บทนำ : สูตรอำนาจ
รัฐสภามีมติเมื่อวันที่ 6 ก.ค. ให้ใช้สูตรคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ด้วยการใช้จำนวน 500 หาร ตามร่างของ นพ.ระวี มาศฉมาดล หัวหน้าพรรคพลังธรรมใหม่ ทำให้วิธีคำนวณแบบหารด้วย 100 ตกไป ทั้งที่เป็นแนวทางในร่างฉบับของรัฐบาล มีบุคคลในวงการเมือง ออกมาแสดงความสะใจว่า เกมการเมืองเปลี่ยนไปแล้วบางพรรคเยาะเย้ยว่า เป็นเพราะพรรคเพื่อไทย ประกาศเป้าหมายชนะเลือกตั้งแบบแลนด์สไลด์ในการเลือกตั้งครั้งต่อไป ทำให้คู่ต่อสู้ทางการเมืองผลักดันวิธีคำนวณแบบใหม่ เพื่อสกัดโอกาสแลนด์สไลด์
มีกระแสข่าวว่า รัฐบาลสนับสนุนแนวทางใช้500 หาร เพราะเชื่อว่า จะลดโอกาสได้ ส.ส.บัญชีรายชื่อของพรรคเพื่อไทย และทำให้พรรคเล็กมีโอกาสได้ ส.ส.มากขึ้น เป็นวิธีคิดที่มุ่งเอาชนะทางการเมือง เพื่อประโยชน์ของฝ่ายตน มากกว่าจะยึดหลักการที่เป็นเหตุเป็นผลเพราะตามหลักแล้ว การคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ สำหรับกรณีใช้บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ ต้องใช้จำนวน ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ที่มี คือ 100 คน มาหารตัวเลขคะแนนรวม การใช้ตัวเลข ส.ส.ทั้งสภา คือ จำนวน 500 มาหาร วิธีการที่รัฐสภาเห็นชอบผิดฝาผิดตัว และมีผู้ชี้ด้วยว่า อาจขัดรัฐธรรมนูญ 2560
ร่างแก้ไขร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ เมื่อเสร็จสิ้นขั้นตอนในรัฐสภาแล้ว จะต้องส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยก่อนนำขึ้นทูลเกล้าฯ น่าสนใจว่า ศาลรัฐธรรมนูญจะมีความเห็นเหมือนรัฐสภาหรือไม่อย่างไร หากไม่เห็นด้วยอาจนำไปสู่ปัญหาที่กระทบถึงการเลือกตั้ง ที่เชื่อว่าจะเกิดขึ้นปลายปี 2565 หรือต้นปี 2566 ขณะนี้หลายพรรค เริ่มเตรียมรับสถานการณ์ อาทิ พรรคเพื่อไทยเริ่มปรารภว่า อาจจะแยกเป็น 2 พรรค สำหรับผู้สมัคร ส.ส.เขตเป็นหลักพรรคหนึ่ง และปรับกลุ่มครอบครัวเพื่อไทย เป็นพรรคสำหรับผู้สมัครปาร์ตี้ลิสต์เป็นหลัก
การเมืองไทยนับแต่รัฐประหารล้มรัฐบาล นายทักษิณ ชินวัตร เมื่อปี 2549 และล้มรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เมื่อปี 2557 กลุ่มอำนาจพยายามใช้รัฐธรรมนูญเป็นเครื่องมือในการรักษาและสืบทอดอำนาจ จนเกิดการละเมิดหลักประชาธิปไตยหลายอย่างด้วยกัน ที่เห็นชัดคือ วิธีการคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อแบบพิสดารหลังการเลือกตั้งเมื่อปี 2562 และการให้ส.ว. 250 คน ร่วมลงมติเลือกนายกฯ ซึ่งไม่สะท้อนเจตนารมณ์ของประชาชนที่แสดงออกในการเลือกตั้ง การใช้ 500 หารเพื่อคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อก็เข้าข่ายเดียวกัน

