หน้าแรก บทความ เดินหน้าชน : ...

เดินหน้าชน : หนี้ที่ต้องชำระ

22.08.22 | 09:04 น.
เดินหน้าชน : หนี้ที่ต้องชำระ กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา หรือ กยศ.

เดินหน้าชน : หนี้ที่ต้องชำระ

กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา หรือ กยศ. คลอดโดยมติ ครม.เมื่อ 28 มีนาคม 2538 ทำหน้าที่ในการปล่อยกู้ยืมให้นักเรียนหรือนักศึกษาที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ได้กู้ยืมในระหว่างการศึกษามาแล้วเป็นปีที่ 27

ผู้ที่กู้ยืมเงิน กยศ.ไปจะถูกคิดดอกเบี้ยแค่ร้อยละ 1 ต่อปี หรือร้อยละบาทเท่านั้น ผ่อนยาวถึง 15 ปี

หลายคนอยากศึกษาต่อ เมื่อฐานะไม่เอื้ออำนวยก็หันเข้ามาใช้บริการของ กยศ. พอจบมีงานทำ ทั้งเป็นข้าราชการ พนักงานเอกชน เจ้าของกิจการ ต่างก็จัดระเบียบวินัยการเงินส่วนตัว แม้จะมีภาระหนี้สินในส่วนอื่นๆ แต่ก็ผ่อนชำระหนี้ กยศ.จนจบ

แต่อีกจำนวนหนึ่งเลือกที่จะไม่ชำระต่อ บางคนอาจจะมีปัญหาการดำเนินชีวิตที่ไม่สามารถผ่อนจ่ายคืนได้เป็นงวดๆ ก็ เรื่องอย่างนี้เข้าใจและเห็นใจ ทางออกที่ดีที่สุด ก็สามารถเข้าไปคุยปรับโครงสร้างการชำระใหม่ได้ เพราะ กยศ.มิใช่หน่วยงานนิติบุคคลที่เข้ามาแสวงหาผลประโยชน์หรือกำไรจากการปล่อยกู้ยืม

Advertisement

สำหรับผู้ที่มีฐานะที่จะชำระได้แต่ไม่เดินหน้าต่อตามสัญญา จะด้วยเหตุผลอะไรก็แล้วแต่ ก็อยากให้นึกถึงผู้ค้ำประกันที่ส่วนใหญ่ตกเป็นข่าวที่ผ่านมา จะเป็นครู ต้องรับหนี้ไปแทน ครูบางคนต้องสูญเสียบ้านพัก ที่ดินผืนสุดท้ายเอาไปค้ำหนี้ให้ หวังจะได้ต่อชีวิตการศึกษาของลูกศิษย์ให้เป็นคนมีอนาคต ไม่ต้องเป็นภาระต่อสังคมในภายภาคหน้า เมื่อก่อนครูเคยประสิทธิ์ประสาทวิชาความรู้ให้ กลับใช้ชีวิตหลังเกษียณอย่างน่าสงสาร ต้องมาส่องหาลูกศิษย์ให้ช่วยจ่ายหนี้ที่ตัวเองก่อไว้

ลองมองย้อนกลับไปตอนที่จะต้องกู้ยืมครั้งแรกบ้าง ได้ครูมาช่วยค้ำประกันเงินกู้ให้ หารู้ไม่ว่า ต่อให้เป็นสายเลือดเดียวกันในชีวิตจริงไม่มีใครอยากค้ำประกันให้หรอก เพราะเสมือนเป็นลูกหนี้ดีๆ นี่เอง

ทุกวันนี้ กยศ.ก็ได้พยายามลดอุปสรรคเหล่านี้ออกไป ยกเลิกผู้ค้ำประกันตั้งแต่ปีการศึกษา 2564

ชัยณรงค์ กัจฉปานันท์ ผู้จัดการกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา เผยตัวเลขปัจจุบันมีผู้กู้ยืมได้รับโอกาสทางการศึกษาไปแล้ว 6,217,458 ราย รวมเงินกู้ยืมกว่า 696,802 ล้านบาท มีเงินหมุนเวียนจากการชำระคืนกว่า 30,000 ล้านบาทต่อปี ทำให้กองทุนมีเงินให้รุ่นน้องกู้โดยไม่ต้องใช้งบประมาณแผ่นดินตั้งแต่ปีการศึกษา 2561 เป็นต้นมา ในปีการศึกษา 2565 กองทุนได้เตรียมเงินกว่า 38,000 ล้านบาท เพื่อรองรับผู้กู้ยืมจำนวนกว่า 600,000 ราย

ที่นำเรื่อง กยศ.มากล่าวถึงอีกครั้ง จู่ๆ ก็มีการหาแนวร่วมล่ารายชื่อเพื่อยกเลิกหนี้ กยศ. ผจก.กยศ.เคยบอกไว้ตามสื่อว่า บางคนที่ทำเรื่องกู้ยืมไปเอาเข้าจริงๆ ไม่ได้เป็นคนจนจริงๆ หรือมีฐานะขัดสนลำบากแต่อย่างใด การยกเลิกหนี้ กยศ.ไม่ใช่ทางออกของการแก้ปัญหาการเข้าถึงการศึกษา นอกจากส่งผลกระทบต่องบประมาณแผ่นดิน ยังส่งผลต่อบรรทัดฐานของสังคมด้านความซื่อสัตย์สุจริต ความรับผิดชอบและวินัยทางการเงินของคนรุ่นใหม่ที่จะเป็นอนาคตของประเทศ

ความจริงเรื่องราวของผู้ที่กู้เงินจาก กยศ.ไปนั้น ก็มีเรื่องดีๆ มากกว่า เมื่อดูจากข้อมูลของ กยศ.เมื่อวันที่ 30 มิถุนายนที่ผ่านมาคนที่เข้าระบบกู้ยืมเงินปัจจุบันประมาณ 6.2 ล้านราย ผู้กู้ยืมที่อยู่ระหว่างการชำระหนี้ประมาณ 3.45 ล้านราย คิดเป็น 56% ยอดหนี้คงเหลือ 337,857 ล้านบาท อยู่ในช่วงปลอดหนี้ 1,056,958 ราย คิดเป็น 17%

ชำระหนี้เสร็จสิ้น 1.63 ล้านราย คิดเป็น 26% ส่วนผู้ที่กู้ยืมเสียชีวิต/ทุพพลภาพ 68,369 ราย คิดเป็น 1% และอยู่ในกระบวนการฟ้องร้อง 1 ล้านราย มูลหนี้ 1.2 แสนล้านบาท

ผจก.กองทุนฯเผยล่าสุด ขณะนี้ กยศ.กำลังเร่งปรับปรุงกฎหมายเพื่อผ่อนปรนและมุ่งที่จะลดภาระผู้กู้ยืม โดยปรับโครงสร้างหนี้ การแปลงหนี้ เพื่อขยายระยะเวลาในการผ่อนชำระและลดอัตราเบี้ยปรับให้มีความเหมาะสมยิ่งขึ้น

ล่าสุด ได้เพิ่มเวลามาตรการลดหย่อนหนี้ช่วยเหลือผู้กู้ยืมต่อเนื่องจนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2565 ลดอัตราการคิดเบี้ยปรับเหลือ 0.5% ต่อปี สำหรับผู้กู้ยืมที่ยังไม่ถูกดำเนินคดี ลดดอกเบี้ยเงินกู้ยืมเหลือ 0.01% ต่อปี ขณะที่ผู้กู้ยืมที่อยู่ระหว่างการชำระเงินคืนกองทุนและไม่เคยเป็นผู้ผิดนัดชำระหนี้ ลดเงินต้น 5%

สำหรับผู้กู้ยืมที่ไม่เคยเป็นผู้ผิดนัดชำระหนี้และต้องการปิดบัญชีในคราวเดียว ลดเบี้ยปรับ 100% สำหรับผู้กู้ยืมทุกกลุ่มที่ชำระหนี้ปิดบัญชี ลดเบี้ยปรับ 80% สำหรับผู้กู้ยืมที่ยังไม่ถูกดำเนินคดีที่ชำระหนี้ค้างทั้งหมดให้มีสถานะปกติ (ไม่ค้างชำระ) อีกทั้งกองทุนได้มีมาตรการชะลอการฟ้องร้องดำเนินคดีชะลอการบังคับคดีไว้ เว้นแต่คดีที่จะใกล้ขาดอายุความ และงดการขายทอดตลาดทรัพย์สินของผู้กู้ยืม และ/หรือผู้ค้ำประกันอีกด้วย