บทนำ : มุมมองที่เป็นลบ
นายชูศักดิ์ ศิรินิล ประธานคณะกรรมการฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงข้อห้ามสำหรับพรรคการเมืองและ ส.ส. ในช่วง 180 วันก่อนสภาสิ้นวาระว่า ปัญหาใหญ่อยู่ที่ผู้ร่างรัฐธรรมนูญและกฎหมายเลือกตั้งมีมุมมองกับพรรคการเมืองเป็นลบ จึงต้องมีรัฐธรรมนูญปราบโกง จึงต้องมีข้อจํากัดควบคุม ตรวจสอบพรรคการเมืองอย่างเข้มข้น อันเป็นยุคสมัยของพวกยึดอํานาจและสภาแต่งตั้ง เบื้องต้นจึงต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญ แก้กฎหมายเลือกตั้งและพรรคการเมือง เปลี่ยนมุมมองเสียใหม่ว่าพรรคการเมืองคือตัวแทนประชาชน มีหน้าที่ดูแลทุกข์สุขของประชาชน
นายชูศักดิ์ชี้ว่ามีข้อสังเกตที่อยากให้สังคมเห็นคือ 1.การขยายเวลาบังคับเรื่องการหาเสียงถึง 180 วันก่อนวันครบอายุสภา เป็นเวลานานเกินไป แตกต่างจากกรอบเวลาตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2541 ที่เริ่มจากวันที่มีประกาศพระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้งหรือแม้แต่ พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2550 เริ่มตั้งแต่ 90 วันก่อนวันครบอายุสภาจนถึงวันเลือกตั้ง2.ข้อห้ามหลายกรณีในระเบียบดังกล่าวมีลักษณะฝืนธรรมชาติ และขัดต่อการทําหน้าที่ ส.ส.ในฐานะผู้แทนปวงชน 3.การจัดทําป้ายหาเสียงในช่วงเวลานี้ ถูกควบคุมทั้งเรื่องขนาดของป้าย จํานวนและสถานที่ติดตั้งทั้งที่ยังไม่มีการประกาศเขตการเลือกตั้งใหม่ยังไม่มีการกําหนดจํานวนหน่วยเลือกตั้ง4.ควบคุมค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้งของผู้สมัครและพรรคการเมือง ด้วยกรอบเวลาที่นานมาก อย่างน้อย 225 วันหรือ 7 เดือนครึ่งทําให้ยากต่อการควบคุม
ข้อสังเกตจากนายชูศักดิ์ที่ระบุว่ารัฐธรรมนูญและกฎหมายเลือกตั้ง ยกร่างมาด้วยทัศนคติเชิงลบต่อพรรคการเมืองและนักการเมือง กฎหมายต่างๆ ที่ร่างในยุครัฐประหาร ยกร่างโดยยึดโยงกับผู้มีอำนาจ จึงแตกต่างจากกฎหมายที่ยกร่างโดยฝ่ายนิติบัญญัติมาจากตัวแทนประชาชน และทำให้การบังคับใช้ การตีความมีปัญหามาตลอด ดังที่กำลังมีปัญหากรอบจำกัดในห้วง 180 วันก่อนสภาสิ้นวาระ และตอกย้ำความจำเป็นที่จะต้องยกเครื่อง ทบทวนบรรดากฎหมายที่ยกร่างในหลังรัฐประหาร เพื่อให้กติกาบ้านเมืองมีความเป็นธรรมและเป็นสากล

