หน้าแรก บทความ ภาพเก่าเล่าตำ...

ภาพเก่าเล่าตำนาน : รัสเซีย…ที่เราไม่ค่อยรู้จัก โดย พลเอก นิพัทธ์ ทองเล็ก

2.05.22 | 13:30 น.

“ค้อนและเคียว” เคยเป็นสัญลักษณ์ “ต้องห้าม” สำหรับสังคมไทย…มันคือ ลัทธิคอมมิวนิสต์ที่น่ากลัว เมื่อผู้เขียนยังเยาว์วัย ได้รับการปลูกฝังว่าเป็น “ภัยคุกคาม” ของแผ่นดิน

เจ้าหน้าที่ของรัฐ ทหาร ตำรวจ พลเรือนของไทย ถูกจัดตั้งเป็นหน่วย บ่มเพาะ ถูกฝึกทำหน้าที่ปราบปรามผู้สนับสนุน ผู้ฝักใฝ่ลัทธิ

สื่อของรัฐ ระบบการศึกษา ฝังความคิดให้ทราบถึงความ “โหดร้าย” ของโลกคอมมิวนิสต์ ที่รวมไปถึง “จีนแดง” ที่เป็นศัตรูตัวฉกาจ…ที่จ้องจะเปลี่ยนแปลงการปกครองของสังคมไทย

ประชาคมโลก แบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม คือ กลุ่มประเทศโลกเสรี-กลุ่มคอมมิวนิสต์ และต่อมาเกิดมี “กลุ่มไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด” (NAM: Non-Aligned Movement)

ประเทศไทยอยู่ในกลุ่มโลกเสรีที่มีอเมริกาเป็นผู้นำ พรรคคอมมิวนิสต์ แนวร่วม และกองกำลัง คือ ศัตรูของแผ่นดิน

Advertisement

(สถานการณ์จริงใน สหภาพโซเวียตและจีน ในช่วงเปลี่ยนผ่านระบอบการปกครอง รุนแรง โหดร้าย เกิดสงครามในประเทศ และมีความพยายามที่จะแพร่ขยายลัทธิ)

ภาพ ค้อน-เคียว คือ สิ่งต้องห้ามเด็ดขาด

ฝ่ายโลกเสรี เรียกสหภาพโซเวียตว่า “ดินแดนหลังม่านเหล็ก”

ฝ่ายโลกเสรี เรียกจีนว่าเป็น “ดินแดนหลังม่านไม้ไผ่”

พ.ร.บ.ป้องกันการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์ พ.ศ.2495 ให้อำนาจเจ้าหน้าที่ของรัฐไทย เข้มงวด สอดส่อง ปราบปรามเด็ดขาด

กลุ่มบุคคล นักธุรกิจ นักวิชาการ นักการเมือง ที่มีส่วนข้องแวะ ปรึกษาหารือ มีเอกสาร วัตถุใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับ ค้อน-เคียว จะต้องถือว่ามีความผิด ติดคุกบานตะไท บ้างก็เลยเถิดไปถึงประหารชีวิตโน่น

ย้อนไปในเวลานั้น 70-80 ปีที่แล้ว…จะมีใครกี่คนในประเทศไทยที่รู้เรื่องว่า…สหภาพโซเวียต เจ้าของลัทธิ เค้ามีความคิด มีชีวิต มีการศึกษา ประเทศเค้าหน้าตาเป็นอย่างไร

นั่นคือ บรรยากาศในอดีตโพ้นที่ยังตรึงใจแน่น…

24 กุมภาพันธ์ 2565 เกิดสงครามที่กองทัพโซเวียตบุกเข้ายูเครน ทำให้สังคมไทยสนใจประเทศรัสเซีย…

ดินแดนแห่งนี้…เรารู้จักเค้ามาก-น้อยแค่ไหน

ขอเลือกมาพูดคุยเฉพาะประเด็นหลัก…

1.รัสเซีย…เป็นประเทศที่กว้างใหญ่ ครั้งหนึ่งเคยเป็นสาธารณรัฐของ “สหภาพสาธารณรัฐสังคมนิยมโซเวียต” (USSR) ต่อมา…กลายเป็นประเทศเอกราชหลังจากการล่มสลายของสหภาพโซเวียตในเดือนธันวาคม พ.ศ.2534

รัสเซียเป็นประเทศที่ใหญ่ที่สุดในโลก ครอบคลุม 11 เขตเวลา

มีแม่น้ำที่ยาวที่สุดในยุโรป ได้แก่ แม่น้ำโวลก้า (Volga) ยาว 3,530 กม. และทะเลสาบลาโดกา (Lake Ladoga) ที่ใหญ่ที่สุด เป็นที่ตั้งของทะเลสาบที่ลึกที่สุดในโลก มีอุณหภูมิต่ำที่สุดในโลก

2.ประชากรในรัสเซียมีหลากหลายชาติพันธุ์ ส่วนใหญ่เป็นชนกลุ่มน้อย “ชาวรัสเซีย” แต่ก็มีกลุ่มชาติพันธุ์อื่นอีกกว่า 120 กลุ่มที่พูดภาษาต่างๆ และปฏิบัติตามประเพณีและวัฒนธรรมที่แตกต่างกัน

ชาวรัสเซียประมาณ 80 เปอร์เซ็นต์ สืบเชื้อสายมาจากชาวสลาฟที่ตั้งรกรากอยู่ในประเทศเมื่อ 1,500 ปีก่อน กลุ่มหลักอื่นๆ ได้แก่ พวกตาตาร์ ซึ่งมาพร้อมกับผู้รุกรานมองโกลและชาวยูเครน

ประชากรรัสเซียส่วนใหญ่กระจุกตัวอยู่ในส่วนทวีปยุโรป โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่อุดมสมบูรณ์รอบกรุงมอสโก

เมืองเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก (เดิมชื่อเมืองเลนินกราด) เป็นหนึ่งในเมืองที่งดงามที่สุดในโลก ปี 2565 รัสเซียมีประชากรรวม 145 ล้านคน

3.เมื่อวันที่ 12 เมษายน 2504 นักบินกองทัพอากาศโซเวียต ชื่อ ยูริ กาการิน (Yuri Gagarin) ได้ขึ้นบินไปโดยยานวอสตอค-1 จากรัฐคาซัคสถาน เพื่อต้องการเป็น “มนุษย์คนแรก” ของโลก ที่เดินทางเหนือชั้นบรรยากาศของโลก

โซเวียตต้องการเชือดเฉือนอเมริกา โดยเอาชนะ อลัน เชพเพิร์ด ชาวอเมริกันอย่างหวุดหวิด (ก่อนหน้า 3 สัปดาห์)

4.ยุโรปพึ่งพารัสเซียในด้านน้ำมันและก๊าซ… ในปี พ.ศ.2564 จำนวน 2 ใน 5 ของก๊าซที่ชาวยุโรปใช้มาจากรัสเซีย และกว่า 1 ใน 4 ของน้ำมันดิบที่นำเข้าของสหภาพยุโรปมาจากรัสเซีย

ในปี 2564 สหภาพยุโรปนำเข้าพลังงานมูลค่า 99 พันล้านยูโรจากรัสเซีย ส่งออกน้ำมันดิบวันละประมาณ 5 ล้านบาร์เรล มากกว่าครึ่งหนึ่งไปยังยุโรป

5.ประวัติศาสตร์ของรัสเซียส่วนใหญ่เป็นเรื่องราวที่ “น่าสยดสยอง” ของผู้มีอำนาจปกครองเพียงไม่กี่คนที่ร่ำรวยและมีอำนาจเหนือเพื่อนร่วมชาติที่ยากจน โดยเฉพาะการปฏิวัติรัสเซียในปี 1917 ยาวไปถึงช่วงการปกครองของคอมมิวนิสต์โซเวียต (ค.ศ.1917-1991)

การปกครองแบบเผด็จการที่สุดโหด ยาวนานของ โจเซฟ สตาลิน ในระบอบคอมมิวนิสต์ ล้างผลาญชีวิตมนุษย์มหาศาล

นโยบายต่างประเทศสมัยสตาลิน เป็น “เชิงรุก” แข็งกร้าว เพื่อสร้างอำนาจให้แข็งแกร่ง มีความเป็นปึกแผ่นในค่ายสังคมนิยม เพื่อแข่งขันและสกัดกั้นอิทธิพลของฝ่ายตะวันตกและสหรัฐ

โซเวียตและจีน สนับสนุนเกาหลีเหนือบุกเกาหลีใต้ ใน “สงครามเกาหลี” (พ.ศ.2493-2496)

โซเวียตและจีน สนับสนุนเวียดนามเหนือในสงครามเวียดนาม

6.ในสังคมมนุษย์ทั่วไป “การยิ้ม” เป็นพฤติกรรมที่มีมูลค่าสูง และคนที่ยิ้มบ่อยจะถูกมองในแง่บวกมากกว่า มนุษย์ทั้งหลายยอมรับว่า…รอยยิ้มบ่งบอกถึงความสุภาพ

ชาวรัสเซียจะยิ้มก็ต่อเมื่อ “มีเหตุผลที่จะยิ้ม” เท่านั้น ชาวรัสเซีย (จำนวนหนึ่ง) มีคำพูดที่ว่า “มีแต่คนโง่เท่านั้นที่ยิ้มโดยไม่มีเหตุผล”

ชาวรัสเซียเรียนรู้ที่จะ “ไม่ยิ้ม” เมื่อโตขึ้น ในขณะที่การยิ้ม เป็นสัญญาณของความสุขและความเป็นมิตร แต่ชาวรัสเซียมิได้มองแบบนั้น

ชาวรัสเซียมองว่า การยิ้มเป็นสัญญาณของ “ความอ่อนแอ” และไม่แสดงความรู้สึกที่แท้จริง ชาวรัสเซียจะยิ้มให้กับคนที่พวกเขารู้จักดีและห่วงใย แต่ไม่ใช่กับคนแปลกหน้าเหมือนที่หลายๆ วัฒนธรรม

มีบทวิเคราะห์เชิงเสียดสีชาวรัสเซียโดยชาวตะวันตกว่า…

“เมื่อชาวรัสเซียเดินทางไปต่างประเทศ…ตอนแรกพวกเขารักที่คนรอบข้างยิ้มตลอดเวลา แต่ในไม่ช้าพวกเขาก็รู้สึกว่ารอยยิ้มเหล่านี้ไม่ได้หมายความว่าคนคนนั้นจะมีความสุขเป็นพิเศษ นั่นเป็นเพียงบรรทัดฐานทางสังคม และชาวรัสเซียส่วนใหญ่กลับมาบ้านโดยบอกว่าชาวต่างชาติมี “รอยยิ้มที่ไม่จริงใจ”

การยิ้มให้คนแปลกหน้าเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้ นี่คือเหตุผลที่ “พนักงานขาย” ไม่ยิ้มให้กับ “ผู้ซื้อ”

ชาวรัสเซียมีกฎอยู่ 1 ข้อ : “รอยยิ้ม” จะต้องสะท้อนถึงอารมณ์ที่ดีและความสัมพันธ์ที่ดีอย่างแท้จริง การจะมีสิทธิยิ้มได้นั้นต้องชอบคนคนนั้นจริงๆ หรืออารมณ์ดีสุดสุดในตอนนี้

8.ในเมืองไทย มีชาวรัสเซียเยอะมั้ย?

ดร.จิรพร ร่วมพงษ์พัฒนะ อาจารย์ภาควิชาประวัติศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ และอดีตนักเรียนไทยในรัสเซีย เคยไปบรรยาย ณ มิวเซียมสยามเมื่อ ปี พ.ศ.2562 ให้ข้อมูลว่า…

“…ชาวรัสเซียจำนวนมากมาอยู่ที่พัทยา เขาบอกพัทยาเป็นเขตการปกครองพิเศษของรัสเซีย นี่เป็นคำพูดเปรียบเปรย ในทางปฏิบัติมันไม่ได้เป็นจริง แต่ในเชิงภาพลักษณ์มันเห็นไง เพราะว่าคนรัสเซียอยู่เยอะ ก็ต้องย้อนกลับไปมันเกี่ยวกับเรื่องของเมื่อก่อนในช่วงที่ พัทยามีลักษณะเป็นท่าเรือโดยเฉพาะในเรื่องของการทหาร การปรากฏคนรัสเซียที่นั่น

…อาจจะแบ่งสรุปเป็น 2 ช่วง คือ การเข้ามาก่อนสหภาพโซเวียตล่มสลาย ชาวรัสเซียก็ปรากฏว่าเข้ามาบริเวณนี้เยอะอยู่ ช่วงสงครามเวียดนามแต่โดยส่วนใหญ่ก็จะเป็นทหาร บุคคลทั่วไปไม่ปรากฏเยอะ เนื่องจากการขอเอกสารเดินทางออกนอกประเทศนั้นยากและนานมาก

…หลังสหภาพโซเวียตล่มสลาย จำนวนคนรัสเซียในไทยเริ่มมากขึ้น เริ่มตั้งแต่ปี พ.ศ.2543 เป็นต้นมา และเมื่อมีความตกลงยกเลิกวีซ่าอะไร ก็เลยดูอำนวยให้เดินทางง่ายขึ้น ปัจจุบันเรื่องของการท่องเที่ยว การทำธุรกิจทำให้พัทยาเป็นแหล่งชุมชนของคนรัสเซียมากขึ้น เนื่องด้วยเป็นเมืองที่มีทะเลจึงเป็นที่นิยมมาพักผ่อน ไม่ใช่แค่เรื่องของการขายบริการทางเพศอย่างที่คนทั่วไปเข้าใจ กลุ่มที่ทำงานสายบริสุทธิ์ ธุรกิจในเชิงการค้าขาย พวกบริหาร พวกทัวร์ก็มี หรือกลุ่มที่ตั้งโรงเรียนสอนบัลเลต์ ระบำรัสเซีย ประเทศนี้เขาก็เป็นอันดับต้นๆ ของโลกในด้านนี้ ในการทำธุรกิจ พวกนี้อาศัยการแต่งงานกับคนไทยเปิดธุรกิจส่วนหนึ่ง…

…นอกจากนี้ ในแง่ของศาสนาที่เกิดจากการเข้ามาในไทยของคนรัสเซียก็มีปรากฏให้เห็นสะท้อนการมีชุมชนเกิดขึ้น อย่างในกรุงเทพฯแถวปุณณวิถี มีโบสถ์ “คริสต์ออโธดอกซ์”…

9.พ.ศ.2559 มีนักท่องเที่ยวรัสเซียเดินทางมาท่องเที่ยวไทยทั้งหมด 1,090,083 คน ซึ่งจำนวนนักท่องเที่ยวรัสเซียที่เพิ่มเป็นผลต่อเนื่องจากการที่รัฐบาลรัสเซียยังคงมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจกับตุรกี และการที่รัฐบาลรัสเซียยังไม่ยกเลิกคำสั่งห้ามสายการบินไปยังอียิปต์

จะเห็นได้ว่า ประเทศไทยจะเป็นจุดหมายปลายทางในการท่องเที่ยวอันดับที่ 3 ของนักท่องเที่ยวรัสเซีย

10.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในรัสเซียได้พัฒนาอย่างรวดเร็วตั้งแต่สมัยพระเจ้าปีเตอร์มหาราช มีการก่อตั้ง Russian Academy of Sciences และ Saint Petersburg State University และก่อตั้งมหาวิทยาลัยแห่งรัฐมอสโก

ในศตวรรษที่ 19 และ 20 รัสเซียได้ผลิตนักวิทยาศาสตร์ที่มีชื่อเสียงหลายคน ในด้านฟิสิกส์ ดาราศาสตร์ คณิตศาสตร์ คอมพิวเตอร์ เคมี ชีววิทยา ธรณีวิทยาและภูมิศาสตร์

รัสเซียมีความเป็นเลิศในด้านวิศวกรรมไฟฟ้า การต่อเรือ การบินและอวกาศ ครอบครองอาวุธนิวเคลียร์มหาศาล

ในช่วงสหภาพโซเวียตล่มสลาย ในปี 2534 (แยกออกเป็น 15 ประเทศ) นักวิทยาศาสตร์ชั้นนำจำนวนมากย้ายไปยุโรปตะวันตกหรือสหรัฐอเมริกา

แถมท้ายครับ…

กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศของไทย รายงานว่า ในปี 2564 รัสเซียเป็นคู่ค้ารายสำคัญอันดับที่ 30 ของไทย และข้อมูลจากสภาธุรกิจไทย-รัสเซีย ระบุว่าการค้าระหว่างไทยและรัสเซียที่ในปี 2564 มีการค้าร่วมกัน 2,779 ล้านดอลลาร์ โดยไทยส่งออกไปรัสเซีย 1,027 ล้านดอลลาร์ สินค้าส่งออกมากที่สุด คือ รถยนต์และอุปกรณ์ รองลงมาเป็นยางและผลิตภัณฑ์ยาง เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ ผลไม้กระป๋องและแปรรูป

สำนักข่าวบีบีซีรายงานว่า…ปลายเดือนมีนาคม 2565 มีชาวรัสเซียราว 7,000 คน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้ตกค้างอยู่ในจังหวัดภูเก็ตของประเทศไทย ต้องประสบปัญหาด้านการเงินอย่างหนัก เนื่องจากไม่สามารถถอนเงินจากตู้เอทีเอ็มได้ หลังรัสเซียถูกนานาประเทศใช้มาตรการคว่ำบาตรทางการเงินจากการบุกโจมตียูเครนและทำให้สายการบินต่างๆ ยกเลิกเที่ยวบินไปรัสเซีย

ในช่วงเวลาเดียวกันนั้น…มีนักท่องเที่ยวชาวยูเครน ประมาณ 500 คน ตกค้างในภูเก็ตเช่นเดียวกัน…

ขณะเขียนต้นฉบับ…สงคราม-การสู้รบ ของกองทัพรัสเซียในยูเครนขยายตัวออกไปในวงกว้าง รวมถึงสงครามทางเศรษฐกิจประชาชน ทหารเสียชีวิตมหาศาล ชาวยูเครนราว 5 ล้านคน หนีตายไปนอกประเทศแล้ว…

กลุ่มชาติตะวันตกประกาศส่งอาวุธให้ยูเครนแบบ “ไม่อั้น”

คำขู่เรื่อง “การใช้นิวเคลียร์” ดังระงมไปหมด