เดินหน้าชน : จะเลือกสูตรไหน โดย เสกสรรค์ กิตติทวีสิน

25.07.22 | 13:50 น.

สูตรคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อจะใช้สูตรหารด้วย 100 หรือ 500 กลับมาเป็นประเด็นอีกครั้ง เหมือนจะ “กลืนน้ำลาย” เอือกใหญ่ ทั้งที่ 2 สัปดาห์ก่อน พรรคร่วมรัฐบาลขอใช้สูตรหาร 500 หวังชิงความได้เปรียบในการเลือกตั้งปี 2566 โดยมติของรัฐสภาเมื่อ 6 กรกฎาคมที่ผ่านมา ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาลผนึกกำลังกับ ส.ว.โหวตใช้สูตรหาร 500 ของ นพ.ระวี มาศฉมาดล กมธ.เสียงข้างน้อย ที่เสนอความเห็นไว้

การใช้ 100 เป็นตัวหาร คิดจากจำนวน ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ 100 คน ส่วนตัวเลข 500 คิดจากจำนวน ส.ส.ทั้งแบบแบ่งเขต และแบบบัญชีรายชื่อทั้งหมด

แรกๆ ก็ประกาศชัยชนะเล็กๆ ในยกแรก หวังดับ “แลนด์สไลด์” ของพรรคเพื่อไทยที่เข้าโค้งแรง สั่นสะเทือนไปถึงพรรคพลังประชารัฐกับพรรคร่วมที่เกิดท่าทีหวาดระแวง พรรคเล็กก็เกิดภาพจำซ้ำว่าคงจะสูญพันธุ์กันแน่

ล่าสุด สมศักดิ์ เทพสุทิน ในฐานะประธานยุทธศาสตร์ พรรคพลังประชารัฐ ทักว่า “สูตร 500 ไม่น่าจะใช่ ปัญหาตามมาไม่จบแน่ ย้อนแย้งกันไปหมด ยกตัวอย่างง่ายๆ ว่า สมมุติว่าจำนวน ส.ส.ที่จะได้ คือจำนวนที่เลือกบัญชีรายชื่อ และหารด้วย 500 จะได้ ส.ส.พึงมี แต่ถ้าได้ ส.ส.เขตมากกว่า ส่วนของ ส.ส.บัญชีรายชื่อจะไม่ได้ ยกตัวอย่าง สมมุติ พรรคภูมิใจไทย อาจจะได้ ส.ส. 50 เขต แต่บัญชีรายชื่อได้ 5 ล้าน เท่ากับว่า ส.ส.บัญชีรายชื่อจะไม่ได้เลย และถ้าได้ ส.ส. 60 คน ก็คงไม่พอใจเช่นเดียวกับพรรค พปชร.”

เข้าใจว่า ระหว่างนี้พรรคร่วมรัฐบาลต้องคุยกันอย่างจริงจังอีกครั้ง เวลาให้กลับลำยังพอมี แต่กับพรรคเล็กที่เล่นเกมต่อรองการเมืองกับ พปชร.มาตลอด คงไม่ชอบใจแน่ ดังนั้น พปชร.ต้องคุยกันกับพรรคร่วมให้ตกผลึกอีกครั้ง แล้วค่อยหาทางออกกับพรรคเล็กที่ยืนยันกับสูตรหาร 500 หากปล่อยให้ใช้สูตรหาร 100 พรรคปัดเศษทั้งหลายอาจจะหลุดไปทั้งกระดานทันที

Advertisement

น่าแปลกใจว่า ช่วงที่พรรคร่วมรัฐบาลประสานเสียงรับลูกจะขอใช้สูตรหาร 500 ตามมติ กมธ.เสียงข้างน้อยของหมอระวี ไม่มีใครวิเคราะห์ออกมาอย่างละเอียดหรือว่า สูตรหาร 500 อาจทำให้พรรคใหญ่อย่าง พปชร.บาดเจ็บหนักได้ รวมถึงภูมิใจไทยด้วยที่รัฐมนตรีสมศักดิ์บอกว่า จะกระทบเยอะ โดยเฉพาะ ส.ส.บัญชีรายชื่ออาจจะไม่ได้เลย

ยิ่งได้ย้อนกลับไปที่คำพูดของ สมศักดิ์ เทพสุทิน สมัยยังเป็นกลุ่มสามมิตร นำทีมงานเข้าร่วมพรรคพลังประชารัฐในช่วงข้าวใหม่ปลามัน ขึ้นพูดบนเวทีในวันเปิดตัวที่เข้าร่วมเมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน 2561 คำพูดในวันนั้นยังทันสมัยกับสถานการณ์การเมืองของพรรคพลังประชารัฐในวันนี้ ที่ว่า

“ต้องยอมว่ากระแสตกค้างความนิยมของพรรคคู่แข่งที่มีมากพอสมควร ขอให้ทุกคนทำความเข้าใจในแนวนโยบายของพรรค โดยเฉพาะผู้สมัครที่อยู่ต่างจังหวัดต้องเร่งสร้างความเข้าใจ บ้านเมืองเมื่อ 4-5 ปีที่ผ่านมามีความวุ่นวายแตกแยก เพิ่งจะดีเมื่อ 1-2 ปีที่ผ่านมา จะทำอย่างไรที่จะเปลี่ยนความรู้สึกของผู้คนที่มีความรู้สึกต่อพรรคการเมืองเก่าให้เห็นข้อเท็จจริง อยากฝากผู้สมัครทุกคนไว้ ผมไม่ใช่จะเก่งกล้า ด้วยประสบการณ์จากการเลือกตั้ง 10 สมัย ถ้าเราไม่นำสิ่งดีๆ ที่มีเข้าไปเปลี่ยนความรู้สึกของคนที่มีกระแสเดิมอยู่ โอกาสเพื่อนำไปสู่ชัยชนะก็จะยาก การเลือกตั้งครั้งนี้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ดีไซน์มาเพื่อพวกเรา ต้องใช้ประโยชน์จากสิ่งต่างๆ เหล่านี้ เป้าหมายทุกคะแนนมีความสำคัญ ฉะนั้น ตัวบุคคลในแต่ละเขตแปรเปลี่ยนเป็นคะแนนให้ได้ ทุกคะแนนมีความสำคัญมาก”

ต่อมา สมศักดิ์ได้บอกว่า รัฐธรรมนูญดีไซน์เพื่อพวกเรา หมายถึงพรรคการเมืองขนาดกลางและขนาดเล็ก รวมถึงพรรคการเมืองหน้าใหม่ที่ไม่มีฐานเสียงมาก่อน เป็นการพูดปลุกใจให้บรรดาผู้สมัครหน้าใหม่ๆ ได้ลงพื้นที่ใกล้ชิดประชาชน เพราะการเลือกตั้งในครั้งนี้ รัฐธรรมนูญเขียนให้ทุกคะแนนเสียงนั้นมีค่า แม้เราจะไม่ได้ ส.ส.ในระบบเขต แต่ทุกคะแนนที่ประชาชนวางใจเมื่อสะสมในทุกจังหวัด ก็สามารถทำให้เราได้ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ

เหล่าพรรคการเมืองทั้งใหญ่และเล็กที่กลัวแลนด์สไลด์น่าจะต้องกลับมาอ่านกันอีกครั้ง