เดินหน้าชน : เสียดาย‘16ปี’
ในโอกาสครบรอบ 16 ปี การรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 นำโดย “บิ๊กบัง” พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน หัวหน้าคณะปฏิรูปการปกครองฯ ยึดอำนาจ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร รักษาการนายกรัฐมนตรี ระหว่างเดินทางไปประชุมที่นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา
นับจากวันนั้นถือเป็นจุดเริ่มต้นของวิกฤตการเมืองครั้งใหม่ที่ส่งผลกระทบลากยาวมาจนถึงปัจจุบัน
สิ่งที่ได้จากวันนั้นที่เห็นเป็นรูปธรรมมากที่สุด คือ บทบาททหารและกองทัพออกมาแสวงหาสิ่งที่พึงได้จากผลแห่งอำนาจนอกระบบ ภาพของบรรดานายพลได้รับการแต่งตั้งเป็นกรรมการของรัฐวิสาหกิจและตำแหน่งสำคัญอื่นๆ อย่างเป็นประวัติการณ์ หลายคนหลังรัฐประหารทรัพย์สินอู้ฟู่ขึ้นในพริบตา งบประมาณของกระทรวงกลาโหมเพิ่มขึ้นเกือบร้อยละ 50 โครงการซื้ออาวุธวงเงินสูงๆ กลับมาคึกคักทันตาเห็น
ณ วันนี้ ชื่อของ พล.อ.สนธิ ซึ่งเป็นหัวหน้าผู้ก่อรัฐประหาร กลายเป็นคนที่เลือนหายไปจากแวดวงการเมือง และเป็นที่โจษจันถึงการรัฐประหารของ “บิ๊กบัง” ว่า “เสียของ”
จนล่วงเลยมาถึงปี 2557 ในรัฐบาลของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร น้องสาวของทักษิณ ขึ้นเป็นนายกฯ หญิงคนแรกของประเทศไทย และถูกรัฐประหาร โดย คสช. โดยมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นหัวหน้าคณะ และครองอำนาจมานานกว่า 8 ปี ภายใต้คำพูดโฆษณาชวนเชื่อ “เราจะทำตามสัญญา ขอเวลาอีกไม่นาน”
แผนลากยาวอำนาจผ่านการร่างรัฐธรรมนูญปี 2560 ที่ถูกออกแบบมาเพื่อสานต่อการเลือกตั้งขึ้นในปี 2562 ภายใต้อำนาจ ส.ว. 250 คนที่มาจากการแต่งตั้ง เลือกนายกฯและสูตรการคำนวณ ส.ส.พึงมีแบบพิสดารส่งผลให้ พล.อ.ประยุทธ์ ได้เป็นนายกฯ จนถึงวันนี้สังคมไทยก็ยังอยู่ในวังวนความขัดแย้ง แบ่งขั้วความคิดการเมือง และปัญหาสังคมไทยพอกพูนขึ้นมาเกือบทุกๆ ด้าน
ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ถือเป็นบุคคลที่ได้รับผลกระทบจากการรัฐประหาร 19 ก.ย.2549 จึงได้สรุปบทเรียน 16 ปีที่ผ่านมาทางเฟซบุ๊กในหัวข้อ “ครบรอบ 16 ปี ของการรัฐประหาร” โดยระบุว่า
19 กันยายน 2549 ขณะที่ผมเดินทางไปประชุมสหประชาชาติ ที่กรุงนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา ผมถูกการรัฐประหารลับหลัง (ถูกลอบกัดโดยชายชาติทหาร) ผมเสียดายสิ่งดีๆ ที่ควรจะเกิด แต่วันนี้กลายเป็นความเลวร้าย
1.ผมเสียดายความเป็นประชาธิปไตยของประเทศภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับประชาชน แต่วันนี้เรากลับต้องมาอยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญสืบทอดอำนาจเผด็จการ
2.ผมเสียดายความสง่างามและความไว้เนื้อเชื่อใจของประเทศไทยบนเวทีโลก
3.ผมเสียดายโอกาสประเทศในการพัฒนาไม่ว่าจะเป็นการศึกษา เทคโนโลยี การเกษตร และอุตสาหกรรม
4.ผมเสียดายโอกาสในการแก้ปัญหาความยากจน ซึ่งคนไทยควรจะหายจนไปแล้ว
5.ผมเสียดายโอกาสของคนไทยที่ทุกวันนี้มองไม่เห็นอนาคตตนเอง เพียงแค่หางานทำให้ได้เพื่ออยู่ไปวันๆ ทั้งๆ ที่รายได้ต่ำกว่าประเทศอื่นในระดับการพัฒนาเดียวกัน
6.ผมเสียดายความเป็นศูนย์กลางการบินของสุวรรณภูมิ ทั้งๆ ที่ ที่ตั้งทางภูมิศาสตร์เราควรจะเป็นศูนย์กลางของอาเซียน
7.ผมเสียดายที่ลูกหลานต้องติดยาเสพติด ซึ่งตอนนี้ซื้อง่ายยิ่งกว่าหมากฝรั่ง
8.ผมเสียดายที่น้ำท่วมซ้ำซากเพราะไม่ได้บริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบ
9.ผมเสียดายระบบราชการที่กำลังทันสมัยต้องกลับมาเป็นรัฐราชการที่ประชาชนต้องวิงวอนขอรับการบริการ
10.ผมเสียดายที่ประเทศต้องเป็นหนี้เพิ่มจากการบริหารงานที่ผิดพลาดจนต้องขยายเพดานการกู้และหนี้สินภาคครัวเรือนของประชาชนสูงจนจะใช้คืนได้ยาก
“ผมบอกแล้วว่าทหารเหมือนหัวหน้ายามที่ใช้เฝ้าทรัพย์สิน ดูแลความปลอดภัย ไม่ใช่มาเป็นซีอีโอ หรือมาบริหารประเทศ เพราะเป็นแต่ใช้ตังค์ แต่หาตังค์ไม่เป็น”
ขอให้พี่น้องคนไทยช่วยกันสนับสนุนประชาธิปไตยอย่างจริงจังต่อเนื่อง ต่อต้านเผด็จการทุกรูปแบบเพื่อประเทศไทยของเราและลูกหลานจะได้มองเห็นอนาคตและเลือกทางเดินชีวิตของตนเองได้
พันธศักดิ์ รักพงษ์

