บทนำ : ปัญหาการศึกษาไทย
กระแสการเปลี่ยนแปลงของโลกหลังโควิดยังรวมถึงเรื่องการศึกษาอีกด้วย เมื่อเร็วๆ นี้บุคคลสำคัญในวงการศึกษา นายสุภัทร จำปาทอง ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ระบุเทรนด์การเรียนปัจจุบันว่า เด็กในวัยเรียนสนใจการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย ของ กศน.เพิ่มมากขึ้น เพราะเด็กนิยมเรียนไป ทำงานไป การมาเรียน กศน. ทำให้สามารถแบ่งเวลาได้ ขณะที่ นายศุภเสฏฐ์ คณากูล นายกสมาคมคณะกรรมการประสานและส่งเสริมการศึกษาเอกชน ระบุว่า แนวโน้มดังกล่าว จะทำให้โรงเรียนเอกชน ที่เปิดสอนถึงระดับ ม.6 อาจได้รับผลกระทบแต่จะเป็นส่วนน้อย เพราะโรงเรียนเอกชนที่เปิดสอบ ม.ปลายส่วนใหญ่เป็นโรงเรียนขนาดใหญ่ เด็กที่เรียน กศน. ส่วนใหญ่จะจบ ม.3 ก่อน ถึงตัดสินใจไปเรียน
แนวโน้มอีกข้อที่น่าสนใจ นายศุภเสฏฐ์ชี้ว่านักเรียนระดับชั้น ม.ปลาย ทั้งรัฐและเอกชนไปสอบ General Educational Development (GED) ซึ่งเป็นการสอบเทียบวุฒิมัธยมศึกษาตอนปลายในระบบอเมริกัน (US High School Equivalency Diploma) กันมาก เพื่อยื่นเข้าศึกษาต่อระดับปริญญาตรีในมหาวิทยาลัยทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งส่งผลกระทบต่อโรงเรียนเอกชน และโรงเรียนรัฐ ปัจจุบันมีเด็ก ม.ปลาย ของโรงเรียนเอกชนประมาณ 10% เข้าไปสอบ ถือเป็นจำนวนมากและมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยเข้าสอบได้ตั้งแต่อายุ 16 ปี เมื่อเด็กสอบได้ จะลาออกซึ่งส่งผลกระทบเรื่องค่าใช้จ่ายกับโรงเรียนเอกชนอย่างมาก
แน่นอนว่า ทุกหน่วยในสังคม ทั้งภาครัฐและเอกชน ต้องปรับตัวครั้งใหญ่ โดยเฉพาะภาครัฐ ต้องพิจารณาปรับปรุงระบบการศึกษาไทยทั้งระบบ ทำให้โรงเรียนเป็นแหล่งเรียนรู้ที่ให้เสรีภาพ เปิดกว้างทางความคิดซึ่งในระบบการศึกษาไทย มีหลายครั้งที่เคยเกิดสภาพตามการเปลี่ยนแปลงของโลกไม่ทัน ส่งผลให้เกิดความเสื่อมศรัทธาในระบบ ดังที่มีเสียงวิจารณ์ตั้งแต่ยุคก่อน 14 ตุลาคม 2516 และต่อเนื่องมาเรื่อยๆ จนกระทั่งบัดนี้

