นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ลงนามในประกาศกระทรวงสาธารณสุข ให้กัญชาเป็นสมุนไพรควบคุม มีสาระสำคัญคือ 1.ให้กัญชาที่เป็นพืชตระกูลแคนนาบิส (Cannabis) เป็นสมุนไพรควบคุม 2.ให้ผู้ที่อายุ 20 ปีขึ้นไป สามารถใช้ประโยชน์กัญชาได้ยกเว้นการใช้ประโยชน์ดังต่อไปนี้ การใช้ในที่สาธารณะและใช้ในหญิงตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร 3.ให้ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม แพทย์แผนไทย แพทย์แผนไทยประยุกต์ ผู้ประกอบโรคศิลปะสาขาการแพทย์แผนจีน และหมอพื้นบ้านตามกฎหมายการแพทย์แผนไทย สามารถใช้ประโยชน์จากกัญชาในการบำบัดรักษาผู้ป่วยของตน และ 4.ให้ประกาศมีผลบังคับใช้นับแต่วันที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา
นพ.ยงยศ ธรรมวุฒิ อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก เผยว่า ประกาศฉบับนี้ออกมาใช้ชั่วคราวในระหว่างการรอร่าง พ.ร.บ.กัญชา กัญชง ที่อยู่ในระหว่างการพิจารณาของสภา หาก พ.ร.บ.กัญชาฯออกมา ประกาศฉบับนี้จะสิ้นอำนาจบังคับใช้ การประกาศสมุนไพรควบคุม จะใช้ในกรณีต่างๆ ได้แก่ 1.ป้องกันพืชสมุนไพรหรือภูมิปัญญานั้นๆ สูญหายหรือสูญพันธุ์ 2.พืชสมุนไพรนั้นมีมูลค่าทางเศรษฐกิจที่สูง และ 3.เพื่อคุ้มครองภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย ซึ่งการควบคุมเพื่อป้องกันการนำไปใช้ในทางที่ผิด ที่จะส่งผลต่อมูลค่าทางเศรษฐกิจของสมุนไพรนั้น สำหรับกัญชามีการวิเคราะห์แล้วว่า มีมูลค่าทางเศรษฐกิจที่สูงจำเป็นต้องควบคุมไม่ให้นำไปใช้ในทางที่ผิด แล้วถูกถอยกลับไปเป็นยาเสพติดอีกครั้ง
พืชกัญชามีคุณค่าทางการแพทย์และทางเศรษฐกิจ แต่ก็มีโทษหากใช้ขาดความรู้ความเข้าใจ หลังจากปลดล็อกเมื่อวันที่ 9 มิ.ย. เกิดความกังวลว่า จะมีการนำไปใช้เสพเพื่อสันทนาการ หรือใช้ในบุคคลที่มีความเสี่ยง อาทิ หญิงมีครรภ์ หญิงให้นมบุตร และบุคคลอายุต่ำกว่า 20 ปี ขณะที่ร่าง พ.ร.บ.ที่จะออกมาปิดช่องว่างเหล่านี้ ยังอยู่ในระหว่างการพิจารณาของกรรมาธิการวิสามัญในสภาผู้แทนราษฎร ขณะเดียวกันยังมีประกาศของกระทรวงสาธารณสุข ออกมาห้ามการใช้ช่อดอกมาเสพหรือสูบ และให้ร้านค้าที่ใช้กัญชาเป็นส่วนผสมอาหารติดประกาศแจ้ง ทั้งหมดนี้ เป็นเรื่องที่ต้องทำอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การปลดล็อกกัญชาได้ผลตามเจตนารมณ์

