รัฐบาลชี้สัญญาณดี นักท่องเที่ยวจะเข้าไทยในไตรมาส 4 ประมาณ 20 ล้านคน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เผยหลังประชุม ครม.ว่าจากวันที่ 1 พฤษภาคมเป็นต้นมา เที่ยวบินเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก นักท่องเที่ยวเข้าประเทศวันละเป็นหมื่นคน จะทำให้การบริโภคภายในประเทศดีขึ้น เศรษฐกิจไทยไตรมาสแรกของปี 2565 ดีขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้า แม้อัตราเงินเฟ้อเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้าตามราคาพลังงานซึ่งเราควบคุมไม่ได้ เราดูแล 10 มาตรการที่ออกไปแล้ว และติดตามสถานการณ์ทุก 1 เดือน ว่าจะแก้ไขปัญหาอย่างไร ซึ่งฝ่ายเศรษฐกิจ ทั้งกระทรวงพลังงานและกระทรวงการคลังรับไปดูแล้ว
นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า เศรษฐกิจไทยจะโตขึ้นร้อยละ 3.5 จากเดิมร้อยละ 4.0 เนื่องจากมีสงคราม เศรษฐกิจคู่ค้าของไทยชะลอตัว โดยเฉพาะสหภาพยุโรปและสหรัฐอเมริกา ส่งผลต่อราคาพลังงานและเงินเฟ้อปรับตัวสูงขึ้น อัตราแลกเปลี่ยนเงินบาทอยู่ 34.35 ต่อดอลลาร์ ถือเป็นการอ่อนค่าลงร้อยละ 1.9 จากสัปดาห์ก่อน เป็นผลดีกับการส่งออก โดยเฉพาะพืชผลทางการเกษตร ส่วนความพอใจตัวเลขการท่องเที่ยวว่า ในขั้นต้นก็พอใจ เพราะมีการประเมินว่าถ้าเป็นอย่างนี้ต่อไปเรื่อยๆ โควิด-19 ไม่แย่กว่านี้ ประะเทศไทยน่าจะมีนักท่องเที่ยวประมาณครึ่งหนึ่งของที่ผ่านมาคือ 20 ล้านคนจาก 40 ล้านคน ถ้าทำอย่างนี้ ปีนี้ในไตรมาส 4นักท่องเที่ยวก็กลับมาได้อย่างน้อยครึ่งหนึ่ง คือประมาณ 20 ล้านคน
จากคำกล่าวของนายกรัฐมนตรี ถือว่าเป็นโอกาสที่ดีอีกครั้งของประเทศไทย ที่จะฟื้นฟูเศรษฐกิจไปพร้อมๆ กับประเทศต่างๆ ในโลก ที่ปรับตัวครั้งใหญ่หลังการแพร่ระบาดของโควิด โดยเฉพาะการขจัดอุปสรรคต่างๆ ของการเดินทาง เพื่อให้เข้าออกประเทศได้อย่างราบรื่นมากขึ้น ซึ่งจะมีผลต่อเครื่องยนต์เศรษฐกิจที่สำคัญ พร้อมกันนี้ เมื่อการแพร่ระบาดเบาบางลง รัฐบาลควรผ่อนปรนประชาชนในด้านต่างๆ ทั้งการใช้ชีวิตปกติ ทำมาหาเลี้ยงชีพโดยสุจริตและปกติ รวมถึงสิทธิเสรีภาพทางการเมือง ให้ประชาชนใช้สิทธิเสรีภาพมากขึ้น ภายใต้กฎกติกาการเมืองที่ควรปรับปรุงแก้ไข เศรษฐกิจไทยจะแข่งขันกับนานาประเทศได้ ลดความเหลื่อมล้ำได้ ต้องเป็นไปบนพื้นฐานของการเมืองที่เป็นประชาธิปไตย

