หน้าแรก บทความ เดินหน้าชน คอลัมน์เดินหน...

คอลัมน์เดินหน้าชน : ของร้อน‘บิ๊กป้อง

5.05.22 | 13:00 น.
คอลัมน์เดินหน้าชน : ของร้อน‘บิ๊กป้อง

คอลัมน์เดินหน้าชน : ของร้อน‘บิ๊กป้อง

เริ่มมีความชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ สำหรับการจัดซื้อเครื่องบินรบ F-35 ของกองทัพอากาศ (ทอ.) ตามแนวคิด “บิ๊กป้อง” พล.อ.อ.นภาเดช ธูปะเตมีย์ ผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผบ.ทอ.)
ที่ต้องการผลักดันการจัดซื้อเครื่องบินรบเจเนเรชั่นที่ 5 ให้ประสบความสำเร็จ เพื่อให้ ทอ.มีเครื่องบินรบที่ล้ำสมัยรองรับอนาคต

คณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 11 มกราคมที่ผ่านมา ได้อนุมัติงบประมาณปี’66 และผูกพันงบประมาณโครงการเป็นการพิจารณาจัดหาเครื่องบินขับไล่โจมตี ทอ.เพื่อทดแทนเครื่องบิน F-5 และ F-16 ที่เหลือไม่กี่ลำ ที่สำคัญในช่วงหลังเริ่มตกบ่อย มีวงเงิน 13,800 ล้านบาท จำนวน 4 เครื่องแรกงบผูกพัน 4 ปี ตั้งแต่ปี 2566-2569 แต่ ทอ.ยังไม่ระบุว่า จะซื้อ F-35 หรือไม่ โดยมีเครื่องบินรบ เฉิงตู J-20 จากสาธารณรัฐประชาชนจีน และซุคฮอย ซู-57 จากรัสเซีย เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกในบัญชี

ทอ.ได้ตั้งคณะกรรมการ 2 ชุด คือ คณะกรรมการศึกษารวบรวมข้อมูลและจัดทำความต้องการของโครงการ ที่มี “บิ๊กป้อม” พล.อ.อ.ธนศักดิ์ เมตะนันท์ รอง ผบ.ทอ.เป็นประธาน ขณะที่ คณะกรรมการพิจารณาจัดหาเครื่องบินขับไล่โจมตี “บิ๊กไก่” พล.อ.อ.พันธุ์ภักดี พัฒนกุล เสนาธิการทหารอากาศ (เสธ.ทอ.) เป็นประธาน

มีการวางกรอบเครื่องบินขับไล่โจมตีสมรรถนะสูงยุคที่ 5 (The 5th Generation Fighter) มีคุณลักษณะ 5 ประการ ได้แก่ Stealth, Super Cruise, Sensor Fusion, Super Maneuverable และ Synergistic Integrated Avionics พร้อมกำหนดข้อพิจารณาประกอบการจัดหาเครื่องบินขับไล่โจมตีทดแทน คือ 1.เป็นเครื่องบินที่ได้รับการรับรองมาตรฐานทางทหาร (Military Standard) มาตรฐานจากองค์กรการบินสากล หรือองค์กรมาตรฐานของประเทศผู้ผลิต 2.เครื่องบิน ระบบต่างๆ และอุปกรณ์ที่ติดตั้งใช้งาน ต้องผลิตโดยใช้มาตรฐานทางทหาร และผ่านการพิสูจน์การใช้งานแล้ว มีความน่าเชื่อถือ เป็นที่ยอมรับในระดับสากล มีการใช้งานอย่างแพร่หลายทั่วไป

Advertisement

3.สามารถผลิตและนำส่งให้แก่กองทัพอากาศในกรอบงบประมาณและตามห้วงระยะเวลาการจัดหา 4.มีการถ่ายทอดเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับเครื่องบินขับไล่โจมตีและเทคโนโลยีต่างๆ ที่เกี่ยวข้องให้แก่บุคลากรของกองทัพอากาศ 5.บุคลากรของกองทัพอากาศควรได้เข้าไปมีส่วนร่วมในการถ่ายทอดเทคโนโลยี (Offset Scholarship) เพื่อการพัฒนาด้านต่างๆ บนพื้นฐานของการพึ่งพาตนเองอย่างยั่งยืน นอกจากนี้ ยังมีเรื่องที่เกี่ยวกับการศึกษา ถ่ายทอดเทคโนโลยีอีกหลายข้อ เป็นต้น

ขณะเดียวกัน กลางเดือนเมษายนที่ผ่านมา “บิ๊กป้อง” ได้ยกคณะไปเยือน ทอ.สหรัฐในหลายภารกิจ รวมทั้งมีพูดคุยเรื่อง F-35 เพื่อขอการสนับสนุนให้ไทยสามารถจัดซื้อได้ ทั้งนี้ ถือเป็นจังหวะที่ดีของไทยในการจัดหาเครื่องบิน F-35

ซึ่งล่าสุดทีมตรวจสอบของ ทอ.สหรัฐจะถูกส่งมายังประเทศไทยในเร็วๆ นี้ เพื่อประเมินความพร้อม ทอ.ไทยสามารถมีศักยภาพดูแลบำรุงรักษาเครื่องบินรบประเภท Stealth Fighters ที่มีความสามารถขั้นสูงในการล่องหนได้หรือไม่ หากไร้ปัญหาใดๆ ถือเป็นข่าวดีของ ทอ.ไทยที่จะได้ F-35 ที่วันนี้อยู่ไม่ไกลเกินเอื้อม ราคาสามารถจับต้องได้ตามที่ “บิ๊กป้อง” เคยกล่าวไว้

หากไม่มีปัญหาหรือข้อติดขัด ทอ.น่าจะได้เซ็นสัญญาจัดซื้อเครื่อง F-35 อย่างแน่นอนก่อนที่ “บิ๊กป้อง” จะเกษียณอายุราชการ 30 กันยายน 2565 แต่ก่อนไปถึงตรงนั้น ทอ.ต้องเตรียมเข้าชี้แจง กมธ.งบประมาณฯ ให้ผ่านแบบไร้ข้อกังขาด้วย นี่คือด่านที่สำคัญ…

อย่างไรก็ดี โครงการของ ทอ.ยังมีเรื่องร้อนที่ยังตกค้างอยู่ คือ 1.โครงการพัฒนาและปรับปรุงระบบป้องการทางอากาศ ระยะที่ 7 ( N-SOC C2) วงเงิน 945 ล้านบาท, 2.โครงการพัฒนาการป้องกันฐานที่ตั้งทางทหารของกองทัพอากาศ (GBAD) 940 ล้านบาท, 3.โครงการพัฒนาการปฏิบัติการในห้วงอวกาศ 1,400 ล้านบาท 4.โครงการจัดหาทดแทนวิทยุพื้นดิน-อากาศ 910 ล้านบาท

ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวเกิดขึ้นสมัย “บิ๊กนัต” พล.อ.อ.มานัต วงษ์วาทย์ สมัยเป็น ผบ.ทอ. จนมาสู่ยุค “บิ๊กแอร์” พล.อ.อ.แอร์บูล สุทธิวรรณ อดีต ผบ.ทอ.ก็ยังไม่จบ จนกระทั่งส่งไม้ต่อมาที่ “บิ๊กป้อง” ในปัจจุบัน ดังนั้น ต้องจับตาโครงการต่างๆ ว่าจะลงเอยเช่นไร

นัฐวัฒน์ ดวงแก้ว