กราบเท้าการเมือง

กราบเท้าการเมือง

กราบเท้าการเมือง

5 ส.ส.สมุทรปราการ พรรคพลังประชารัฐ พร้อมหน้ากันมาต้อนรับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐในฐานะประธานกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการแก้ปัญหาน้ำแล้งและป้องกันน้ำท่วมในลุ่มน้ำเจ้าพระยาและบางปะกง จ.สมุทรปราการ กลายเป็นเรื่องฮือฮา นินทาการเมืองยังไม่หยุดถึงวันนี้

โดยเฉพาะภาพประทับใจที่นายกรุงศรีวิไลสุทินเผือก หนึ่งในห้า ส.ส.ก้มลงกับพื้นกราบเท้า พล.อ.ประวิตร สังคมซุบซิบพูดกันไปต่างๆ นานา มีทั้งชื่นชม ยกย่อง ผู้น้อยอ่อนน้อมถ่อมตน มีสัมมาคารวะผู้ใหญ่ แต่อีกฝั่งหนึ่งกระแนะกระแหน ประชดประชัน เย้ยหยัน ถากถาง ยุคสมัยเปลี่ยนไปแล้ว อะไรจะต้องทำถึงขนาดนั้น

การทุ่มสุดตัวสุดหัวใจของนายกรุงศรีวิไลเกิดขึ้นภายหลังการลงมติญัตติเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีอีก 10 คน เพียงข้ามวัน นอกจากต้องการแสดงความเคารพนบนอบ ขอบคุณ พล.อ.ประวิตรที่ให้ความสนใจดูแล ส.ส.ลูกพรรคมาตลอดแล้ว

ตามมาด้วยข้อเรียกร้องขอความเห็นใจให้เปลี่ยนตัว พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่ง ส.ส.กลุ่มปากน้ำลงมติไม่ไว้วางใจ มาเป็น พล.อ.ประวิตรแทน

ข้อเรียกร้องที่ว่าจะเป็นจริงหรือไม่ เมื่อไหร่ ก็แล้วแต่ สร้างความกระอักกระอ่วนใจให้แก่ พล.อ.ประวิตร พล.อ.อนุพงษ์ และ พล.อ.ประยุทธ์ ซึ่งพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า การตัดสินใจเป็นของน้องคนเล็ก พล.อ.ประยุทธ์ ผู้มีอำนาจเป็นคนสุดท้าย

เบื้องหน้าก็ทำทีปากแข็ง ยังไม่คิดปรับ ครม.เวลานี้ แต่เบื้องหลังกุนซือทางการเมืองเสนอสูตรสมการเป็นทางเลือกให้ตัดสินใจกี่แนวทางก็ตาม ในฐานะหัวหน้ารัฐบาลย่อมเลือกหนทางที่ตัวเองได้มากกว่าเสีย ประคับประคองให้อยู่ต่อไปได้นานที่สุด อย่างน้อยก็ผ่านการประชุมโอเปคกลางเดือนพฤศจิกายนที่จะถึงนี้

ประเด็นอยู่ที่ว่ากลุ่ม ส.ส.ปากน้ำจะหยุดความเคลื่อนไหว ทนรอจนกว่า พล.อ.ประยุทธ์จะตัดสินใจไหวหรือไม่

ในเมื่อการแสดงพลังที่ออกมานอกจากต้องการคำตอบรับ ยอมผลักดันโครงการต่างๆ ที่ ส.ส.เสนอให้ทำจริงจังแล้ว อีกด้านหนึ่งต้องการส่งสัญญาณให้เห็นว่าพวกเขาน่าจะได้รับผลตอบแทนทางการเมืองด้วย ส.ส.กลุ่มปากน้ำมีถึง 7 คน ควรจะได้ครองเก้าอี้รัฐมนตรีอย่างน้อยหนึ่งตำแหน่ง ไม่น้อยหน้าไปกว่ากลุ่มพลังชล จังหวัดชลบุรี ที่ครองเก้าอี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมอยู่

การยอมรับข้อเรียกร้องของพวกเขาด้วยการปรับคณะรัฐมนตรีทันทีเวลานี้ เท่ากับช่วยลดแรงกระเพื่อมภายในพรรคแกนนำรัฐบาลลงแล้ว ยังเปิดช่องให้พรรคร่วมรัฐบาลปรับเปลี่ยนตัวบุคคลได้ด้วย หากไม่ทำให้ความขัดแย้งภายในพรรคขยายตัวยิ่งขึ้น

ขณะที่เก้าอี้รัฐมนตรียังคงพอมีเหลือให้ขยับขยาย หลังปรับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า และ น.ส.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ ออกจากตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการฯ พร้อมกันทั้งสองกระทรวงคราวก่อน

การโยก พล.อ.ประวิตรไปนั่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ไม่เพียงแต่เป็นการตอบรับข้อเรียกร้องของ ส.ส.กลุ่มปากน้ำแล้วในระยะยาวเป็นผลดีต่อการดูแลการเลือกตั้งทั่วไปที่จะมีขึ้นปลายปีนี้ หรือต้นปีหน้า

อ่านเกมหลังภาพก้มกราบการเมืองแล้ว ทางเลือกปรับทันทีไม่ต้องรอการประชุมโอเปค น่าจะได้ประโยชน์กับ พล.อ.ประยุทธ์ และรัฐบาลโดยรวมมากกว่า ผลกระทบเพียงแค่เคลียร์ใจและหาตำแหน่งที่เหมาะสมให้ พล.อ.อนุพงษ์เท่านั้น

ปมปัญหาน่าปวดหัวไม่ได้อยู่แค่นี้ แต่อยู่ที่ว่าจะหาเก้าอี้กระทรวงไหนที่เหมาะสมให้กับแกนนำกลุ่มปากน้ำ และจะส่งใครมาเป็นตัวแทน พล.อ.ประยุทธ์เห็นด้วย ยอมรับได้หรือไม่ หากพอใจตัวบุคคลแล้ว ทางออกของ พล.อ.ประยุทธ์ไม่ยาก

ถ้าเกิดแรงกระเพื่อมภายในพรรคพลังประชารัฐก็ให้ พล.อ.ประวิตร พี่ใหญ่แก้กันเอง

กลเกมการเมืองหลังเสร็จศึกอภิปรายจะปรากฏโฉมออกมาในรูปนี้หรือไม่ ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของ พล.อ.ประยุทธ์จะเดินหมากอย่างไร

ซึ่งจะเป็นส่วนหนึ่งของคำตอบที่คอการเมืองต้องการได้ คือ พล.อ.ประยุทธ์และระบอบ คสช.จะเดินหน้าไปต่อ หรือจะหยุดเพียงแค่นี้ 8 ปีพอดี

ถึงวันนี้แนวโน้มจะไปต่อสูงมากขึ้นเรื่อยๆ ติดตามได้จากการขยับตัวของพรรครวมไทยสร้างชาติ และรวมแผ่นดิน ที่มีแนวทางอุ้ม พล.อ.ประยุทธ์ คึกคักเป็นพิเศษ

แต่ไม่ว่าคำตอบจะออกข้อไหน ไปต่อหรือหยุด การยอมลงทุนทุ่มสุดตัว “กราบเท้าการเมือง” ของ ส.ส.กรุงศรีวิไล น่าจะได้มากกว่า เพราะไม่มีอะไรต้องเสียอีกแล้ว

ถ้าผู้มีอำนาจในพรรคพลังประชารัฐตัดสินใจส่งสมัครต่อ ผลการเลือกตั้งครั้งหน้าจะเป็นคำตอบอย่างแน่นอนว่า การลงทุนครั้งนี้คุ้มหรือไม่

 

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon