นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้ให้ กทม.เชื่อมต่อระบบเข้ากับระบบทราฟฟี่ฟองดูว์ เว็บไซต์ที่เปิดขึ้นเพื่อใช้แจ้งปัญหา โดยใช้พื้นที่ศูนย์ระบบเทคโนโลยีจราจร กรุงเทพมหานคร ชั้น 2 ศาลาว่าการ กทม. ต่อยอดระบบการรายงานปัญหาออนไลน์ ให้ภาคประชาชนมีส่วนร่วมในการช่วยแจ้งปัญหาต่างๆ ตั้งแต่การแจ้งปัญหาการติดตามความคืบหน้าในการดำเนินงานของ กทม. และการดูสถิติการแจ้งเรื่องร้องเรียนทั่วกรุงเทพฯ ซึ่งเป็นปัญหาเส้นเลือดฝอย หรือปัญหาใกล้ตัวประชาชนที่พบได้ในชีวิตประจำวันซึ่งกระจายตัวอยู่ทั่วทุกพื้นที่ โดยเปิดรับประเด็นทางสังคมที่หลากหลายมากยิ่งขึ้น เช่น สาธารณสุข การศึกษา ความเดือดร้อนรำคาญอื่นๆ จากเดิมที่รับร้องเรียน 5 ด้าน ได้แก่ น้ำท่วมขยะ จราจร ความปลอดภัย และทางเท้า
ถึงวันที่ 2 มิ.ย. สรุปสถิติการแจ้งปัญหาเส้นเลือดฝอย ทั้งหมดรวม 4,487 เรื่อง รับเรื่อง จำนวน 2,942 เรื่อง ส่งเรื่องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จำนวน 1,457 เรื่อง แก้ไขเสร็จสิ้น จำนวน 58 เรื่อง ประเภทปัญหา ประกอบด้วย จราจร ทางเท้า ความปลอดภัย น้ำท่วม ขยะ เรื่องเสนอแนะ และอื่นๆ โดย 10 อันดับเขตที่แจ้งปัญหาสูงสุด ตามลำดับดังนี้ จตุจักร, ราชเทวี, ประเวศ, สวนหลวง, บางเขน, ห้วยขวาง, ปทุมวัน, ดินแดง, วัฒนา และบางกะปิ ทั้งนี้ นอกเหนือจากการแก้ปัญหาและแจ้งให้ประชาชนรับทราบถึงความคืบหน้าการติดตามและการดำเนินการแก้ไขนี้จะถูกใช้เป็นหนึ่งในข้อมูลสำหรับการประเมินผู้อำนวยการเขต และผู้ว่าฯกทม.ในอนาคตด้วย
การบริหารงานของภาครัฐ จำเป็นต้องเชื่อมโยงกับประชาชน เพื่อรับรู้ปัญหาและข้อเสนอแนะต่างๆ สำหรับนำมาใช้เป็นข้อมูลในการแก้ปัญหาและพัฒนา เป็นวิธีคิดที่ไม่ซับซ้อน เป็นไปตามหลักการมาจากประชาชนไปสู่ประชาชน น่าเสียดายที่ กทม.ต้องไปอยู่ภายใต้ระบบที่ผู้บริหารไม่ได้มาจากการเลือกตั้งถึง 9 ปี ตัวเลขการแจ้งปัญหาเส้นเลือดฝอย สะท้อนความหมักหมมต่างๆ เป็นอย่างดี และถึงเวลาที่เมืองใหญ่ต่างๆ จะต้องหันมาใช้วิธีนี้แม้แต่ในระดับประเทศ วิธีการทำงานที่เชื่อมโยงกับประชาชน ทั้งโดยตรงและผ่าน ส.ส.ที่ได้รับการเลือกตั้ง จากนั้นแก้ปัญหาและสังเคราะห์เป็นนโยบาย เป็นความจำเป็น หากต้องการให้เมืองและประเทศ มีการพัฒนา เป็นฐานในการพัฒนาเศรษฐกิจ ธุรกิจต่างๆ และสร้างศักยภาพในทางเศรษฐกิจ

