บทนำ : ภาพไม่เข้าตา
นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รองประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย ด้านเศรษฐกิจ ตั้งข้อสังเกตถึงภาพลักษณ์ประเทศไทย ภายหลังรัฐประหาร 2557 ในสายตาของชาวต่างประเทศ อย่างน่าสนใจว่า ตลอด 8 ปีหลังรัฐประหาร ภาพลักษณ์ของประเทศไทยเสื่อมลงอย่างมาก 9 ด้าน ดังนี้ 1.ประเทศไทยยังมีโอกาสเกิดการปฏิวัติได้อีก ซึ่งต่างประเทศเห็นเป็นปัญหาอย่างมาก 2.ขาด Rule of Law ระบบยุติธรรมของไทยในสายตาต่างประเทศยังต้องปรับแก้ 3.เศรษฐกิจไทยขยายตัวต่ำสุด จนกลายเป็นคนป่วยของเอเชียและป่วยหนักยิ่งขึ้นเมื่อเกิดวิกฤตการณ์ไวรัสโควิด ความเหลื่อมล้ำยังสูงสุด 4.เศรษฐกิจไทยฟื้นตัวช้าที่สุดหลังจากที่ผ่านพ้นวิกฤตโควิด
รองประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย กล่าวต่อไปว่า 5.ระบบราชการล้าสมัย เป็นอุปสรรคในการทำธุรกิจ ควรต้องเปลี่ยนเป็น digital transformation 6.การคอร์รัปชั่นเพิ่มขึ้นมาก ทำให้นักลงทุนต่างประเทศเอือมระอา 7.โครงสร้างพื้นฐานไม่ได้มีการพัฒนาโดยเฉพาะโครงสร้างพื้นฐานทางดิจิทัล ทำให้อันดับโครงสร้างพื้นฐานของไทยตกลง รถไฟความเร็วสูงเชื่อมจีน-ลาว แต่ไม่ถึงไทย 8.อุตสาหกรรมเริ่มล้าสมัย ไม่มีอุตสาหกรรมต้นน้ำที่สำคัญสำหรับอนาคต เช่น ไมโครชิปและแบตเตอรี่ 9.ผู้นำขาดวิสัยทัศน์ ไม่สามารถนำพาประเทศให้พัฒนาต่อไป 9 ปัญหาในสายตาต่างประเทศที่มองเข้ามาในประเทศไทย ต้องเร่งแก้ไขเพื่อทำให้เกิดความเชื่อมั่นและความน่าเชื่อถือ หากยังย่ำอยู่ที่เดิมจะถูกประเทศเพื่อนบ้านแซงแน่ โดยเฉพาะเวียดนาม ที่การส่งออกแซงไทยไปไกลมากแล้ว
เป็นมุมมองของฝ่ายค้านที่สะท้อนภาพจริงที่เห็นได้ทั่วไป ที่รัฐบาลควรรับไปสำรวจตนเองเพื่อหาทางแก้ไข เสียงสะท้อนในประเทศเอง ก็ระบุถึงปัญหาเหล่านี้ และมีการเรียกร้องให้แก้ไขรัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตยตามหลักสากล มิใช่อ้างประชาธิปไตยแบบไทยๆ เพื่อบิดเบือนอำนาจ ให้มีองค์กรอิสระที่ยึดโยงประชาชน ให้วุฒิสภายึดโยงประชาชน มิใช่มาจากแต่งตั้งแต่มีอำนาจเทียบเท่าผู้แทนที่มาจากประชาชน มีอำนาจกำหนดตัวนายกฯได้ให้นายกฯมาจากสภาผู้แทนฯ วิจารณ์ได้ ตรวจสอบได้ ฯลฯ หากประเทศกลับไปเป็นประชาธิปไตย จะเพิ่มความน่าเชื่อถือ เพิ่มศักยภาพการแข่งขัน ซึ่งจะมีผลต่อชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของประชาชน

