ภาพเก่าเล่าตำนาน : เจียง ไคเช็ค นำสมบัติหนีไป…ไต้หวัน
“สามก๊ก” คือ เรื่องราวที่สะท้อนความเป็นไปในแผ่นดินจีน… หลายร้อยปีที่ผ่านมา มีสงครามรวม-แยก-รวมแผ่นดิน
แผ่นดินจีนที่กว้างใหญ่สุดขอบฟ้า…แทบไม่เคยว่างเว้นศึกสงคราม นอกจาก “รบกันเอง” ยังมี “ต่างชาติ” มาผสมโรงแย่งชิง
ช่วงปลายราชวงศ์ชิง (ช่วง พ.ศ.2400) “จีน” ถูกเรียกว่า “ขี้โรคแห่งเอเชีย” คนจีนถูกเหยียดหยามจากนานาชาติ
มหาอำนาจ 8 ชาติ เข้ามาฉีกเฉือน แบ่งดินแดนจีนเหมือนฉีกพิซซ่า เข้าปกครอง ตั้งสถานีค้าขายทางเรือ แสวงประโยชน์
เกาะฮ่องกงถูกอังกฤษยึดครอง (มิใช่เช่า 99 ปี) ตั้งแต่จีนแพ้สงครามฝิ่นครั้งที่ 1…
อังกฤษ…เพิ่งส่งคืนเกาะฮ่องกงให้จีน เมื่อ 1 ก.ค.2540
มาเก๊า…อยู่ภายใต้การปกครองของโปรตุเกส เป็นเวลากว่า 400 ปี ก่อนที่จะถูกส่งมอบคืนให้แก่จีนในปี พ.ศ.2542
ศึกสงครามระหว่าง “กลุ่ม-ก๊ก-ก๊วน” ในแผ่นดินจีน ประหัตประหารกันเองดุเดือด ตายต่อเนื่องเป็นหลักล้าน
หนักหนาที่สุด คือ กองทัพญี่ปุ่นบุกจีน 2 ครั้ง ทหารญี่ปุ่นมาก่อเหตุสังหารหมู่ชาวจีน (แบบคึกคะนอง-เมามัน) อีกนับล้านคน
ขอเล่าแบบรวบรัดตัดตอนครับ…
15 สิงหาคม พ.ศ.2488 สงครามโลกครั้งที่ 2 ยุติลง
ญี่ปุ่นที่ไปยึดเกาะไต้หวันต้อง “ส่งคืน” เกาะไต้หวันให้จีน…
จีน 2 กลุ่ม ที่ “จับมือกัน” ทำสงครามรบกับญี่ปุ่นเสร็จ ก็หันมาจับอาวุธสู้กันเองอีกครั้ง
พ.ศ.2490 พรรคก๊กมินตั๋ง (KMT) ใช้กำลังทหารเข้าปราบปรามพรรคคอมมิวนิสต์ ของ เหมา เจ๋อตุง ในแผ่นดินจีน
เลือดนองแผ่นดิน เป็นโศกนาฏกรรม ชาวจีนตายหลายล้านคน
เพราะ…ชาย 2 คน ที่เคยเป็นเพื่อนร่วมอุดมการณ์…แตกคอกัน

คนแรก คือ เหมา เจ๋อตุง คนหนุ่มไฟแรงจากฉางซา ซึ่งในเวลาต่อมากลายเป็นผู้นำ “พรรคคอมมิวนิสต์จีน”
คนที่ 2 เป็นนายทหาร ชื่อ เจียง ไคเช็ค สำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนนายร้อยแห่งจักรวรรดิญี่ปุ่น ซึ่งต่อมากลายมาเป็นผู้นำพรรคก๊กมินตั๋ง (KMT)
เมื่อ 2 เกลอ แตกแยกทางความคิด ก็จัดตั้งกองกำลังขึ้นมาต่อสู้กันเอง กลายเป็นสงครามกลางเมืองของจีน
เจียง ไคเช็ค พึ่งพาความช่วยเหลือจากสหรัฐเป็นหลัก ในขณะที่เหมาพึ่งพาการสนับสนุนจากสหภาพโซเวียต และตั้งกองกำลังประชาชนในชนบทของจีน (ทำสงครามแบบป่าล้อมเมือง)
ระหว่างสงคราม เจียง ไคเช็ค ที่ปกครองประเทศจีนในเวลานั้น รู้ตัวว่ากำลังจะ “แพ้สงคราม” เริ่ม…ปฏิบัติการลับ ขนย้ายทรัพย์สมบัติของแผ่นดินจีนไป “เกาะไต้หวัน”
ขอ “เจาะประเด็นแคบๆ เฉพาะเรื่อง” “การขนย้ายสมบัติและการอพยพของชาวจีน 2 ล้านคนสู่เกาะไต้หวัน”
พ.ศ.2490 เมื่อจีนรบกันเอง…ทหารของ เหมา คือ ทหารผ่านศึกที่รบกับญี่ปุ่นมาแล้ว มีอาวุธที่ได้รับการสนับสนุนจากโซเวียต และอาวุธที่ยึดได้จากญี่ปุ่น
เหมา เจ๋อ ตุง ใช้หลักการ “สงครามกองโจร” ที่ตัวเองคิดผลิตขึ้นมา ทำลายกองกำลังของเจียง ไคเช็ค ทีละเมือง ทีละขั้น
เจียง ไคเช็ค ทราบดีว่า ฝ่ายของตนอ่อนแอลง สูญเสียมากการลำเลียงของมีค่าไปไต้หวันเกิดขึ้นแบบลับๆ
เมษายน พ.ศ.2492 ทหารของกองทัพปลดแอกประชาชนของเหมา เข้ายึดทำเนียบประธานาธิบดีได้
1 ตุลาคม พ.ศ.2492 เหมา เจ๋อตุง ประกาศก่อตั้งสาธารณรัฐประชาชนจีน (PRC) ในกรุงปักกิ่ง (เป็นวันชาติ)
กองทัพของก๊กมินตั๋ง ทะลัก กระจาย หนีไปเกาะไต้หวัน
7 ธันวาคม 2492 มีประกาศอย่างเป็นทางการ ให้ทหารและประชาชนอพยพ ลี้ภัยไปยังเกาะไต้หวัน แบบบ้านแตกสาแหรกขาด… ประชาชนจีนนับแสนไปอัดแน่นที่ท่าเรือ
(ทะเลตรงช่องแคบไต้หวันมีระยะประมาณ 180 กิโลเมตร)
ช่วงบ่ายวันที่ 10 ธันวาคม พ.ศ.2492 เจียง ไคเช็ค และเจียง จิงกัว ลูกชาย รับประทานอาหารมื้อสุดท้ายบนแผ่นดินจีน แล้วไปขึ้นเครื่องบิน ณ สนามบินเฉิงตู อำลาแผ่นดินจีนสู่เกาะไต้หวัน
เป็นการจากชั่วนิรันดร์
(แถมเป็นข้อมูลนะครับ…ชัยชนะของคอมมิวนิสต์ในจีนในปี พ.ศ.2492 ผลักดันกองทหารชาตินิยมก๊กมินตั๋งหลายพันนายและครอบครัวจากมณฑลยูนนาน หนีข้ามภูเขาเข้าไปยังรัฐฉานในพม่า และต่อมาถูกผลักดันเข้ามาใน อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย พัฒนาต่อมาเป็น ชุมชน “ดอยแม่สะลอง” บางส่วนไปอยู่ อ.ฝาง จ.เชียงใหม่)
ประชาชนนับล้านคน เบียดเสียดเยียดยัดกัน รวมทั้งบรรดาทรัพย์สินของเจียง ไคเช็ค และครอบครัว บุคคลชั้นนำ
มีทั้งทรัพย์สิน “ของแผ่นดิน” และ “ของส่วนตัว”
การขนย้ายสมบัติที่มีน้ำหนักมากที่สุด คือ ทองคำ
เจียงจัดตั้งรัฐบาลเฉพาะกาลบนเกาะไต้หวัน อ้างว่าเป็นคณะปกครองที่ถูกต้องตามกฎหมายของจีน และตนเองยังเป็นผู้นำของจีน
บริเวณท่าเรือ เกิดสงครามย่อยๆ สำหรับ “การหนีตาย”
ย้อนไปเมื่อ 10 พฤศจิกายน พ.ศ.2491 สิ่งประดิษฐ์จากพิพิธภัณฑ์ พระราชวังแห่งชาติ หอสมุดกลางแห่งชาติและสถาบันประวัติศาสตร์และภาษาศาสตร์ ถูกทยอยส่งไปยังไต้หวันก่อน
ตามด้วย…ของจากพิพิธภัณฑ์ประมาณ 600 ชิ้น พร้อมลังขนาดใหญ่ทั้งหมด 5,522 ลัง
แผ่นดินจีน ผ่านร้อนผ่านหนาว มีปราชญ์ มีเศรษฐี มียาจก ข้าวของเครื่องใช้ของจักรพรรดิ ที่ผ่านมานับพันปี ล้วนแกะสลักมาจากอัญมณีล้ำค่า แทบทุกชิ้นทำด้วย “ทองคำ”
ข้อมูลบางสำนักระบุว่า…ทองคำ คือ ทุนรอนในการไปตั้งตัว สร้างชาติ ในไต้หวัน
เจียง ไคเช็ค และครอบครัว ควบคุมการขนย้าย ทำบัญชี ในการขนส่งทองคำจากธนาคารกลางไปยังไต้หวัน
ขนย้ายทองคำจำนวน 774 กล่องจากธนาคารไปยังท่าเรือ แบบโกลาหล
มีเรือลำหนึ่ง ล่มในทะเล สูญเสียทองคำมูลค่าราว 60 ล้านเหรียญสหรัฐ มีขบวนการหักหลัง ปล้น กันเองในขณะขนย้าย
เครื่องส่งวิทยุ เครื่องจักรกล ที่ยกไปได้ ถูกจัดใส่เรือประมาณ 1,500 ลำออกจากท่าเรือเซี่ยงไฮ้ เพียงแห่งเดียว
ในช่วงเวลาราว 2 ปี ระหว่างสงคราม…ทหารและประชาชน ราว 2.5 ล้านคนหนีตายไปเกาะไต้หวัน
คาดว่าปริมาณทองคำที่ขนย้าย ประมาณกว่า 100 ตัน
นอกจากทองคำแล้ว ก๊กมินตั๋งยังได้นำพระธาตุออกจากจีน ไปไว้ในพิพิธภัณฑ์พระราชวังแห่งชาติในไทเป
ภาวะสงครามที่ต่อเนื่อง หลายปี บ้านเมืองป่นปี้ ตั้งแต่รบกับกองทัพญี่ปุ่น แล้วรบกันเอง วัตถุมีค่าอายุนับพันปีต้องสูญหาย
การเคลื่อนย้ายทองคำไปยังไต้หวัน เป็นคำสั่งด้วยวาจา เป็นเรื่องคอขาดบาดตาย
“ทองคำ” ที่นำมาสู่ไต้หวัน ถูกนำไปขาย ใช้เพื่อวางรากฐานสำหรับเศรษฐกิจและรัฐบาลของไต้หวันที่แตกทัพมา
จีนแผ่นดินใหญ่…เป็นตายร้ายดีอย่างไร
ประธานพรรคคอมมิวนิสต์ เหมา เจ๋อตุง ที่ใช้สงครามกองโจรเอาชนะ เจียง ไคเช็ค สถาปนาขึ้นเป็นผู้นำคนใหม่ของจีนแผ่นดินใหญ่
เหมา…สั่งเปลี่ยน “ฐานการเกษตร” ปรับระบบการเกษตรของสังคม จัดระเบียบชาวนา ทุกอย่างต้องเป็นของส่วนรวม
ใช้หลักการของระบอบคอมมิวนิสต์เต็มพิกัด เด็ดขาด
ผ่านไปราว 10 ปีเศษ ผลออกมาชัดว่า… “ล้มเหลว” ทำไม่ได้ตามทฤษฎี ชาวจีนถูกกดขี่อย่างหนัก ขาดแคลนอาหาร อดอยากแสนสาหัสและถูกสังหารราว 50 ล้านคน
อุดมการณ์ของพรรคคอมมิวนิสต์ แพร่ขยายมาในเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ มีการจัดตั้งกลุ่มนิยมคอมมิวนิสต์ในประเทศไทย
เท่านั้นยังไม่พอ….
ช่วง พ.ศ.2509 เหมาที่เกลียดระบบทุนนิยม ประกาศปฏิวัติทางวัฒนธรรม เพื่อลบล้างอิทธิพลทุนนิยมดั้งเดิมและแนะนำปรัชญาของลัทธิเหมาแบบบังคับด้วยอาวุธ
โรงเรียนถูกปิด…เยาวชนชาวจีนได้รับคำสั่งให้เป็นผู้นำในการเปลี่ยนแปลง
ในชื่อ Red Guards
สังคมแตกแยก ต้องกำจัดพลเมืองที่ไม่พึงปรารถนา ความโกลาหลนำไปสู่กฎอัยการศึก ชาวจีนเสียชีวิตราว 1.5 ล้านคน
ประเด็นที่ประเทศต่าง “ปวดหัว” คือ ทั้ง 2 ฝ่ายกล่าวว่าพวกเขาเป็นตัวแทนของจีน
“ลูกพี่ใหญ่” ของไต้หวัน คือ อเมริกาที่ต่อต้าน เกลียดคอมมิวนิสต์เข้ากระดูกดำ รวมทั้งบรรดาประเทศที่อยู่ฝ่ายอเมริกา
“ผลประโยชน์” ต้องตอบแทนด้วย “ผลประโยชน์” เสมอ…
และแล้ว…เกิดเหตุการณ์ จีน “ผิดใจ” กับโซเวียต
อเมริกาที่เฝ้ามองอยู่นาน…พลิกตัวแบบโลกตะลึง
พ.ศ.2515 ประธานาธิบดี นิกสัน (Richard Nixon) บินไปเยือนจีน นับเป็นประธานาธิบดีอเมริกันคนแรกที่ไปเยือนถิ่นพญามังกร
ได้พบกับ เหมา และนายกรัฐมนตรี โจว เอินไหล ของจีน พูดคุยถึงการค้าสหรัฐ-จีน ที่สุดแสนอลังการ
ในแถลงการณ์ร่วม สหรัฐอเมริกายอมรับว่า “รัฐบาลแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน” ของเหมา เจ๋อตุง เป็นรัฐบาลที่ถูกต้องตามกฎหมายของจีนแต่เพียงผู้เดียว และไต้หวันเป็นส่วนหนึ่งของจีน
อเมริกาแถลงร่วมกับจีนยืนกรานว่า…ไต้หวันเป็นส่วนที่แบ่งแยกไม่ได้ของจีนเดียว (One-China Policy)
ประเทศต่างๆ ทั่วโลก ถามว่า…นี่มันเกิดบ้าอะไรกัน(วะ)
พ.ศ.2522 ประธานาธิบดี จิมมี่ คาร์เตอร์ บินไปปักกิ่งอีกรอบ ไปกอดรัดฟัดเหวี่ยงกับ เติ้ง เสี่ยวผิง ตามด้วยการ “ตัดสัมพันธ์” กับไต้หวันและปิดสถานทูตสหรัฐในไทเป
เมื่ออเมริกา “กลับหลังหัน” ทำเอาบรรดาชาติต่างๆ ที่เคยรังเกียจจีนคอมมิวนิสต์ ก็ไม่รีรอที่จะทำตาม…
ประเทศจำนวนมาก ประกาศ “รับรองปักกิ่ง” …แล้วเบือนหน้าหนีไต้หวันแบบไม่ใยดี ถอนทูตออกจากไต้หวัน
ไต้หวันไม่ยอมจำนนต่อปัญหา ขอรักษาความสัมพันธ์ที่ไม่เป็นทางการกับประเทศต่างๆ ผ่านสำนักงานการค้า หรือสถาบันวัฒนธรรม
ปักกิ่งกลายเป็น “ผู้มีชัย” ที่สามารถขับไล่ไต้หวันออกจากเวทีการทูตของโลกและสหประชาชาติ
ผู้นำและประชาชนไต้หวัน หัวใจดั่งเหล็กเพชร ใช้ความพยายามทุกช่องทางเพื่อรักษาช่องทางพูดคุย ทำการค้า เร่งสร้างบ้านเมือง เพื่อมิให้หายไปจากแผนที่โลก
ไต้หวันรู้ชะตากรรมตัวเองดี…ต้องพึ่งอเมริกาและสร้างมิตร
50 กว่าปีที่แล้ว…ในภูมิภาคเอเชียตะวันออก มีเสือ 4 ตัว คือ สิงคโปร์ ฮ่องกง ไต้หวัน และเกาหลีใต้ เติบโต ก้าวหน้าขึ้นมาในช่วงเวลาไล่เลี่ยกัน (ไทยก็วาดฝันว่า…ไทยจะเป็นเสือตัวที่ 5)
เกาหลีใต้ และไต้หวัน หายใจรดต้นคอกันมาตลอด ทั้ง 2 ชาติเข้มแข็ง ก้าวล้ำ ทุ่มเท พัฒนาด้านเทคโนโลยีแบบปาฏิหาริย์
ไม่ช้าไม่นาน… ไต้หวันขึ้นไปยืน “แถวหน้าโลก”
ไต้หวันร่ำรวย แข็งแกร่ง สง่างาม… อเมริกาใส่ใจดูแลรัฐบาลไต้หวันเป็นลูกค้าซื้ออาวุธจากอเมริกาแบบ “จุใจ-ไม่อั้น”
จีน…หงุดหงิดกับสภาวะเช่นนี้
พ.ศ.2559 ประธานาธิบดีหญิง ไช่ อิงเหวิน ของไต้หวัน ที่ประชาชนเลือกท่วมท้น เพราะไม่ค่อยก้มหัวให้จีน เธอให้ความสำคัญกับเทคโนโลยี โดยเฉพาะเทคโนโลยีเซมิคอนดักเตอร์ หรือชิป
เธอนำไต้หวันไปสู่การฟื้นฟูเศรษฐกิจที่ประสบความสำเร็จไปยืนแถวหน้าของโลก ที่ทั่วโลก “ให้การยอมรับ”
ในปี 2019 และ 2020 บริษัทสัญชาติไต้หวันอย่างน้อย 209 บริษัทย้ายฐานการผลิตกลับมาจากประเทศจีน มูลค่าประมาณ 870,000 ล้านบาท
เธอสร้างงานในไต้หวันมากกว่า 65,000 ตำแหน่ง ขณะที่บริษัทต่างชาติ ซึ่งรวมถึงบริษัทใหญ่ระดับโลกอย่าง ไมโครซอฟท์และอินเทล ก็ขยายการลงทุนในไต้หวันด้วย
แถมท้าย…เรื่องตลกร้ายในช่วงแข่งกีฬาระดับนานาชาติ
กาลครั้งหนึ่ง…ในพิธีรับเหรียญทองของจีน ประเทศเจ้าภาพที่เปิดเพลงชาติ “ผิด”
เจ้าหน้าที่ดันไปเปิด “เพลงชาติไต้หวัน” แบบไม่รู้อิโหน่อิเหน่
นักกีฬา ผู้จัดการทีมจีน รัฐบาลจีน โกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยงขอประท้วง… ประเทศเจ้าภาพต้องขอโทษขอโพย เป็นข่าวดังไปทั่วโลก…อย่าให้บอกว่าประเทศไหน ?
สมัยโน้นใช้เทปคาสเซ็ท…เจ้าหน้าที่เปิดเพลงชาติ เห็นตัวหนังสือ “เพลงชาติจีน” ก็ยัดเทป…ซัดบึ้มออกไปกระหึ่มพิธี…
5 เมษายน พ.ศ.2518 เจียง ไคเช็ค เสียชีวิต หลังจากปกครองไต้หวันนาน 26 ปี
9 กันยายน พ.ศ.2519 เหมา…เสียชีวิต
ไม่มีใครบอกได้ว่า…ความสัมพันธ์ในอนาคตจะเป็นอย่างไร
ป.ล. มีแรงงานไทยไปทำงานหาเงินในไต้หวันราว 7 หมื่นคน และไต้หวันยังคงต้องการเพิ่มอีก
ข้อมูลบางส่วนจาก Taiwan in Time: The great retreat-Taipei Times

