หน้าแรก บทความ บทนำ : โพลผู้...

บทนำ : โพลผู้ว่าฯกทม.

12.04.22 | 09:09 น.
บทนำ : โพลผู้ว่าฯกทม. “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า)

“นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยเมื่อวันที่ 10 เม.ย. ถึงผลสำรวจของประชาชน เรื่อง “สนามเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม. 65 รอบที่ 1” ระหว่างวันที่ 5-7 เม.ย.2565 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป และมีสิทธิเลือกตั้งในกรุงเทพมหานคร ครอบคลุมพื้นที่ทั้ง 50 เขต เมื่อถามถึงบุคคลที่ประชาชนจะเลือกให้เป็นผู้ว่าฯกทม. พบว่า อันดับ 1 ร้อยละ 38.84 ระบุว่าเป็น ดร.ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ (อิสระ) เพราะเป็นคนเก่ง มีความสามารถ มีวิสัยทัศน์ ตั้งใจในการทำงาน และลงพื้นที่รับฟังปัญหาของประชาชน อันดับ 2 ร้อยละ 26.58 ยังไม่ตัดสินใจ อันดับ 3 ร้อยละ 10.06 ระบุ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง (อิสระ) เพราะมีประสบการณ์ บริหารงานเก่ง สานต่องานได้อย่างต่อเนื่อง อันดับ 4 ร้อยละ 6.83 ระบุว่าเป็น ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ (พรรคประชาธิปัตย์) เพราะเป็นคนรุ่นใหม่มีแนวคิดใหม่ๆ สามารถพัฒนาให้กรุงเทพฯ มีความเจริญก้าวหน้าเทียบเท่าต่างชาติได้

ผลนิด้าโพลระบุต่อไปว่า อันดับ 5 ร้อยละ 6.02 ระบุว่าเป็น นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร (พรรคก้าวไกล) เพราะเป็นคนรุ่นใหม่มีอุดมการณ์มีความมุ่งมั่นในการทำงาน อันดับ 6 ร้อยละ 2.94 ระบุว่า ไปลงคะแนน ไม่เลือกใคร (Vote NO)อันดับ 7 ร้อยละ 2.28 ระบุว่าเป็น นายสกลธีภัททิยกุล (อิสระ) เพราะมีประสบการณ์ในการบริหารงาน และช่วยเหลือประชาชนในกรุงเทพฯ อย่างต่อเนื่อง อันดับ 8 ร้อยละ 2.06 ระบุว่า ไม่ไปลงคะแนน อันดับ 9 ร้อยละ 1.98 ระบุ น.ส.รสนา โตสิตระกูล (อิสระ) เพราะเป็นคนซื่อสัตย์ ทำงานดี มีผลงาน และเป็นคนมีวิสัยทัศน์ อันดับ 10 ร้อยละ 1.47 ระบุว่าเป็น น.ต.ศิธา ทิวารี (พรรคไทยสร้างไทย) เพราะ ชื่นชอบนโยบายและเชื่อมั่นในพรรคไทยสร้างไทย ร้อยละ 0.94 ระบุว่า อื่นๆ ได้แก่ ผู้สมัครอิสระรายอื่นๆ

ถือเป็นผลสำรวจที่น่าจับตา ผู้สมัครที่คะแนนนำคือนายชัชชาติ ลงพื้นที่อย่างต่อเนื่อง มีความชัดเจนมาตั้งแต่ต้นว่าจะลงสมัครเป็นผู้ว่าฯกทม. และมีชุดนโยบายในการแก้ไขปัญหา ส่วนผู้ที่มีคะแนนตามมาแต่ค่อนข้างห่าง คือ พล.ต.อ.อัศวิน อดีตผู้ว่าฯกทม.ซึ่งเป็นที่รู้จักของประชาชนในห้วงรัฐประหารและการแพร่ระบาดของโควิด ตัวเลขสำคัญยังได้แก่ ผู้ยังไม่ตัดสินใจมีถึง 26.58% จึงยังเป็นโอกาสของผู้สมัครที่มีคะแนนรองๆ ลงมา จะต้องเร่งปรับแผน เสนอแนวทางนโยบายให้ถูกใจผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ซึ่งครั้งนี้ มีผู้ใช้สิทธิครั้งแรกถึง 7 แสนคน