1 ในชาวอเมริกันที่มีชื่อเสียงที่สุดในประวัติศาสตร์ไทย คือ “จิม ทอมป์สัน” ผู้หลงใหล บากบั่น ปลุก ฟื้นคืน อุตสาหกรรมผ้าไหมของไทยเพียงลำพังช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2
หนุ่มหล่อคนนี้ สร้างแรงบันดาลใจ สร้างแบรนด์ให้ผ้าไหมไทยกระหึ่มไปทั่วโลก ทำงานหนัก มีพรรคพวกใหญ่โตอยู่ในอเมริกา
ช่วงสายของวันที่ 22 กันยายน 2565 ผู้เขียนชมผู้ว่าฯ ชัชชาติ Live ตอนเช้า…ในขณะที่ผู้ว่าฯกทม.เดินทางด้วยเรือในคลองแสนแสบ ไปทำงานที่ กทม. เสาชิงช้า
วันนั้น…เป็นวัน Car Free Day ที่ชาวโลกตกลงกัน (หลวมๆ) ว่า…จะ “ไม่ใช้รถยนต์” เพื่อรักษาสภาวะแวดล้อมของโลก 1 วัน
ผู้ว่าฯเลยขอทำตามข้อตกลง… โดยนั่งเรือเมล์ของ “ลุงถั่ว” ในคลองแสนแสบไปทำงาน…
คนกรุงเทพฯจำนวนหนึ่ง… สะดวกในการใช้เรือโดยสารในคลอง ในแม่น้ำ ปลอดภัย ราคาแสนจะถูก ในชีวิตประจำวัน
ถือกล้องเอง… พากย์เอง ..เรือวิ่งฉิวในคลอง ไม่มีไฟเขียวไฟแดง ผู้โดยสารบนเรือไม่มากนัก ผู้ว่าฯเดินไปขออนุญาตคุยด้วย
ผู้โดยสารสตรีท่านหนึ่ง …ต้นทางมาจากรามคำแหง …จะไปทำงานกระทรวงศึกษาธิการ ถนนราชดำเนิน และอีกหลายคนบนเรือ ที่ปลายทางอยู่ที่ท่าเรือ สะพานผ่านฟ้า ถนนราชดำเนิน
ในระหว่างเรือวิ่งผ่านสถานที่ต่างๆ… ผู้ว่าฯชัชชาติแนะนำร้าน จิม ทอมป์สัน แล้วทิ้งท้ายว่า…ไม่ทราบว่าช่วงท้ายของชีวิต… จิม ทอมป์สัน หายตัวไปไหน ไม่มีใครทราบ…?
เรื่องนี้ ต้อง “ขอขยายความ” ครับ…
จิม ทอมป์สัน เป็นใคร
คนไทยคุ้นเคยกับชื่อนี้มาก ชื่อเป็นทางการ คือ James Harrison Wilson Thompson เกิดปี พ.ศ.2449 ในเมืองกรีนวิลล์ (Greenville) รัฐเดลาแวร์ (Delaware) สหรัฐอเมริกา
คุณพ่อเป็นเจ้าของกิจการผลิตสิ่งทอ ในขณะที่แม่ของเขาเป็นลูกสาวของนายพลในกองทัพ ถือว่า… จิมมาจากครอบครัวที่ร่ำรวย
จิม ทอมป์สัน สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยพรินซ์ตัน และศึกษาระดับบัณฑิตศึกษาสถาปัตยกรรมแห่มหาวิทยาลัยเพนซิลวาเนีย
ย้ายไปนิวยอร์กซิตี้ ใช้เวลาช่วงปี พ.ศ.2474-2483 ทำงานเป็นสถาปนิกในนิวยอร์กซิตี้ ออกแบบบ้านสำหรับชนชั้นสูง แถมสนใจ ชื่นชอบในการออกแบบเครื่องแต่งกายและสิ่งทอขณะทำงานเป็นคณะกรรมการของคณะ Ballet Russe de Monte Carlo ที่มีชื่อเสียง
พ.ศ.2484 เมื่อสงครามโลกครั้งที่ 2 อุบัติขึ้น จิมถูกเรียกเกณฑ์เป็นทหารในกองกำลังพิทักษ์ดินแดนแห่งชาติรัฐเดลาแวร์
ด้วยเป็นบุคคลที่มีการศึกษา… จิมเลือกที่จะทำงานให้กับหน่วย OSS (Office of Strategic Services) ต่อมาคือหน่วยข่าวกรอง CIA …ถูกส่งไปประจำการในแอฟริกาเหนือ
พฤษภาคม พ.ศ.2488 จิมในฐานะ “มือข่าวลับ” ได้รับคำสั่งให้ย้ายไปทำงานข่าวกรองในประเทศซีลอน (ปัจจุบันคือศรีลังกา)
ซีลอน (รวมถึงอินเดีย) ถูกใช้เป็นฐานทัพของกองทัพอังกฤษและอเมริกาในการทำสงครามกับกองทัพญี่ปุ่นในเอเชีย
ภารกิจลับในศรีลังกา…เพื่อสนับสนุนขบวนการ “เสรีไทย”
เสรีไทย…องค์กรใต้ดินนี้ คือ บรรดานักเรียนไทยที่ไปศึกษาในอังกฤษ อเมริกา เมื่อเกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 …ต้องการกลับมาช่วยสยามประเทศต่อต้านกองทัพญี่ปุ่น
(ในช่วงปลายสงครามโลกครั้งที่ 2 นายป๋วย อึ๊งภากรณ์ นักศึกษาระดับปริญญาเอกเศรษฐศาสตร์ที่กำลังศึกษาในอังกฤษ สมัครใจเป็น “เสรีไทย” และทีมงาน ถูกกองทัพอังกฤษส่งไปที่ประเทศซีลอน เพื่อขึ้นเครื่องบินอเมริกันมาโดดร่มลงที่ จ.ชัยนาท)
15 สิงหาคม 2488 ญี่ปุ่นยอมแพ้สงคราม
ปลายเดือนสิงหาคม 2488 จิมเดินทางมาถึงไทยโดยเครื่องบินทหาร เพื่อจัดการกับกองทัพญี่ปุ่นที่ยอมแพ้ในสยาม
อังกฤษจ้องเล่นงานสยามที่ไปเข้าเป็นพันธมิตรกับญี่ปุ่น
อเมริกาส่งจิมเข้ามาเพื่อขจัดข้อสงสัย ทำงานร่วมกับเสรีไทยที่เข้ามาแล้ว
ห้วงเวลานั้น แม้กระทั่ง “กองทัพจีน” ที่เคียดแค้น เกลียดญี่ปุ่น ก็ตั้งท่าจะขอเข้ามา “ปลดอาวุธ” ทหารญี่ปุ่นในสยาม
โดยรวมแล้ว… อังกฤษและจีน จ้องจะ “เช็กบิล” สยาม
เจ้าหน้าที่ข่าวกรองจาก OSS ถูกส่งเข้ามาในกรุงเทพฯ เป็นทีมเบ้อเริ่ม เข้าพบผู้ใหญ่ในรัฐบาลสยาม ปกป้องผลประโยชน์อเมริกา ทำงานกับเสรีไทย ปกป้องสยาม “มิให้ตกเป็นประเทศแพ้สงคราม”
หลังสงคราม…สหรัฐอเมริกากลับเข้ามาเปิดสถานทูตในกรุงเทพฯ
ต้นปี พ.ศ.2489 จิมทำงานในสถานทูตสหรัฐ …มีเจ้าหน้าที่ข่าวกรองระดับ “มือพระกาฬ” ในสถานทูตเดินกันขวักไขว่
นักการทูตทั้งหลาย…ใครๆ ก็อยากย้ายมาทำงานในกรุงเทพฯ
เจ้าหน้าที่ข่าวกรองก็มีหูมีตา มองเห็น “ธุรกิจ” ในไทยที่น่าลงทุน
ได้พบปะผู้คนมากหลายวงการ รับประทานอาหาร ดื่ม เที่ยวเตร่ สังสรรค์ คือ การทำงานรวบรวมข่าวกรอง
ต้นทุนชีวิตของ จิม จากอเมริกา คือ เรื่องสิ่งทอ
จิมได้รู้จักผ้าไหมไทย …พลันก็หลงใหลแบบถอนตัวไม่ขึ้น
เมื่อครบอายุทำงานให้กับ OSS ก็หันเข้าหาธุรกิจผ้าไหมไทย
ใจจดจ่ออยู่กับผ้าไหมทอในท้องถิ่น ตกหลุมรัก เนื้อสัมผัส สีสัน และความมีชีวิตชีวาของวัสดุไหม
พ.ศ.2490 ฝรั่งผู้หลงรักผ้าไหม ไปพบช่างทอไทยที่อาศัยอยู่ในชุมชนเล็กๆ อันงดงามที่เรียกว่า “ชุมชนบ้านครัว” ในใจกลางกรุงเทพฯ
จิมส่งผลงานผ้าไหมทอมือไปนิวยอร์ก ผ้าไหม “มัดใจ” คนดังในวงการแฟชั่น รวมถึง Edna Woolman Chase บรรณาธิการผู้ทรงอิทธิพลของนิตยสาร Vogue
จิมพบว่าอุตสาหกรรมผ้าไหมในสยามทั้งหมดใกล้จะถึงจุดจบ ตั้งใจ…ให้คำมั่นว่าจะ “ฟื้นคืนชีพ”
พ.ศ.2491 เมื่อต้องพ้นจากตำแหน่งเจ้าหน้าที่ข่าวกรอง อดีตสายลับจับมือกับ จอร์จ แบร์รี ได้ก่อตั้งบริษัท ไทยซิลค์ จำกัด โดยแต่ละคนมีสัดส่วนการถือหุ้นร้อยละ 18 ส่วนที่เหลืออีก 64% เป็นของนักลงทุนไทยและต่างชาติ
จิมตระเวนเดินทางไปภาคอีสาน เพื่อทำความรู้จักแหล่งกำเนิด วัตถุดิบผลิตผ้าไหม
“ชุมชนบ้านครัว” ในกรุงเทพฯ (ปัจจุบัน คือ ชุมชนบ้านครัว เขตปทุมวัน) ที่ในอดีตเป็นกลุ่มมุสลิมที่ถูกกวาดต้อนมาจากเขมร…ชุมชนนี้เก่งเรื่องการทอผ้าไหม
กิจการบริษัทยังไปได้ไม่สวยนัก
พ.ศ.2494 จิมไปขอให้ผู้ออกแบบเครื่องแต่งกายสำหรับละครเพลงบรอดเวย์เรื่อง “The King and I” ใช้ผ้าไหมของ จิม ทอมป์สัน สำหรับนักแสดง และแล้วผ้าไหมไทยโดย จิม ทอมป์สัน ก็แจ้งเกิด
นักออกแบบแฟชั่นชั้นนำในนิวยอร์ก รู้จัก…เริ่มใช้ผ้าไหมไทยในการออกแบบ ยอดขายของบริษัทเริ่มทะยานขึ้นอย่างรวดเร็ว…
เป็นเครื่องแต่งกายของนักแสดงในภาพยนตร์ “เบนเฮอร์”
ชุมชนบ้านครัวที่เป็นมุสลิม …ดังระเบิด ทุกองคาพยพของกิจการผ้าไหมไทยฟื้นขึ้นมา… ทำเงินทำทอง
ชาวมุสลิมจาม “เก่ง” ในการทอผ้าไหมมาแต่บรรพบุรุษ เดิมทีทอใช้กันภายในครัวเรือน และต่อมาก็ได้ทอลวดลายพิเศษเพื่อถวายแก่ราชสำนักสยาม
ทักษะความรู้เรื่องสิ่งทอที่ได้มาจากบิดาในอเมริกา ทำให้จิมเพิ่มเทคนิคการย้อมไหมด้วยสีเคมีให้มีเฉดสีสดใสและหลากหลายมากขึ้นจากสีธรรมชาติ ไหมไทยเข้าสู่ตลาดสิ่งทอระดับโลก
จัดตั้งบริษัทอุตสาหกรรมไหมไทย โดยได้ขยายฐานการผลิตไปที่โคราช และอีกหลายจังหวัดในภาคอีสาน…เกิดการจ้างงาน
ช่วยคนไทยหลายพันคนให้พ้นจากความยากจน
คนทำงานกับผ้าไหม…ส่วนใหญ่เป็น “ผู้หญิง” กลายเป็นคนหาเลี้ยงครอบครัว และได้อยู่ดูแลบ้าน
พ.ศ.2501 ทอมป์สันได้สร้างบ้านผ้าไหม ในกรุงเทพฯ ริมคลองแสนแสบ เป็นอาคารขนาดใหญ่ ประกอบด้วย บ้านเรือนไทยโบราณ เพื่อจัดแสดง “วัตถุศิลปะ” ที่อดีตสายลับหลงใหลศิลปะไทยสุดติ่ง
สั่งซื้อบ้านเก่า 6 หลังจากต่างจังหวัด ให้รื้อถอนและขนส่งทางแม่น้ำจากอยุธยาไปยังที่ดินใหม่ของเขาในเขตปทุมวัน
เมื่อมาถึง …คนงานไทยประกอบขึ้นใหม่ตามแผนที่จิมออกแบบ ฝันเอาไว้…อย่าลืมว่า จิม จบการศึกษาด้านสถาปัตยกรรม
ประยุกต์ ดัดแปลง สถาปัตยกรรมบ้านแบบไทยดั้งเดิม ตัวอย่างเช่น บ้านใหม่ของ จิม มีบันไดในร่มตรงกลางซึ่งต่างจากบันไดกลางแจ้งแบบดั้งเดิม
นอกจากนี้ เขายังเปลี่ยนแผ่นผนังทั้งหมดกลับด้าน ดังนั้นการตกแต่งผนังด้านนอกจึงหันเข้าด้านในเพื่อให้มองเห็นได้ง่ายขึ้น
พ.ศ.2502 เรือนไทยเสร็จสมบูรณ์ เรียกว่าพิพิธภัณฑ์บ้านจิม ทอมป์สัน
บ้านของจิมเป็นสถานที่จัดงานปาร์ตี้ในตำนานของสังคมชั้นสูงในกรุงเทพฯ กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่นักท่องเที่ยวมหาศาลที่มาเยือนประเทศไทยทุกปีต้องไม่พลาด
ธุรกิจผ้าไหมไทยของ จิม ทอมป์สัน เจริญรุ่งเรือง
พ.ศ.2493 เปิดร้านแรกบนถนนสุรวงศ์ แหล่งรวมชาวต่างชาติ
จิม ทอมป์สัน ร่ำรวย อบอุ่นจากสังคมของกรุงเทพฯ สนิทสนมกับผู้ใหญ่ในกรุงเทพฯ จะคุยอะไรกับใคร ง่ายแสนสะดวก
นายอเล็กซานเดอร์ แมคโดนัลด์ อีก 1 คน จากหน่วยข่าว OSS ในกรุงเทพฯ กลายเป็นผู้ร่วมก่อตั้งหนังสือพิมพ์ บางกอกโพสต์
อเมริกา เริ่มมีนโยบายต่อต้าน สกัดกั้นการขยายตัวของลัทธิคอมมิวนิสต์… กรุงเทพฯ คือ กองบัญชาการใหญ่ที่บัญชาการต่อเนื่องไปถึงสงครามในลาว สงครามในเวียดนามกัมพูชา
สงครามลับในลาว (ที่มีนักรบเดนตายจากไทยไปรบนับหมื่นคน) หน่วยงานข่าวลับ บริษัทขนส่งอาวุธ Air America ที่พักอาศัยของซีไอเอ แห่กันไปอยู่ในย่าน “พัฒน์พงศ์”
บาร์อะโกโก้ สถานบันเทิง โรงแรม ร้านอาหาร ที่พบปะสำหรับ “หน่วยข่าวกรอง” แห่กันไปกระจุกตัวอยู่ที่นั่น
พัฒน์พงศ์ คือ อาณาจักรของเจ้าหน้าที่ข่าวกรอง โดยเฉพาะอเมริกัน ที่รวมไปถึง จิม ทอมป์สัน ที่รู้จักประเทศไทยทะลุปรุโปร่ง
ฐานทัพสหรัฐ…เกิดขึ้นในไทย ค่ายทหารบก ทหารเรือ ฐานทัพอากาศ 7 แห่ง สำหรับสงครามในลาว เวียดนาม กัมพูชา
จิมวางมือจากงานข่าวซีไอเอ แต่ข้อมูลที่สะสมไว้ในสมอง เครือข่ายความสัมพันธ์กับบุคคลสำคัญ เป็นทรัพยากรที่เลอค่ายิ่งนัก
ขอย้ำว่า เรื่องงานข่าว… ถ้าออกไปเฮฮากับพรรคพวกเพื่อนฝูง งานแต่งงาน งานศพ กิน-ดื่ม-เที่ยว ยิ่งถ้าพูดภาษาท้องถิ่นได้ ฟังเค้ากระซิบกันรู้เรื่อง… ปรับทุกข์-ผูกมิตรกัน…ความลับไม่มีในโลก
จิม ทอมป์สัน เดินทางไปไหนมาไหนด้วยธุรกิจ และยังมีความรู้ในข้อมูลด้านความมั่นคงในภูมิภาคอย่างลึกซึ้ง
เดือนมีนาคม 2510 จิมไปพักที่คาเมรอนไฮแลนด์ในประเทศมาเลเซีย ซึ่งเป็นรีสอร์ตบนเนินเขาที่เต็มไปด้วยไร่ชา เคยเป็นที่นิยมในหมู่ชาวอาณานิคมอังกฤษ เพื่อพักผ่อนกับเพื่อนชาวสิงคโปร์ ที่บ้านพักตากอากาศ Moonlight Cottage สไตล์ทิวดอร์
26 มีนาคม 2510 ยามบ่าย…ในขณะที่พักอยู่ในรีสอร์ต … จิมบอกกับพรรคพวกว่า…จะไปเดินเล่น
หลังจากนั้น…จิม ไม่กลับมาอีกเลย
ทุกฝ่ายออกตามหา สืบสาวราวเรื่องกันแบบพลิกแผ่นดิน
มีทฤษฎี ข้อสันนิษฐานต่างๆ กับการหายตัวไปของเขา ตั้งแต่การลักพาตัว การลอบสังหาร เสือคาบไปกิน หรือหลงทาง
การหายตัวไปในตำนานที่ยังคงลึกลับมาจนถึงทุกวันนี้
สํานักงานข่าวกรองกลางสหรัฐ (CIA) ซึ่งจนถึงทุกวันนี้ มีรายงานว่า “ปฏิเสธ” ที่จะเปิดเผยเนื้อหาทั้งหมดของเขา
ภารกิจการข่าวกรอง… จิม ทอมป์สัน คือผู้ทำงานเกี่ยวข้องอย่างลึกซึ้งกับกลุ่มติดอาวุธ ลาว กัมพูชา และเวียดนาม
แม้ว่าจะปลดประจำการในปี 2489 จิม ทอมป์สัน ยังคง “ทำหน้าที่เป็นเจ้าหน้าที่ข่าวกรองโดยพฤตินัย”
ยังติดต่อเครือข่ายสหายงานข่าวลับ…หลายโอกาสที่ จิมมีความคิดเห็น “ไม่สอดคล้อง” กับนโยบายของวอชิงตัน
มีรายงานว่า…อดีตเจ้าหน้าที่ข่าวกรองคนสำคัญคนนี้…เคยถูกสอบสวนฐานต้องสงสัยว่าดำเนิน “กิจกรรมที่ไม่ใช่ของอเมริกา”
ภาพยนตร์เรื่อง “Who Killed Jim Thompson” เคยฉายที่ Eugene International Film Festival ในรัฐโอเรกอน อเมริกา
พอสรุปเนื้อหาได้ทำนองว่า…จิมถูกฆาตกรรม
พ.ศ.2517 ศาลไทยประกาศเป็นบุคคลสาบสูญตามกฎหมาย
ผู้เขียน “ไม่กล้า” แสดงความเห็นใดๆ
ได้แค่นำมาบอกเล่า (บางส่วน) … ขยายความ ตามที่ผู้ว่าฯชัชชาติถามเอาไว้ตอนเรือวิ่งในคลองผ่านพิพิธภัณฑ์ จิม ทอมป์สัน

