หน้าแรก บทความ เดินหน้าชน : ...

เดินหน้าชน : อย่าประมาทท่วม-กทม.จม

12.09.22 | 13:29 น.

เหตุการณ์ฝนตกหนักช่วงวันที่ 7-8 กันยายน ทำให้น้ำท่วมย่านรังสิต จ.ปทุมธานี สร้างความเดือดร้อนแก่ประชาชนที่อาศัยอยู่ย่านนี้

บางจุดน้ำท่วมสูงรถสัญจรไม่ได้

ด้วยฝนที่ตกลงมามาก ปริมาณน้ำในคลองรังสิตประยูรศักดิ์ล้น

เช่นเดียวกับบางพื้นที่ในเขตกรุงเทพฯ ที่มีน้ำท่วมขังรอระบายหลายจุด การจราจรกลายเป็นอัมพาต

ขุมชนที่อาศัยอยู่ริมคลองหลักๆ เช่น คลองเปรมประชากร น้ำเอ่อเข้าท่วม

Advertisement

จนชาวบ้านหวาดวิตก จะซ้ำรอยน้ำท่วมใหญ่ปี 2554

ยิ่งทำให้ย้อนนึกถึงคำเตือน รศ.ดร.เสรี ศุภราทิตย์ ผอ.ศูนย์การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและภัยพิบัติ มหาวิทยาลัยรังสิต ช่วงปลายเดือนสิงหาคมว่า

“ในช่วงเดือนกันยายน-พฤศจิกายน ประเทศไทยจะมีปริมาณฝนตกหนักมากขึ้นและระยะเวลายาวขึ้น อาจจะมีพายุเข้าไทย 2-3 ลูก และอาจมีโอกาสเป็นฝน 100 ปี

มีโอกาสเป็นไปได้สูงที่สถานการณ์จะเหมือนกับน้ำท่วมใหญ่ ปี 2554 เพราะปริมาณน้ำฝนเท่ากัน แต่ลักษณะการท่วมแตกต่างจากปี 2554 ที่มาเร็วจากน้ำหลากและระบายน้ำจากเขื่อนใหญ่ แต่ปีนี้มาจากน้ำฝน ทำให้เกิดน้ำท่วม”

จากเหตุการณ์น้ำท่วมขังรังสิตและหลายพื้นของ กทม. คำเตือนของ รศ.ดร.เสรี ศุภราทิตย์ คงไม่ใช่สิ่งที่เกินจริง แม้ลักษณะการท่วมคงไม่เหมือนปี 2554

การออกมายืนยัน สร้างความเชื่อมั่นแก่ประชาชน ของ “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี รักษาราชการแทนนายกฯ ระหว่างลงพื้นที่ฉะเชิงเทรา

ที่รับรองว่า “ไม่เกิดขึ้นอย่างปี 2554 แน่นอน น้ำจะไม่ท่วมอย่างปี 2554 แน่นอน ทั้งกรมชลประทาน สทนช. และทั้งหมดได้ร่วมกันกระจายน้ำ เมื่อฝนตกทางเหนือก็กระจายไม่ให้น้ำท่วมตลอดเวลา มีกรรมการ 22 ลุ่มน้ำในการกำกับดูแล มีคณะกรรมการน้ำทุกจังหวัดเพื่อดูว่าน้ำจะมีมาก น้อยลง หรือจะแล้ง”

คงไม่สามารถสร้างความเชื่อมั่นแก่ประชาชนได้เท่าไรนัก

เพราะไม่ได้มีการแจกแจงแผนบริหารจัดการ ที่จะสร้างความมั่นใจ

ลำพังเฉพาะพื้นที่รังสิตปทุมธานี สะท้อนถึงปัญหาต่างๆ ความไม่พร้อมของหน่วยงานที่ดูแลรับผิดชอบ

โดยเฉพาะปัญหาเครื่องสูบน้ำเสียใช้การไม่ได้หลาย 10 เครื่อง

รวมทั้งความผิดพลาดในการประสานงานมีการตัดตอนน้ำที่จะระบายน้ำทางภาคตะวันออกมามาที่คลองรังสิตประยูรศักดิ์และไหลลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา โดยจังหวัดและท้องถิ่นไม่รับรู้มาก่อน จึงไม่สามารถเพิ่มศักยภาพในการสูบน้ำได้ทัน ตามที่ ณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้ว่าฯปทุมธานี ออกมาแถลงชี้แจงและขอโทษประชาชน

แม้เรื่องของฝนฟ้าจะเป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ แต่หากมีการบริหารจัดการที่ดี มีการเตรียมความพร้อม ในระยะสั้น แม้จะไม่สามารถป้องกันน้ำท่วม 100% แต่สามารถลดผลกระทบและความเสียหายจากหนักให้เป็นเบาได้

นอกจากปัญหาน้ำท่วมในปีนี้ที่ “รศ.ดร.เสรี ศุภราทิตย์” ออกมาเตือนยังมีข้อกังวลเรื่อง กรุงเทพฯและปริมณฑล จะจมหายไปจากแผนที่โลกในปี ค.ศ.2100 หรืออีก 78 ปีจากนี้ เพราะระดับน้ำทะเลสูงขึ้นจากภาวะโลกร้อน

ตามข้อมูลอ้างอิงขององค์กรนานาชาติด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศของโลก

โดยเสนอรัฐบาลผลักดันเป็น “วาระแห่งชาติ”

เพื่อวางแผนรับมือ มีการสร้างแนวเขื่อนกั้น ดังที่หลายประเทศได้เริ่มทำแล้ว

ฉะนั้นเป็นสิ่งที่รัฐบาลไม่ควรเพิกเฉย อย่ามองว่าเรื่องนี้ไกลตัว และยังไม่เกิดขึ้น

 

 

สุพัด ทีปะลา