ของร้อน
เริ่มนับ 1 เกือบสัปดาห์การทำหน้าที่ของ ‘ผบ.เหล่าทัพ’ ป้ายแดง ภายหลัง 1 ตุลาคมเข้ารับหน้าที่อย่างเป็นทางการ โดยเฉพาะ ‘บิ๊กจ๊อด’ พล.ร.อ.เชิงชาย
ชมเชิงแพทย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ (ผบ.ทร.) และ ‘บิ๊กตุ๊ด’ พล.อ.อ.อลงกรณ์ วัณณรถ ผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผบ.ทอ.) ที่ต้องเข้ามาปรับทัพ จัดการ วางระบบ สานต่องานที่ค้างคา และแก้ปัญหาสมานแผลดึงความสามัคคีภายในกองทัพ !!!
สำหรับ กองทัพเรือ (ทร.) นั้นที่ถูกจับตามากที่สุด คือปัญหาเรื่องเครื่องยนต์เรือดำน้ำ S26T (Yuan Class) ของจะไม่ได้เครื่องยนต์ MTU 396 ตามสเปกที่ต้องติดตั้งและกำลังเจรจาเพื่อเปลี่ยนมาเป็นเครื่องยนต์จีนรุ่น CHD620
พล.ร.อ.เชิงชาย ชี้แจงว่า ส่วนกรอบระยะเวลาต้องดูว่าเรือดำน้ำในปัจจุบันหากจะดำเนินการต่อโครงการต่อจะต้องใช้ระยะเวลาเท่าไหร่ และมีผลกระทบด้านใดบ้าง อาจต้องมีการเจรจารอบใหม่กับทางการจีน เพื่อขอตรวจสอบข้อมูลที่ทางการจีนเสนอมา หากกองทัพเรือ
ยังมีข้อสงสัยอยู่ เพื่อนำมาประมวลผล และหาทางเลือกว่าจะยกเลิกสัญญาหรือเดินหน้าต่อ ในการพิจารณาโครงการเรือดำน้ำ และในการที่จะแก้ไขสัญญาได้ ผู้ขาย ต้องเป็นผู้นำเสนอข้อมูลให้กับกองทัพเรือ โดยมีเหตุผลหลัก 2 ประการ คือ เป็นของที่เทียบเท่าหรือดีกว่าซึ่งผู้ขายต้องเสนอข้อมูลให้กองทัพเรือเชื่อว่ามันเป็นไปตามนั้น ถึงจะมีการแก้ไขสัญญาได้
“แต่เท่าที่ทราบเบื้องต้นข้อมูลจากกรมอู่ทหารเรือยังไม่เพียงพอ ทางการจีนต้องแสดงข้อมูลและเหตุผลว่าของที่เสนอมาเป็นของที่มีคุณภาพเทียบเท่าหรือดีกว่า ส่วนแนวทางที่จะยกเลิกสัญญาเงินที่จ่ายไปแล้วจะเรียกร้องเรื่องความบกพร่องของโครงการได้อย่างไร เป็นรายละเอียดที่จะต้องให้คณะกรรมการบริหารโครงการไปดูรายละเอียดก่อน เพราะโครงการมีการขยายสัญญาออกไปจากสัญญาเดิมไว้ในปี 2567 หากโครงการยืดระยะเวลาออกไปอาจต้องพิจารณาเรื่องของการเสริมสร้างกองทัพ ในช่วงที่ยังไม่สามารถจัดหาเรือดำน้ำเข้ามาในกองทัพได้ฉะนั้นเรื่องนี้จะเป็นการทบทวนยุทธศาสตร์ของกองทัพเรือ เพื่อจะให้เรามีความพร้อมตามยุทธศาสตร์ของกองทัพเรือ” ผบ.ทร.ยืนยัน
ดังนั้น งบปีหน้าของ ทร. อาจจะเปลี่ยนจากเรือดำน้ำเป็นเรือฟริเกต แบบสเตลท์ลำที่ 2 หรือเฮลิคอปเตอร์
นอกจากนี้ ต้องจับตาว่า ‘บิ๊กจ๊อด’ จะมีรื้อมรดก ของอดีต ผบ.ทร.คนก่อน เหมือนหลายปีที่ผ่านมาหรือไม่
ขณะที่ กองทัพอากาศ บิ๊กตุ๊ด ต้องมาสานต่อโครงการ เอฟ-35 เอ ที่ ‘บิ๊กป้อง’ พล.อ.อ.นภาเดช ธูปะเตมีย์ อดีต ผบ.ทอ.ริเริ่มไว้ให้สำเร็จ โดยเตรียมแถลงนโยบายและมอบหมายแจกจ่ายงานในวันที่ 7 ตุลาคมนี้ อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่สมัย ‘บิ๊กนัต’ พล.อ.อ.มานัต วงษ์วาทย์ อดีต ผบ.ทอ. ได้ตั้ง 4 โครงการของ ทอ.ที่สำคัญคือ
1.โครงการพัฒนาและปรับปรุงระบบป้องการทางอากาศ ระยะที่ 7 (N-SOC C2) วงเงิน 945 ล้านบาท, 2.โครงการพัฒนาการป้องกันฐานที่ตั้งทางทหารของกองทัพอากาศ (GBAD) 940 ล้านบาท, 3.โครงการพัฒนาการปฏิบัติการในห้วงอวกาศ 1,400 ล้านบาท 4.โครงการจัดหาทดแทนวิทยุพื้นดิน-อากาศ 910 ล้านบาท
โดยทั้ง 4 โครงการไม่สามารถปิดจ๊อบได้ จากเอกสารรายละเอียดเปิดประมูลบ้าง หรือบางโครงการประมูลชนะแล้วก็ถูกร้องสอบ
จนมาสู่ยุค ‘บิ๊กแอร์’ พล.อ.อ.แอร์บูล สุทธิวรรณ และ ‘บิ๊กป้อง’ พล.อ.อ.นภาเดช โดยโครงการระบบป้องกันทางอากาศและระบบป้องกันฐานต้องพับเก็บไปเพราะไม่ทันปีงบประมาณ และมีรายงานว่า ก่อน ‘บิ๊กป้อง’ จะเกษียณก็เซ็นล้มเลิก 2 โครงการที่เหลือหมด คือ โครงการดาวเทียมและวิทยุไปเป็นที่เรียบร้อย
ทำให้โครงการ ทอ.ทั้งหมดต้องมาเริ่มนับ 1 ใหม่ในยุค ‘บิ๊กตุ๊ด’ คงต้องติดตามว่า ทอ.จะปัดฝุ่นเริ่มทั้ง 4 โครงการใหม่อย่างไร หรือไม่เอาแล้ว และมุ่งเพียงโครงการเอฟ-35 เอ อย่างเดียว
นัฐวัฒน์ ดวงแก้ว

