บทนำ : กัญชากับเด็ก
สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เปิดเวทีเสวนา “อาหารและขนมผสมกัญชาใกล้มือเด็ก ห้ามหรือให้?” ภก.วรสุดา ยูงทอง ผู้อำนวยการกองอาหาร สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กล่าวว่า ความกังวลเรื่องกัญชาในเด็ก คือ การผสมลงในอาหารและเครื่องดื่ม อย.ได้ทดลองในคนและสัตว์เพื่อให้ได้ค่าความปลอดภัย กำหนดให้การบริโภคไม่เกินคนละ 2 เมนู เช่น คุกกี้ 1 ชิ้น มีกัญชา 1 ใบ ก็กินได้ไม่เกิน 2 ชิ้น แต่หากจะกินน้ำผสมกัญชากับคุกกี้ ก็จะเป็นคุกกี้ 1 ชิ้น กับน้ำ 1 ขวด สิ่งสำคัญคือ การอ่านฉลากเตือนที่สินค้า ดังนั้น พ่อแม่ผู้ปกครองจะต้องดูอาหารที่มีเลขที่ อย. ส่วนอาหารที่ไม่ต้องมีเลข อย. ก็ได้แนะนำผู้ผลิตต้องให้คำแนะนำกับลูกค้า
ขณะที่ ผศ.นพ.วรวุฒิ เชยประเสริฐ กุมารแพทย์ ผู้ก่อตั้งเพจเลี้ยงลูกตามใจหมอ กล่าวว่า ผู้ปกครองที่ติดตามเพจจะแสดงความเป็นห่วง เพราะการเข้าถึงกัญชา กัญชงทำได้ง่ายมากขึ้น การใช้กัญชาทางการแพทย์ในเด็กมีน้อยมากจนแทบไม่มี แต่อาจมีข้อบ่งชี้ให้ใช้ในกลุ่มเด็กที่มีอาการลมชักที่ไม่ตอบสนองกับยาแผนปัจุบัน ก็จะนำสารสกัดซีบีดีจากกัญชามาใช้เป็นหนึ่งในการรักษาและเป็นเคสที่จำกัดมากๆ ต้องอยู่ในมือผู้เชี่ยวชาญ โดยมีเพียง 2 โรคลมชักหายากที่มีข้อมูลว่ากัญชาอาจมีประโยชน์แต่จะต้องใช้ร่วมกับยาอื่น ทั้งนี้ ยืนยันว่าไม่มีการใช้กัญชาในเด็กป่วยโรคมะเร็ง ข้อมูลเบื้องต้นคือ ไม่มีกัญชาที่ใช้ในเด็กเลย ซึ่งเรากังวล 2 อย่าง คือ 1.เด็กรับประทานโดยอุบัติเหตุที่ทำให้เกิดอันตรายได้ และ 2.ใช้เชิงสันทนาการ
การปลดล็อกกัญชาเมื่อวันที่ 9 มิถุนายน ทำให้เกิดกระแสตื่นตัว ต้องการปลูกและทำช่องทางทำธุรกิจ เป็นเรื่องโอกาสทำมาหากินของประชาชน อย่างไรก็ตาม ที่มาพร้อมกันคือการคุ้มครองไม่ให้เกิดอันตราย เป็นเรื่องของการรณรงค์ให้ความรู้ และกรอบจำกัดในการใช้ ขณะเดียวกัน การวิพากษ์วิจารณ์ การเตือนหรือชี้ให้เห็นแนวโน้มต่างๆ เป็นเรื่องจำเป็นที่ต้องเกิดในสังคม ทุกฝ่ายควรเปิดกว้างรับฟัง หากสามารถทำให้ประชาชนได้ประโยชน์จากการปลดล็อกกัญชา และดูแลคุ้มครองสังคมไปได้พร้อมๆ กัน ก็ถือว่าการปลดล็อกครั้งนี้ สังคมไทยได้ประโยชน์อย่างคุ้มค่า

