ผ่านมา 1 เดือน 4 วัน ที่ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ เข้ามาปฏิบัติหน้าที่ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน ภายหลังคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประกาศรับรองผลการเลือกตั้ง กับชัยชนะถล่มทลาย เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2565 กว่า 1.3 ล้านคะแนน
1 เดือนที่ผ่านมา ทุกย่างก้าว ทุกความเคลื่อนไหวของ “ชัชชาติ” ได้รับความสนใจ ถูกจับจ้องจากสังคมจนกลายเป็นกระแสชัชชาติฟีเวอร์
จึงไม่แปลกใจ ที่การไลฟ์สดผ่านเพจเฟซบุ๊กแต่ละครั้ง ทั้งการวิ่งออกกำลังกายก่อนมาทำงาน การลงพื้นที่ตรวจ
น้ำท่วม พบปะชาวบ้านเพื่อรับฟังปัญหา จะสร้างปรากฏการณ์ยอดผู้เข้าชมล้นหลาม
หลายคลิปของผู้ว่าฯชัชชาติ กลายเป็นไวรัลในโลกโซเชียล
แม้การไลฟ์สด ฝ่ายตรงข้ามจะมองว่าเป็นการสร้างภาพหรือไม่
แต่การลงพื้นที่เพื่อแก้ปัญหาให้ชาว กทม.จึงทำให้หลายคนเข้าใจในจุดนี้
ในการเดินหน้า 214 นโยบายที่ได้หาเสียงเอาไว้นั้นระยะเวลา 1 เดือนกว่าๆ หลายนโยบายได้ลงมือ เช่น การปลูกต้นไม้ล้านต้น สร้างพื้นที่สีเขียวและกำแพงกรองฝุ่นทั่วกรุงได้เริ่มปลูกแล้วในหลายพื้นที่
สร้างการมีส่วนร่วมของผู้ค้าแผงลอย ภาคประชาชน และเอกชนในพื้นที่ ช่วยดูแลพื้นที่การค้า
การจัดการนำสายสื่อสารลงดินได้ประชุมหารือวางแผนผลักดันร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
การแก้ปัญหาน้ำท่วมขังที่ชาว กทม.มีการขุดลอกคลองรองรับการระบายน้ำช่วงฝนตกหนัก การตรวจตราระบบระบายน้ำในจุดต่างๆ ทำให้บรรเทาผลกระทบน้ำท่วมขังได้
อีกสิ่งที่มีการพูดถึงกันค่อนข้างมากคือการนำ “Traffy Fondue” (ทราฟฟี่ ฟองดูว์) แพลตฟอร์มบริหารจัดการในการแก้ปัญหามารับเรื่องร้องเรียนของชาว กทม. ซึ่งมีการพูดถึงและชื่นชมอย่างมากในโลกโซเชียลว่า เมื่อร้องเรียน แจ้งปัญหาไปแล้วทางสำนักงานเขตจะเข้ามาดำเนินการอย่างรวดเร็ว
เหล่านี้เป็นเพียงบางส่วน ยังมีอีกหลายนโยบายที่ยังต้องขับเคลื่อนกันต่อไป อาจจะเห็นผลในระยะสั้น หรือระยะยาว
รวมถึงกรณีการต่ออายุสัมปทานรถไฟฟ้าสายสีเขียว หรือรถไฟฟ้าบีทีเอส ออกไปอีก 30 ปี ถูกจับตาว่าท้ายสุดแล้ว กทม.และคณะกรรมการชุดใหม่ของบริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด ที่มีธงทอง จันทรางศุ เป็นประธาน จะหาทางออกเช่นไร
ระยะเวลา 1 เดือนของผู้ว่าฯชัชชาติ ได้สร้างมาตรฐานใหม่ทางการเมือง มาตรฐานใหม่ในการทำงาน ของผู้บริหารที่ขยันลงพื้นที่ทำงานไม่มีวันหยุด
โดยขอหยิบยกความเห็นบางส่วนของ รศ.ดร.สิริพรรณ นกสวน สวัสดี คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่เผยแพร่ในเว็บไซต์ ch3plus.com ซึ่งมองว่า
การทำงานของนายชัชชาติ แสดงให้เห็นว่าไม่ยอมจำนนต่อระบบราชการ หลายสิ่งที่คิดว่า กทม.ทำไม่ได้ วันนี้ สามารถทำได้ รวมไปถึงเรื่องการพยายามสร้างความโปร่งใสในการทำงานผ่านการไลฟ์ต่างๆ ที่สำคัญคือ ได้สร้างมาตรฐานใหม่ทางการเมืองให้เกิดขึ้น ซึ่งหมายรวมไปถึงระบบการเมืองของทั้งประเทศ
เหล่านี้เป็นเพียงบางส่วนของผู้ว่าฯชัชชาติ คงต้องติดตามกันยาวๆ ต่อไปอีก 4 ปี เพื่อพิสูจน์ผลงานกับภารกิจ
ในการขับเคลื่อน พัฒนา กทม.

