หน้าแรก บทความ บทนำ : โควิดค...

บทนำ : โควิดคงที่-เริ่มลด

4.08.22 | 09:09 น.
บทนำ : โควิดคงที่-เริ่มลด นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค

บทนำ : โควิดคงที่-เริ่มลด

นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค แถลงรายงานสถานการณ์โควิด-19ในประเทศไทย ว่า ถึงวันที่ 1 สิงหาคม 2565 ประเทศไทย มีสภาพที่สอดคล้องกับภาพรวมโควิด-19 ทั่วโลก ที่สัปดาห์นี้เริ่มคงที่ ผู้เสียชีวิตซึ่งแนวโน้มของไทยค่อนข้างคงที่และแนวโน้มลดลง ผู้เสียชีวิต 19 รายใหม่ เป็นกลุ่ม 608 ทั้งหมด เป็นผู้ที่ไม่รับวัคซีน 9 ราย คิดเป็นร้อยละ 47 ไม่ได้รับวัคซีนเข็มกระตุ้น 6 ราย คิดเป็นร้อยละ 32 และรับเข็มกระตุ้นหรือบูสเตอร์โดสแต่นานมากกว่า 3 เดือน อีก 4 รายคิดเป็นร้อยละ 21 เชื้อโควิด-19 สายพันธุ์ย่อยโอมิครอน BA.4 และ BA.5 เป็นสายพันธุ์หลักของการระบาดในรอบนี้ ส่วนใหญ่ดื้อต่อวัคซีน ฉะนั้น การฉีดเข็มกระตุ้นเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยลดการป่วยหนักและเสียชีวิต ซึ่งต่อไปนี้การฉีดเข็ม 3, 4 หรือ 5 เราจะเรียกว่า
เข็มกระตุ้น หากฉีดเข็มสุดท้ายนานเกิน 3 หรือ 4 เดือน ก็สามารถติดต่อขอรับเข็มกระตุ้นได้

อธิบดีกรมควบคุมโรคกล่าวถึงฉากทัศน์การระบาดว่า อยู่ในเกณฑ์เส้นสีเขียว แปลว่า ระบบสาธารณสุขรองรับได้ค่อนข้างดี หลายหน่วยงานให้ข้อมูลตรงกันว่า เตียงรองรับผู้ป่วยอาการหนักได้ คาดว่าสถานการณ์จะคงที่และค่อยๆ ลดลง ฉะนั้น สถานการณ์ตอนนี้เป็นตามคาดการณ์ไว้ คือ ผู้ติดเชื้อใหม่จะเพิ่มขึ้นและเริ่มคงตัว สำหรับผู้ที่อาการหนักและเสียชีวิตก็จะมีแนวโน้มคงตัวและลดลงใน 2-3 สัปดาห์ข้างหน้า ในช่วงวันหยุดยาวมีพี่น้องที่เดินทางไปต่างจังหวัดเยอะ จึงต้องติดตามสถานการณ์ในต่างจังหวัดว่าจะมีการระบาดเพิ่มขึ้นหรือไม่ ฉะนั้น ขอให้ประชาชนดำเนินตามมาตรการ 2U คือ Universal Prevention and Vaccination คือป้องกันตัวเองสูงสุดและการฉีดวัคซีน

เป็นคำอธิบายต่อสถานการณ์โควิดล่าสุดในประเทศ ซึ่งโดยทั่วไปประชาชนจะพบการติดเชื้อของคนใกล้ตัว แต่จะไม่ร้ายแรง เว้นแต่เป็นกลุ่มเสี่ยงและไม่รับวัคซีนตามกำหนดเวลา ในภาพรวมจึงเป็นโอกาสในการทำอาชีพ ประกอบธุรกิจ เพียงแต่จะต้องระมัดระวังตามแนวทางของกระทรวงสาธารณสุข อย่างไรก็ตาม ยังมีเสียงสะท้อนว่าการเข้าถึงยาและการรักษายังมีปัญหา ในบางพื้นที่ ทำให้ประชาชนบางส่วนพยายามซื้อยาที่เชื่อว่ามีคุณสมบัติมากินเอง ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขห่วงว่าอาจเกิดอันตราย ทางแก้ไขในเรื่องนี้ ต้องเร่งให้ความรู้แก่ประชาชนตามสถานการณ์และประเด็นที่เกิดขึ้น และเร่งรัดระบบงานสาธารณสุขให้รองรับผู้ติดเชื้อได้อย่างฉับไว