บทนำ : เปิดกว้าง-เรียนรู้
นายศานนท์ หวังสร้างบุญ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ปาฐกถาพิเศษ เรื่อง “เยาวชนร่วมสมัยกับการมีส่วนร่วมทางการเมือง” เมื่อเร็วๆ นี้ ว่า กทม.มีโรงเรียน 437 แห่ง ห้องสมุด34 แห่ง มีพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น ศูนย์สร้างสุขทุกวัย หลายแห่ง พื้นที่เหล่านี้ไม่ใช่สำหรับการศึกษาอย่างเดียว นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯกทม. พูดเสมอว่า การศึกษาไม่สำคัญเท่ากับการเรียนรู้ อนาคตเราต้องมีทักษะการเรียนรู้ตลอดเวลา การเรียนรู้ไม่ได้เลือกเวลาเฉพาะในโรงเรียน การเรียนรู้ต่างๆ อยู่นอกห้องเรียนมากกว่าอยู่ในโรงเรียนด้วยซ้ำ การเข้าเรียนในมหาวิทยาลัย ร้านกาแฟ เกิดการเรียนรู้ทั้งสิ้น การเรียนรู้จะเกิดขึ้นได้เมื่อเราเปิดรับความหลากหลาย ไม่จำกัดว่าใครเป็นผู้ให้ความรู้หรือใครเป็นผู้รับความรู้ การเปิดกว้างทางการเมือง เปิดกว้างความหลากหลาย เป็นเรื่องสำคัญที่ กทม.ต้องเปิดกว้างตรงนี้
รองผู้ว่าฯกทม.กล่าวอีกว่า ในอนาคตทุกคนควรมีทักษะในเรื่องของการเรียนรู้ทุกที่ ทุกเวลา การเรียนรู้ในทุกวันนี้เกิดขึ้นนอกห้องเรียนมากกว่าในห้องเรียน การเรียนรู้จะเกิดขึ้นต่อเมื่อเราเปิดรับความหลากหลาย ไม่จำกัดว่าใครเป็นผู้ให้ หรือผู้รับความรู้เท่านั้น การเปิดกว้างทางการเมืองก็เป็นเรื่องสำคัญ กทม.ได้เล็งเห็นและเปิดกว้างมากขึ้น พร้อมกับเผยว่า ทาง กทม.เตรียมออกประกาศเรื่องสิทธิเด็กในโรงเรียนสังกัด กทม. ป้องกันการล่วงละเมิดสิทธิบนเนื้อตัวร่างกาย การป้องกันการล้อเลียน หรือบูลลี่ การให้นักเรียนไว้ทรงผมแบบผ่อนคลายมากขึ้น การแต่งกายชุดไปรเวตมาโรงเรียน 1 วัน การผ่อนคลายเครื่องแบบลูกเสือเนตรนารี เป็นต้น ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาจากฝ่ายกฎหมาย เพื่อไม่ให้ขัดกับกฎระเบียบของทางกระทรวงศึกษาธิการ
ถือเป็นข่าวดีสำหรับประชาชน เพราะหมายถึงคณะผู้บริหาร กทม.ที่มีผู้ว่าฯ มาจากเลือกตั้ง ตระหนักในสิทธิเสรีภาพของเยาวชน และมีความคิดทันสมัย โดยจะเน้นการเรียนรู้อย่างกว้างขวางในทุกด้าน แทนที่จะหมกมุ่นกับการให้นักเรียนอยู่ในวินัยเหล็กแบบทหาร ทั้งเรื่องทรงผมและเครื่องแบบที่สถานศึกษาเข้าใจเอาเอง ที่จริงระเบียบกระทรวงศึกษาธิการได้สั่งผ่อนคลายเรื่องนี้มาแล้ว แต่ครูบางคนยังยึดติดไม่ได้ร่วมมือ ทำให้เกิดปัญหาขึ้นในสถานศึกษาหลายแห่ง และเชื่อว่าคำสั่งนี้จะทำให้โรงเรียนใน กทม.เป็นต้นแบบที่นำไปสู่การให้โอกาส และเสรีภาพแก่เด็กทั่วประเทศในอนาคต

