หน้าแรก บทความ รัสเซียต้องกา...

รัสเซียต้องการตัวช่วยมากเพิ่มขึ้นทุกที ในสงครามยูเครน

24.08.22 | 13:39 น.

นายริชาร์ด มัวร์ หัวหน้าหน่วยข่าวกรองลับของอังกฤษ (MI6) แถลงในการประชุมด้านความมั่นคง แอสเพน (Aspen Security Forum) ที่มลรัฐโคโลราโด สหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นการประชุมร่วมประจำปี 1965 ของผู้เชี่ยวชาญด้านนโยบายต่างประเทศและเจ้าหน้าที่ทำเนียบขาว โดยมีการอภิปรายเกี่ยวกับการรุกรานของรัสเซียและความเสี่ยงเกี่ยวกับอิทธิพลที่เพิ่มขึ้นของจีนเมื่อวันที่ 21 กรกฎาคมที่ผ่านมานี้ว่า การทำสงครามของรัสเซียในยูเครนกำลังจะขาดห้วงไป และรัสเซียจะต้องหยุดการรุกรานยูเครนชั่วคราวเพราะทางสำนักข่าวกรองกลางของสหรัฐ (CIA) ได้ประเมินว่ารัสเซียเริ่มขาดแคลนกำลังคน และอาวุธยุทโธปกรณ์อย่างหนักในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า ทำให้ต้องยุติการโจมตีในทางใดทางหนึ่ง นายริชาร์ด มัวร์กล่าวว่า มีหลายสัญญาณว่ารัสเซียอาจจะเริ่มขาดแคลนทั้งกำลังคนและกำลังอาวุธ ตั้งแต่ที่รัสเซียล้มเหลวอย่างมีนัยสำคัญในการยึดกรุงเคียฟและโค่นล้มรัฐบาลของประธานาธิบดี โวโลดิมีร์ เซเลนสกี แห่งยูเครนในช่วงแรกของการรุกราน ทำให้สงครามยืดเยื้อ และในสมรภูมิดอนบาส (ยูเครนตะวันออก) ในปัจจุบันเอง รัสเซียก็เน้นใช้กลยุทธ์ ระดมยิงปืนใหญ่จากระยะไกลเป็นส่วนใหญ่

โดรนสังหารของอิหร่านที่รัสเซียซื้อไปทำสงครามกับยูเครน

หัวหน้าหน่วยข่าวกรองของอังกฤษยังเสริมว่า รัสเซียสูญเสียขีดความสามารถของการสอดแนม
ความลับทางด้านความมั่นคงในยุโรปไปแล้วถึงครึ่งหนึ่ง หลังจากสายลับรัสเซียทั่วยุโรปกว่า 400 คนที่แฝงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ทางการทูตในเมืองต่างๆ ได้ถูกขับไล่ออกนอกประเทศและบ้างก็ถูกจับกุม เป็นการลดขีดความสามารถในการสอดแนมของรัสเซียในยุโรปลงได้ถึงครึ่งหนึ่ง โดยที่สายลับรัสเซียจำนวนหนึ่งที่ปฏิบัติการด้วยการปลอมตัวเป็นพลเรือนธรรมดาของยูเครน ก็ถูกเปิดเผยและจับกุมในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา เปิดโอกาสให้กองทหารยูเครนมีโอกาสโจมตีกลับมากขึ้นเพราะยูเครนเริ่มได้รับอาวุธดีๆ จากทางประเทศ
ตะวันตกจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ พร้อมทั้งระบุว่า หน่วยข่าวกรองของรัสเซียประเมินยูเครนต่ำเกินไปสำหรับความเป็นชาตินิยมและความสามารถในการป้องกันมาตุภูมิของชาวยูเครนนั่นเอง

รายงานข่าวจากสำนักข่าวซีเอ็นเอ็น (CNN) เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคมที่ผ่านมานี้ แจ้งว่าทางการรัสเซียเปิดการรับสมัครทหารอาสาสมัครเป็นการใหญ่ทั่วประเทศโดยเน้นในทางภูมิภาคที่ห่างไกล เช่น ภูมิภาคไซบีเรีย ภูมิภาคทางตอนใต้ที่เป็นที่อยู่ของชาวกาตาร์เพื่อมุ่งเป้าที่จะได้ทหารอาสาเพิ่มอีกมากกว่า 30,000 คน เนื่องจากประธานาธิบดีปูตินไม่ต้องการให้ทางเมืองหลวงมอสโกและเมืองใหญ่ๆ ต่างๆ ในรัสเซียเกิดการอลหม่านและจะมีการเดินขบวนต่อต้านรัฐบาลหากทางการจะประกาศการเกณฑ์ทหารอย่างเป็นงานเป็นการขึ้นมาจึงต้องระดมพลจากทหารอาสาสมัครเท่านั้น

The Diplomat นิตยสารข่าวออนไลน์ระดับนานาชาติที่ครอบคลุมเรื่องการเมือง สังคม และวัฒนธรรมในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก ตั้งอยู่ในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ได้รายงานข่าวเมื่อวันที่ 10 สิงหาคมที่ผ่านมานี้ว่า จากแหล่งข่าวในรัสเซียและในรัฐอิสระโดเนตสค์และลูฮานสค์ซึ่งอยู่ในแคว้นดอนบาสของยูเครนที่แยกตัวออกจากยูเครนโดยได้รับการรับรองจากรัสเซีย และเกาหลีเหนือได้รายงานว่าทางการเกาหลีเหนือได้ส่งคนงานเกาหลีจำนวนหนึ่งมาช่วยในการฟื้นฟูและก่อสร้างบ้านเมืองใหม่ให้กับรัฐโดเนตสค์และลูฮานสค์

Advertisement

นอกจากนี้ยังรายงานข่าวด้วยว่าทางเกาหลีเหนือจะส่งทหารอาสาสมัครจำนวน 1 แสนคนมาช่วยรัสเซียรบกับยูเครนอีกด้วย ซึ่งเมื่อพิจารณาถึงความเป็นไปได้ก็ไม่น่าแปลกใจอะไรเนื่องจากเกาหลีเหนือได้ส่งทหารอาสาสมัครไปรบในสงครามเวียดนามและในสมรภูมิตะวันออกกลางหลายแห่งเพื่อต่อสู้กับทางสหรัฐอเมริกาและพันธมิตรเป็นเรื่องปกติธรรมดาอยู่แล้ว

นายวิลเลียม เบิร์นส์ ผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองกลางสหรัฐ (CIA) ได้แจ้งว่า ประธานาธิบดีปูตินได้เดินทางไปอิหร่านในวันที่ 19 กรกฎาคมที่ผ่านมานี้ เป็นการเดินทางออกจากรัสเซียเป็นครั้งแรกของปูตินตั้งแต่เกิดสงครามกับยูเครนเมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมาเพื่อขอซื้อโดรน ซึ่งเป็นอากาศยานไร้คนขับที่บินได้ภายใต้การควบคุมของมนุษย์ผ่านรีโมตคอนโทรล อาจจะใช้ในกรณีของออโตไพลอต (autopilot) ไปจนถึงอิสระอย่างเต็มรูปแบบซึ่งไม่มีมนุษย์เข้าเกี่ยวข้องเลยก็ได้ซึ่งมีประเทศหลายประเทศที่พัฒนาโดรนติดระเบิด ติดอาวุธนานาชนิดใช้ในการโจมตีทางอากาศได้อย่างมีประสิทธิภาพซึ่งบรรดาประเทศที่พัฒนาโดรนที่ติดอาวุธนานาชนิดและนำไปใช้อย่างได้ผลประจักษ์นั้นก็มีประเทศตุรกีและอิหร่าน แถมยังมีราคาถูกกว่าเครื่องบินรบหลายสิบเท่านัก

ยิ่งกว่านั้นยูเครนได้ซื้อโดรนจากตุรกีมาใช้ในสงครามกับรัสเซียได้ผลดีมากทั้งการใช้โดรนในการโจมตีรถถัง ขบวนรถบรรทุกที่ขนส่งเสบียงและอาวุธยุทโธปกรณ์ไปจนถึงจมเรือรบของรัสเซียได้อีกด้วย
ดังนั้นประธานาธิบดีปูตินจึงไปเจรจาซื้อโดรนสังหารจากอิหร่านที่พิสูจน์ความมีประสิทธิภาพในสงครามระหว่าง อาร์เมเนียกับอาเซอร์ไบจาน โดยทางอาเซอร์ไบจานใช้โดรนของอิหร่านถล่มอาร์เมเนียจนต้องยอมแพ้ไปเลย และโดรนสังหารของอิหร่านก็มีบทบาทในการรบในสงครามกลางเมืองเยเมนโดยทางฝ่ายกบฏฮูตีที่อิหร่านหนุนหลังอยู่สามารถรุกคืบครอบครองดินแดนส่วนใหญ่ของประเทศเยเมนได้และสามารถต้านทานการบุกโจมตีของกองทัพซาอุดีอาระเบียและพันธมิตรได้อย่างแข็งขันด้วยโดรนจากการสนับสนุนของอิหร่านนั่นเอง

ครับ! รัสเซียต้องการตัวช่วยมากเพิ่มขึ้นทุกทีในสงครามยูเครน

โกวิท วงศ์สุรวัฒน์