บทนำ : ต้องทำหน้าที่
ที่ประชุม กกต.หรือคณะกรรมการการเลือกตั้งมีมติไม่ส่งเรื่องวาระการดำรงตำแหน่ง 8 ปี ของนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไปให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามที่ นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ยื่นคำร้องเมื่อวันที่5 ส.ค. สำหรับคำร้องของนายศรีสุวรรณระบุว่า การดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของ พล.อ.ประยุทธ์ มีปัญหาความชอบด้วยรัฐธรรมนูญมาตรา 158 ซึ่ง กกต.มีอำนาจตามรัฐธรรมนูญมาตรา 170 วรรคสาม ที่สามารถเสนอเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยได้ เหตุผลที่ กกต.มีมติดังกล่าวเนื่องจากเห็นว่าสมาชิกรัฐสภามีการดำเนินการยื่นคำร้องผ่านประธานรัฐสภาเพื่อส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญมาตรา 82 แล้ว กกต.จึงไม่จำเป็นต้องพิจารณา
กรณีดังกล่าว นายศรีสุวรรณระบุว่า การที่ประธานรัฐสภารับเรื่องวาระการดำรงตำแหน่ง 8 ปีนายกฯ แล้วใช้เวลา 5 วัน นำเรื่องส่งศาลรัฐธรรมนูญได้ แต่ กกต.รับเรื่อง 15 วัน กลับไม่ยอมส่ง รอจน ส.ส.เข้าชื่อส่งประธานรัฐสภาแล้วมาใช้เป็นข้ออ้างหากเป็นเช่นนี้ จะมี กกต.ให้ใช้อำนาจตามรัฐธรรมนูญปี 2560 มาตรา 170 วรรคท้าย ไว้ทำไม สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย จึงจะไปยื่นเรื่องต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อไต่สวน สอบสวน เอาผิด กกต.
ปัญหาวาระการดำรงตำแหน่งของนายกรัฐมนตรีเป็นเรื่องที่ประชาชนสนใจ เป็นหัวข้อถกเถียงพูดคุยกันทุกหนทุกแห่ง น่าเสียดาย ที่รัฐธรรมนูญฉบับนี้ยกร่างโดยคณะกรรมการยกร่างรัฐธรรมนูญที่มาจากการแต่งตั้ง ในบรรยากาศที่อยู่ภายใต้รัฐบาลทหาร การทำประชามติถูกจำกัดเสรีภาพ ขาดการถกเถียงทำความเข้าใจในวงกว้างว่า รัฐธรรมนูญที่ผู้ยกร่างขนานนามเองว่า เป็นรัฐธรรมนูญฉบับปราบโกง หรือฉบับปฏิรูป ขณะที่นักการเมืองบางกลุ่มเรียกว่า เป็นรัฐธรรมนูญที่ดีไซน์เพื่อพวกเราฉบับนี้ มีวัตถุประสงค์ในการยกร่างอย่างไรกันแน่ เพื่อปราบโกงหรือปฏิรูป หรือเพื่อพวกเรา แม้มีการบันทึกการประชุม แต่สุดท้ายก็ออกมาปฏิเสธว่า เป็นความคิดเห็นส่วนตัว การที่ กกต.ไม่ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ผู้เสียโอกาสก็คือ ประชาชน ที่อยากเห็นการทำหน้าที่ สอบถามและเสาะหาคำตอบในประเด็นสำคัญของการเมืองระดับประเทศ จากหน่วยงานที่ใช้งบประมาณจากภาษีของประชาชน

