เดินหน้าชน : วังวนการเมืองไทย
การ “ยกเลิก” ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินทั่วราชอาณาจักร
ข้อกำหนด ประกาศ และคำสั่งจำนวนมากมายไม่รู้กี่ฉบับที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ลงนามให้มีผลบังคับใช้ต่อเนื่องตลอดมา
ด้วยเหตุผลเพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด จะมีผลตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคมนี้เป็นต้นไป
ซึ่งเป็นมติ “เห็นชอบ” ของคณะกรรมการศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19 เมื่อวันที่ 23 กันยายนที่ผ่านมา
โดยมี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รักษาการนายกฯเป็นประธาน
แม้ว่าคนลงนามในคำสั่งจะเป็นคนหนึ่งที่ถูกศาลรัฐธรรมนูญสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่นายกฯ
คนออกคำสั่งยกเลิกการใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินจะเปลี่ยน
แต่องค์ประกอบของคณะกรรมการที่รับผิดชอบก็เป็นชุดเดิม
นั่นคือ พรรคการเมืองร่วมรัฐบาล!?
เป็นการ “ปิดฉาก” การใช้ “อำนาจพิเศษ” ที่เรียกว่า “รัฐบาล” จะสั่งห้าม-จับกุม-ดำเนินคดี-ลงโทษ “ผู้ชุมนุม” และการทำกิจกรรมในทางการเมืองอีกต่อไป
ย้อนกลับไปในช่วงที่เกิดการระบาดของโควิดเมื่อต้นปี 2563 เป็นจังหวะเดียวกับความไม่พอใจของกลุ่มคนในสังคมออกมาเคลื่อนไหว
อาทิ เยาวชน นักเรียน นิสิตนักศึกษาและประชาชน วงการต่างๆ เพื่อประท้วงขับไล่ พล.อ.ประยุทธ์
มีคนที่ทำกิจกรรมและชุมนุมในทางการเมืองถูกจับกุมดำเนินคดีฐานฝ่าฝืนข้อกำหนดซึ่งมีโทษตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ต้องยอมรับว่า มีการบังคับใช้กฎหมายอย่างไม่เป็นธรรมกระทบกับ “สิทธิเสรีภาพ” ในการแสดงออกของประชาชนหรือไม่?
ในรอบเกือบ 3 ปีที่ผ่านมาปฏิเสธไม่ได้ว่าการใช้มาตรการที่เป็น “กฎเหล็ก” โดยให้น้ำหนักกับเรื่องการเมืองเพื่อการดำรงอยู่ใน “อำนาจ” ของรัฐบาลเป็นสำคัญ
ทำให้อยู่มาได้จนถึงวันนี้!?
แต่ลองย้อนกลับไปศึกษาตรวจสอบดูว่า ได้ทิ้งร่องรอย “บาดแผล” และ “ความเสียหาย” ไว้อย่างไรบ้าง!
ผู้ได้รับการปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรม ได้รับความ “เดือดร้อน-เสียหาย” จะมีการ “ชดเชย-เยียวยา” ได้หรือไม่?
เวลานี้สภาปิดสมัยประชุมไปแล้วจะเปิดประชุมสภาอีกทีก็ช่วงปลายเดือนพฤศจิกายนแล้วก็ยาวไปถึงมีนาคมปีหน้า
บรรดานักการเมืองและพรรคการเมืองจิตใจจดจ่ออยู่กับการเตรียมเลือกตั้ง
ซึ่งคณะกรรมการการเลือกตั้งได้ประกาศไทม์ไลน์การเลือกตั้งออกมาแล้ว
ถ้าครบวาระ ไม่มีการยุบสภาเสียก่อน จะเลือกตั้งวันที่ 7 พฤษภาคม 2566
ถ้ายุบสภาเกิดขึ้นก่อน ก็จะร่นเวลาการเลือกตั้งให้เร็ว
สถานการณ์โควิด-19 ที่ถูกปรับเปลี่ยนจากโรคติดต่ออันตรายมาเป็นโรคติดต่อเฝ้าระวัง
การยกเลิกข้อกำหนดห้ามชุมนุมที่เอา “การเมือง” และการ “ใช้สิทธิเสรีภาพ” ของประชาชนมาเป็นข้ออ้าง จะเกิดขึ้นนับจากนี้
พล.อ.ประยุทธ์จะไปต่อ ใช้อำนาจในการเป็นนายกฯได้ดังเดิมหรือไม่?
ขึ้นกับผลการวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญวันที่ 30 กันยายนนี้
ถ้าได้ไปต่อ แปลว่า จะเข้าสู่ “โหมด” การเตรียมการพรรคการเมืองเพื่อลงสนาม “เลือกตั้ง” ครั้งต่อไป
วังวนการเมืองไทยในยุค “สืบทอดอำนาจ” ต่อจาก “คสช.” ภายใต้รัฐธรรมนูญ 2560
ที่วาง “กับดัก” เพื่อ “สกัดขัดขวาง” และ “เล่นงาน” ฝ่ายตรงข้ามคงจะ “ออกฤทธิ์” ส่งผลให้บ้านเมืองก้าวไม่พ้นวิกฤต “ความขัดแย้ง”!
การชุมนุม-ประท้วง-ขับไล่คงไม่อาจหลีกเลี่ยงได้!?!

