เดินหน้าชน : ตัวชี้ขาด โดย เสกสรรค์ กิตติทวีสิน

2.05.22 | 14:13 น.

ขยับเข้ามาใกล้ทุกทีกับวันกาบัตรของคนกรุงเทพฯ เพื่อเลือกผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครในวันที่ 22 พฤษภาคมนี้
โดยเหลือช่วงหาเสียงอีกประมาณ 2 สัปดาห์ครึ่ง ผู้สมัครที่มีลุ้นและที่ไล่ตามต่างพยายามจะใช้โค้งนี้สร้างความชัดเจนให้ตัวเองมากขึ้น จะเป็นตัวถูกเลือกเป็นคนที่ใช่ ตอบโจทย์คนกรุงหรือไม่

ยุคของโลกข่าวสารผู้คนสามารถเสพข่าวความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับการเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.ตามแพลตฟอร์มต่างๆ นอกจากสื่อจะนำเสนอแล้ว ที่เหลือเป็นแผนของทีมงานผู้สมัครจะจัดงานอย่างไรให้คอนเทนต์ของตัวเองเป็นข่าว สามารถนำเสนอนโยบายเด็ดๆ เข้าสู่คนกรุงให้มากที่สุด

การลงทุนพิมพ์ป้ายหาเสียงติดตามเสาไฟฟ้า สถานที่ต่างๆ ตามถนนหนทางและในตรอกซอกซอย ที่ผู้สมัครทุกคนทำกัน เพื่อให้ประชาชนเห็นและจดจำเบอร์ผู้สมัคร ทั้งหน้าตา และนโยบายที่เขียนสั้นๆ กระชับ เพื่อบรรลุเป้าหมายของการได้คะแนนเสียงก็ยังต้องทำควบคู่กันไป

ในอดีตเมื่อใกล้เข้าสู่วันเลือกตั้ง มีผู้สมัครที่มีลุ้นต่างเพิ่มป้ายหาเสียงให้มากขึ้น รวมทั้งนโยบายนำเสนอใหม่ๆ ติดเพิ่มเข้าไปเพื่อหวังจะเก็บคะแนนในโค้งสุดท้าย แต่การหาเสียงตอกย้ำด้วยป้ายหาเสียงให้หนักขึ้นนั้น ไม่น่าจะใช่อีกต่อไป เพราะสามารถจะหาทางออกไปใช้สื่อโซเชียลที่เปิดตลอด 24 ชั่วโมง

บริษัท มีเดีย อินเทลลิเจนซ์ จํากัด หรือ MI Group นำเสนอบทความน่าสนใจเกี่ยวกับเม็ดเงินอุตสาหกรรมสื่อโฆษณากับการเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม. พร้อมวิเคราะห์รูปแบบและวิธีการหาเสียงในภูมิทัศน์สื่อที่เปลี่ยนไป

Advertisement

ในที่นี้ขอนำมาเผยแพร่ในส่วนของวิธีการหาเสียงในภูมิทัศน์สื่อที่เปลี่ยนไป โดย MI Group นำเสนอได้อย่างน่าสนใจ ผู้ที่ลงสมัครผู้ว่าฯกทม.หรือจะเป็นผู้สมัคร ส.ก.สมควรที่จะทำความเข้าใจ การใช้งบประมาณหาเสียงควรจะเป็นอย่างไร ใช่อย่างที่ทำกันอยู่ในเวลานี้หรือไม่

บทความ MI Group กล่าวถึงรูปแบบการหาเสียงได้เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงจากเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.เมื่อ 9 ปีที่แล้ว ด้วย 3 ปัจจัยหลัก 1.ภูมิทัศน์สื่อที่เมื่อก่อนจะกลุ่มสื่อทีวีและหนังสือพิมพ์ ปัจจุบันถูกแทนที่ด้วยสื่อออนไลน์และโซเชียล
มีเดีย เป็นสื่อกระแสหลักของคนเมือง ในส่วนของคนรุ่นใหม่และเยาวชน 2.ผู้บริโภคที่สัมผัสกับแบรนด์ เกิดประสบการณ์ในเรื่องต่างๆ กับแบรนด์ นำไปสู่ผลลัพธ์ที่ดีต่อแบรนด์ ไม่ได้มีลำดับหรือรูปแบบที่ตายตัวเหมือนเมื่อก่อน สอดคล้องกับการสื่อสารระหว่างผู้สมัครกับผู้มีสิทธิเลือกตั้ง และ 3.การเมืองยุคใหม่ที่ฟอร์มตัวมาจากปัญหาเศรษฐกิจ สังคมและความขัดแย้งที่มีมาอย่างยาวนาน จำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งหน้าใหม่ที่สูงขึ้น เกิดการตื่นตัว ติดตามข่าวสารของผู้สมัครแต่ละคน

MI Group ระบุว่า คนรุ่นใหม่ที่มีสิทธิออกเสียงศึก กทม.เป็นครั้งแรกมีตัวเลขกลมๆ ที่ 7 แสนคน หรือ 16% ของผู้มีสิทธิออกเสียงทั้งหมด 4.5 ล้านคน ข้อมูล Social Listening ของ WISESIGHT ช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา นโยบายของผู้สมัครที่ได้รับการพูดถึงมากที่สุดจากโซเชียล คือ 1.ความโปร่งใส 2.บริการสาธารณสุข 3.บำบัดน้ำเสียง 4.บริหารงาน 5.น้ำท่วม และนโยบายในแง่การแก้ไขและพัฒนากรุงเทพฯ เรื่อง “น้ำท่วม”
ได้รับความสนใจจากโลกโซเชียลมากที่สุด ขณะที่การพัฒนาโดยองค์รวมและปัญหารถติด ไล่ตามมา

สำหรับกลุ่มคนแต่ละ GEN ต่างๆ ที่จะได้ใช้สิทธิเลือกตั้งครั้งนี้ ไล่ไปตั้งแค่รุ่น Gen Z, Gen Y, Gen X และ Baby Boomer ต่างติดตามคอนเทนต์เกี่ยวกับการเมืองบนสื่อโซเชียล อย่างเฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ ตามด้วยสื่อทีวี

จากข้อมูลของ MI Group ทำให้เห็นว่า สื่อโซเชียลใช้ให้ถูกต้อง หรือใช้ให้เป็น นโยบายนำเสนอน่าสนใจ มีโอกาสสูงที่การสื่อสารระหว่างผู้สมัครไปยังผู้มีสิทธิเลือกตั้งจะเข้าถึงกัน โดยเฉพาะกลุ่มที่จะได้ใช้สิทธิลงคะแนนเสียงครั้งแรก ทำอย่างไร ให้คนเหล่านี้ออกมาเลือกตั้งให้มากที่สุด ไม่นอนหลับทับสิทธิ

กลุ่มคนรุ่นใหม่กว่า 7 แสนคน อาจจะเป็นตัวตัดสินชี้ขาดในการเลือกตั้งครั้งนี้