หน้าแรก บทความ บทนำ : นัยยะจ...

บทนำ : นัยยะจาก22พ.ค.

25.05.22 | 09:09 น.
บทนำ : นัยยะจาก22พ.ค.ผลการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร

ผลการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และสมาชิกสภาเขต กทม.ครั้งแรกในรอบ 9 ปี เมื่อวันอาทิตย์ที่ 22 พ.ค.ที่ผ่านมา นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครอิสระ ได้รับเลือกตั้งด้วยคะแนนท่วมท้นถึง 1,3 ล้านคะแนน, นายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ พรรคประชาธิปัตย์ ได้ 2.54 แสนคะแนน นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร พรรคก้าวไกล ได้ 2.53 แสนคะแนน นายสกลธี ภัททิยกุล อิสระ 2.3 แสนคะแนน พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง กลุ่มรักษ์กรุงเทพ 2.1 แสนคะแนน สำหรับผู้มีสิทธิเลือกตั้งมี 4,402,948 คน แสดงตนรับบัตรเลือกตั้ง 2,673,696 คน ผู้ใช้สิทธิร้อยละ 60.73

ที่น่าสนใจก็คือ คนกรุงเทพฯเทคะแนนให้กับนายชัชชาติถึง 1.3 ล้านคะแนน ประมาณครึ่งหนึ่งของผู้ออกมาใช้สิทธิ มากกว่า ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ที่เคยได้ 1.2 ล้านคะแนน ชนะการเลือกตั้งในปี 2556 และสร้างสถิติใหม่เป็นผู้ว่าฯที่ได้รับเลือกตั้งด้วยคะแนนเสียงสูงสุด ทั้งที่ก่อนหน้าเลือกตั้งมีการคาดหมายว่า นายชัชชาติจะได้คะแนนไม่ถึง 1 ล้านคะแนน เนื่องจากมีผู้สมัครจากกลุ่มการเมือง กลุ่มพลังต่างๆ ลงสมัครมากหน้าหลายตา และวิเคราะห์วิจารณ์กันว่าจะมีการแบ่งคะแนน ตัดคะแนนกันเอง ทำให้เกิดข้อเสนอในกลุ่มผู้สมัครบางกลุ่มว่าน่าจะมีการโหวตเชิงยุทธศาสตร์ เพื่อให้คะแนนเป็นกลุ่มก้อน จะได้ชนะเลือกตั้ง

นอกจากนี้ คะแนนของนายชัชชาติ เมื่อรวมกับคะแนนของนายวิโรจน์ ซึ่งเป็นผู้สมัครที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับรัฐบาล ทิ้งห่างมากจากคะแนนผู้สมัครจากกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับรัฐบาล รวมถึงคะแนนของอดีตผู้ว่าฯกทม. ยังสะท้อนให้เห็นคะแนนนิยมรัฐบาลในปีสุดท้ายก่อนสิ้นวาระ ซึ่งอาจจะเป็นผลจากการบริหารงาน การแก้ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน และสะท้อนการทำงานของผู้ว่าฯกทม.ที่ลาออกมาลงสมัครด้วย

ในภาพรวม หลายฝ่ายเห็นตรงกันว่า คะแนนของนายชัชชาติและนายวิโรจน์ สะท้อนให้เห็นว่าประชาชนต้องการการเปลี่ยนแปลง ต้องการผู้ว่าฯจากการเลือกตั้ง คะแนนของ ส.ก.ที่พรรคเพื่อไทยและพรรคก้าวไกลได้ที่นั่งส่วนใหญ่ก็สะท้อนภาพเดียวกัน และส่งสัญญาณบางประการไปยังรัฐบาลผ่านการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตย กระแสความคิดเห็นนี้น่าจะส่งผลไปถึงการเลือกตั้งทั่วไปที่จะเกิดขึ้นปลายปีนี้หรือต้นปีหน้า และส่งผลในเชิงโครงสร้าง เนื่องจากเริ่มมีการเรียกร้องให้เลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัดอีกด้วย