อลดภาระของกองเรือรบ สามารถติดเครื่องช่วยชีวิตหรือบินไปทิ้งเรือยางได้หากประสบเหตุเรือล่ม รวมทั้งติดตั้งอาวุธได้ด้วยเมื่อต้องเข้าสู่สภาวะสงคราม ที่สำคัญขั้นตอนทุกอย่างต้องโปร่งใสที่สุด

ถึงขั้นที่ ทร.จรดปากกาลงนามข้อตกลงคุณธรรมเพื่อความร่วมมือในการป้องกันการทุจริต มีคณะกรรมการความร่วมมือป้องการการทุจริต (คปท.) โดยกรมบัญชีกลางมอบให้องค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่นสังเกตการณ์ทุกขั้นตอนได้แก่ น.อ.ชุมพล พรหมประสิทธิ์ นายวิชา เมฆตระการ นายสถาพร โคธีรานุรักษ์ และ นายทศพร ศรีเอี่ยม เข้าร่วมประชุมคณะกรรมการ ทร.ในทุกขั้นตอน ตั้งแต่ทีโออาร์ ถึงการจัดซื้อและการเจรจา ว่ากันว่าทั้ง 4 คนมีความเห็นว่า โครงการ “ยูเอวี” มีความโปร่งใส ทร.ได้ระบบที่ดีมีความคุ้มค่า และหากเกิดเหตุมีการร้องเรียนขึ้นทั้งหมดพร้อมชี้แจง

มีรายงานว่า มีบริษัทที่เข้าเสนอราคาจาก 5 บริษัท จากอิสราเอล 2 บริษัท ตุรกี จีน และสหรัฐอเมริกา แต่ละบริษัทมีการเสนอระบบอากาศยาน (ตัวเครื่อง), อุปกรณ์ติดตั้ง อาทิ เรดาร์ ชุดกล้อง, ระบบควบคุมการสื่อสาร อาทิ ผ่านดาวเทียม สถานีควบคุมภาคพื้นดิน ชุดสัญญาณระยะไกล ระบบสื่อสารวิทยุ, การฝึกอบรม ฯลฯ

ท้ายที่สุด ทร.ได้เลือก บริษัท เอลบิท ซิสเต็ม ของประเทศอิสราเอล มาเป็นอันดับที่ 1 ที่เสนอ “ยูเอวี” Hermes 900 ให้ ทร.จำนวน 7 ลำ พร้อมออปชั่นเพียบ รวมทั้งการฝึกอบรมถ่ายทอดเทคโนโลยี และรับประกัน 2 ปี

ดังนั้น ต้องติดตามว่าโครงการ “ยูเอวี” จะคุ้มค่ามากน้อยแค่ไหน “บิ๊กเฒ่า” และ ทร.คงจะมีคำตอบ ส่วนดีหรือไม่ดี การใช้งานในอนาคตจะเป็นคำตอบด้วยตัวมันเอง