ยูเครน…เป็นประเทศเอกราช แยกตัวออกมาจากสหภาพโซเวียต ตั้งแต่ 24 สิงหาคม พ.ศ.2534 มีรัฐบาล มีอธิปไตย
มีเรื่องคุกรุ่นกับรัสเซียบ้าง… แต่ไม่ถึงกับรบกัน
ต้นปี พ.ศ.2565 สังคมโลกกำลังสาละวนกับ “โควิด”
ข่าวเล็กๆ ที่ “เบียดแทรก” ข่าวโควิดเข้ามาแบบเจียมเนื้อเจียมตัว คือภาพจากดาวเทียมในอวกาศตรวจพบ “กำลังทหารขนาดใหญ่” ของรัสเซียกำลังเลาะตะเข็บชายแดนยูเครน เคลื่อนกำลังขึ้นไปทางเหนือ และตะวันออกของยูเครนแบบไม่เคยปรากฏมาก่อน
รายงานข่าวเพิ่มความถี่ขึ้นเรื่องเส้นทาง จำนวนกำลัง และประเภทของอาวุธยุทโธปกรณ์ของรัสเซียที่ “ผิดปกติ”
มีคนสนใจ… เริ่มมีการตั้งคำถามว่า… ปูตินแกจะทำอะไร?
โฆษก กห.รัสเซียแถลงว่านี่เป็นการ “ซ้อมรบ” ตามแผน (เว้ย)
บนท้องฟ้า…มี “ดาวเทียม” ของมหาอำนาจ ส่องดูกันตลอด
หน่วยข่าวกรองอ่านภาพแบบเรียลไทม์ (Real Time) วิเคราะห์ ประเมินค่า ตีความแล้ว…เฮ้ย …หมีขาวรัสเซียบุกยูเครนแน่นอน…
สื่อหลักประโคมข่าวใหญ่ว่า รัสเซียจะบุกยูเครน วางกำลัง “โอบ” ตามแนวชายแดนยูเครนทางทิศเหนือ โดยกำลังรบเข้าไปในประเทศเบลารุสนับหมื่น
ทางทิศตะวันออกจ่ออยู่ที่ชายแดนรัสเซีย-ยูเครน…นับแสน
ใคร ทำอะไร อย่างไร พอประมาณการ อ่านออก…เหลือตัวแปร 2 ตัว คือที่ไหน และเมื่อไหร่? (Where-When)
ที่ไหน คือ ทิศทางเข้าตีหลัก เมื่อไหร่ คือ วัน-เวลา
กำลังรบขนาดมหึมา ทำให้ทวีปยุโรปสะท้าน
เช้า 24 กุมภาพันธ์ 65 รถถัง ทหารราบยานเกราะ ปืนใหญ่อัตตาจร ติดเครื่องยนต์ดังกระหึ่ม… ตะลุยข้ามพรมแดนจากเบลารุส มาตามถนนเส้นหลัก พุ่งเข้าสู่กรุงเคียฟที่เป็นเมืองหลวงของยูเครน
(เบลารุสที่เป็นเพื่อนบ้านทางเหนือของยูเครน ยอมให้กองทัพหมีขาวใช้ดินแดน… เพื่อเข้าตียูเครนที่เป็นเพื่อนบ้าน)
ผู้นำทั้งหลายในโลก “ลืม” โควิดไปชั่วคราว หันมาดูรถถังรัสเซียนับพันคัน ติดตราสัญลักษณ์ตัว Z พุ่งเข้ากรุงเคียฟ ที่ตกตะลึง เพราะรัสเซีย “ลวง” โดยแสดงความคึกคักทางชายแดนฝั่งตะวันออก
สงครามข่าวสารเริ่มทำงาน… กห.รัสเซียประกาศว่า นี่เป็น “การปฏิบัติการพิเศษทางทหาร” (Special Military Operations) ที่ยืนยันว่า “มิใช่การทำสงคราม”
องค์กรใหญ่เบ้อเริ่ม ชื่อ เนโต (NATO : North Atlantic Treaty Organization) กองบัญชาการอยู่ในประเทศเบลเยียม ก่อตั้งมาตั้งแต่ พ.ศ.2492 ขยายสมาชิกขึ้นมาเป็น 30 ประเทศ โดยมีสหรัฐเป็น “ลูกพี่ใหญ่” เพื่อสกัดกั้นการขยายอิทธิพลของสหภาพโซเวียต (ต่อมาคือรัสเซีย) ตื่นขึ้นมาจากภวังค์
เรียกประชุมด่วน… เพื่อหาทาง “ช่วย” ยูเครน
คำว่า “ช่วย” หมายถึง อาวุธ กำลังทหาร การทูต มาตรการทางกฎหมายระหว่างประเทศ มันคือ “เงินก้อนยักษ์” ที่ผู้นำประเทศไหนๆ ก็ขอเบือนหน้าหนี เพราะแทบทุกประเทศกำลังฝืดเคืองจากค่าใช้จ่ายเรื่องโควิด
“สื่อไทย” เริ่มทำข่าวการสู้รบ โดยเฉพาะกองทัพรถถังที่กำลังทะลุทะลวงเจาะแนวต้านทานรอบกรุงเคียฟ ที่ถือเป็น “กล่องดวงใจ”
ผู้นำยูเครนที่ชาวโลกหันไปมอง …ถูกปรามาสว่าเป็น “อดีตดาราตลก” ที่ขึ้นมาเป็นประธานาธิบดี.. จะนำพาประเทศไปได้ซักกี่วัน
สถานการณ์สร้างวีรบุรุษ เซเลนสกีใช้สื่อโซเชียลสื่อสารกับชาวโลก…ขอความช่วยเหลือด่วนเพราะกองทัพยูเครนไม่พร้อมรบ
ผู้เขียนจำได้แม่น …ยูเครนร้องขอให้เนโตประกาศ “เขตห้ามบิน” (No Fly Zone) เหนือน่านฟ้ายูเครน
เรื่องนี้เนโต “ไม่เห็นชอบ” เพราะเท่ากับว่าจะดึงเอาประเทศต่างๆ โดยเฉพาะอเมริกาเข้าไปทำสงครามโดยตรงกับรัสเซีย
ยูเครนร้องขอ “กำลังทหาร” จากเนโตเข้าไปเสริมแนวรบด่วน เพราะกรุงเคียฟถูกปิดล้อม ประชาชนนับล้านอพยพหนีออกนอกประเทศไปทางตะวันตก ไปโปแลนด์
คำขอนี้…เนโต “ไม่เห็นชอบ” เพราะผิดหลักการของเนโตที่จะส่งกำลังทหารไปช่วยประเทศที่เป็น “สมาชิกเนโต” เท่านั้น
ผู้นำยูเครนต่อรองขอให้ “รับยูเครนเป็นสมาชิกเนโต” แบบเร่งด่วนให้ด้วย ก็ได้รับคำตอบว่า… “น่าจะใช้เวลาราว 3 ปี”
แปลว่า…ฉันไม่อยากให้แกเข้ามาเป็นสมาชิก… เดี๋ยวแกมาลากพวกฉันไปลำบาก… กลุ่มชาติเนโตต้องไปรบกับรัสเซีย…
นี่คือ “สัจธรรม” …ตำหนิใครไม่ได้ ทุกชาติต้องรักษาผลประโยชน์ตนเอง ไม่มีใครยอมเจ็บตัวเพื่อคนอื่น ในเวทีระดับโลกมีลีลาเยอะ เล่นละครลวงโลก …ดีแต่คิด-พูดคำหวาน
ผู้นำยูเครน “ดิ้นสุดชีวิต” ที่จะต้องรักษาแผ่นดินเกิด ใช้วิดีโอคอล ไปร่วมทุกการประชุมสำคัญของโลก แม้กระทั่งไปขึ้นจอในรัฐสภาสหรัฐที่สมาชิกรัฐสภาสหรัฐยกย่อง พากันลุกขึ้นปรบมือให้ผู้นำชั้นยอดของโลกที่กำลังทำหน้าที่ของตนอย่างสง่างาม
ผู้เขียนขอถ่ายทอด “ความจริง” ในสงครามครั้งนี้ เพื่อการเรียนรู้สัจธรรมที่แตกต่างจากตำราเรียน…
เลขาธิการสหประชาชาติ (UN) เรียกประชุมแล้วประชุมอีก มีมติ “ประณาม” การทำสงครามของรัสเซีย โดยเฉพาะการยิงทำลายที่พักอาศัยของพลเรือนชาวยูเครน…ก็ได้แค่ “ประณาม”
28 เมษายน 2022 เลขาฯ UN ไปเยือนกรุงเคียฟ ชาวโลกคอยดูท่าที บทบาท…ทำได้แค่ประกาศว่า “สงครามเป็นสิ่งชั่วร้าย”
มีการสังหารหมู่พลเรือนชาวยูเครนที่เมืองบูชา (Bucha) เมื่อรัสเซียถอนกำลังออกไป ฝ่ายยูเครนไปขุดพบหลุมศพจำนวนมหาศาล ยูเครนพยายามบอกชาวโลก ขอความเห็นใจ
นายกุแตเรซ เลขาฯ UN ไปดูพื้นที่ฝังศพพลเรือนยูเครน แล้วกล่าวว่า “…ต้องมีการสืบสวนอย่างถี่ถ้วนและมีกระบวนการนำผู้กระทำผิดมาลงโทษ…ผมสนับสนุนศาลอาญาระหว่างประเทศ (International Criminal Court-ICC) อย่างเต็มที่ และเรียกร้องให้รัสเซียให้ความร่วมมือกับศาลอาญาระหว่างประเทศ แต่เมื่อเราพูดถึงอาชญากรรมสงคราม เราไม่สามารถลืมได้ว่า…อาชญากรรมที่เลวร้ายที่สุดก็คือสงคราม”
ในเวลาต่อมา นายกุแตเรซกล่าวยอมรับว่า…“UN ไร้ความสามารถในการป้องกันและยุติสงครามในยูเครน ซึ่งนับเป็นความล้มเหลวอย่างสิ้นเชิงของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC)”
นี่เป็นคำกล่าว เป็นวาทกรรมของบุคคลที่มีหน้าที่ในการรักษาความสงบเรียบร้อยของโลกใบนี้
สังคมโลก…มีคำถามว่า…ใครจะเป็นผู้ดำเนินการ “ไปจับตัว” คนทำผิดมาขึ้นศาลอาชญากรรมระหว่างประเทศ?…
“องค์กร” ทั้งหลาย แม้กระทั่งสหภาพยุโรปยังทำอะไรไม่ได้…ถึงขนาดไปเชิญพระสันตะปาปา ผู้นำสูงสุดทางศาสนามาช่วยพูดจากับปูตินและผู้นำยูเครน… สถานการณ์มิได้กระเตื้องขึ้น
ปลายฤดูหนาว …ประชาชนนับล้านที่ไม่มีน้ำ-ไม่มีไฟ
ชาวยูเครน คือนักสู้ชีวิต หยิบจับอาวุธขึ้นมาป้องกันชุมชนของตนอย่างกล้าหาญ โลกให้การยกย่อง เห็นใจ ให้ความช่วยเหลือ
เก้ๆ กังๆ อยู่พักใหญ่… สหรัฐขยับตัว เป็นผู้นำในการส่งอาวุธล็อตใหญ่ให้กองทัพยูเครนแบบใจถึง-พึ่งได้
กองทัพรัสเซีย…เจอกระดูกชิ้นใหญ่ บุกเข้ากรุงเคียฟ “ไม่สำเร็จ” แถมกำลังระลอก 2 (2nd Echelon) ที่มาจากทางทิศเหนือไปติดคับคั่งอยู่บนถนน ถูกซุ่มโจมตี ถูกโดรนสังหารสอยเละไม่เป็นขบวน
อาวุธที่อเมริกามอบให้คือจรวดต่อสู้รถถัง เจฟลิน (Javelin) และจรวดต่อสู้อากาศยานสติงเกอร์ (Stinger) ที่เอาไว้สอยรถถังและอากาศยานรัสเซีย รวมทั้งอาวุธอีกมหาศาล
ใจหาย-ใจคว่ำ เจียนอยู่-เจียนตาย …ทหารยูเครนและประชาชนปกป้องกรุงเคียฟด้วยอาวุธ ข่าวกรอง จากอเมริกาและยุโรป ในขณะที่ประชาชนหนีออกนอกประเทศเป็นล้านคน
โฆษก กห.รัสเซียออกมาประกาศว่า…เฮ้ย…จะขอเริ่มเฟส 2… จะปรับกำลังทหารไปใช้กำลังตี 2 แคว้นของยูเครนทางทิศตะวันออก คือ โดเนตสก์ และลูฮานสก์ (เรียกรวมว่า ดอนบาส) โดยอ้างว่า…ชาวรัสเซียในพื้นที่โดนรังแก
รบดุเดือด…ประชาชนคือคนเจ็บ คนตายแบบน่าอนาถ ทหารทั้ง 2 ฝ่ายตายเกลื่อนสนามรบ
สภา “ดูมา” (Duma) ของรัสเซียเสนอให้ปูตินลงนามให้ 2 แคว้น (อยู่ในยูเครน) เป็นดินแดนปกครองตนเอง แล้วส่งทหารเข้าไปจัดทำประชามติ…ผลคือ ประชาชน…ประสงค์จะอยู่กับรัสเซีย
กองทัพเรือหมีขาวในทะเลดำเริ่มระดมยิงใส่ตอนใต้ของยูเครน
มีผู้ไม่ประสงค์จะออกนามส่งจรวดไป “จม” เรือบัญชาการของรัสเซียชื่อ มอสควา (Moskva) พินาศดิ่งลงก้นทะเล
เมืองต่างๆ ของยูเครนที่ยึดครองได้ ทหารรัสเซียเข้าไปจัดการ “ทำประชามติ” ว่าจะอยู่กับรัสเซียหรือไม่…
ผลของประชามติน่าชื่นใจยิ่งนัก…ทุกเมืองจะขออยู่กับรัสเซีย
สมรภูมิรบที่ดุเดือด คือที่โรงถลุงเหล็ก อาซอฟสทาล ที่เมืองมารีอูโปล ทางตอนใต้ของยูเครน พื้นที่ขนาดมหึมา มีห้องใต้ดิน มีเส้นทางใต้ดินสำหรับถลุงเหล็ก
ทหารและพลเรือนยูเครนราว 700 คน ตั้งใจใช้เป็นที่มั่นต่อสู้ จะยอมตาย รัสเซียปิดล้อมราว 1 เดือนเศษ ทหารเริ่มอดอาหาร พลเรือนทยอยออกมามอบตัว …กลุ่มทหารเดนตาย กล้าหาญ ขอสู้ต่อ
ปืนใหญ่รัสเซียยิงถล่มโรงงานไม่ยั้ง ทุกวัน แกอยู่ได้-ก็อยู่ไป… มีคนเจ็บ มีคนตาย ขาดน้ำ อาหาร ในที่สุดทหารเดนตายของยูเครนได้รับคำสั่งให้ “มอบตัว” กับกองทัพรัสเซีย…
17 พ.ค.65 ทหารรัสเซียจัดรถบัสมารับทหารนับร้อยที่หิวโหยบาดเจ็บ ออกมามอบตัว มีสถานะเป็น “เชลยศึก” …
รัสเซีย…ก็สูญเสียอย่างหนัก เสียหน้า ถอนทหาร ปรับกำลัง…แล้วใช้อาวุธจรวดระยะไกลยิงใส่เมืองต่างๆ ในยูเครนได้ตามที่ต้องการ
ผู้เขียนขอใช้คำว่า “กองทัพรัสเซียมีเสรีในการปฏิบัติ” ทุกครั้งที่ให้สัมภาษณ์สื่อโทรทัศน์
สงครามดำเนินต่อไปดุเดือด… รัสเซียยึดพื้นที่ได้ทีละเมือง…
ข่าวชิ้นเล็กๆ ที่น่าสนใจ คือ ทางการรัสเซียเข้าไปตั้งสำนักงาน รับโอนสัญชาติชาวยูเครนให้เป็นชาวรัสเซีย เปลี่ยนชื่อ ถนน ทำป้าย ต่างๆ เป็นภาษารัสเซีย ในเมืองที่เข้าไปยึดครอง…จัดการอพยพประชาชนเข้าไปในดินแดนรัสเซียนับหมื่นคน ไม่มีใครทราบชะตากรรม
ปูตินสั่งปฏิบัติการเช่นนี้ เป็น “สิ่งบอกเหตุ” ให้ความกระจ่างชัดว่า…ต้องการ “ดินแดน” ของยูเครน
ยุโรป อเมริกา ประกาศแซงก์ชั่น ห้ามค้าขายกับรัสเซีย
สหภาพยุโรป เนโต ชาติต่างๆ ชิงไหวชิงพริบที่จะไม่ขอเป็น “อริ” กับพญาหมีขาว ที่กุมทรัพยากร ก๊าซ นำมัน ที่เลี้ยงยุโรปเกือบทั้งหมด
หากแต่ความเป็นจริงมีการเจรจาใต้โต๊ะเพื่อขอซื้อน้ำมัน ถ่านหิน จากรัสเซียในราคาเพื่อนฝูง หลายประเทศมีดีลลับที่บอกใครไม่ได้
มีความพยายาม “ตั้งกลุ่ม” ความร่วมมือกันระหว่างประเทศต่างๆ จับขั้ว ย้ายข้างกัน เพื่อจะสลายอิทธิพลของสหรัฐ
ชาติต่างๆ ในยุโรปส่งอาวุธเข้าไปช่วยยูเครนเป็นมูลค่าน่าตกใจ
ทหารทั้ง 2 ชาติตายนับหมื่นในสงคราม ประชาชนบ้านแตก สาแหรกขาด เสียชีวิต อดอยาก บ้านเมืองแหลกพินาศด้วยสงคราม
ท่อส่งก๊าซไปยุโรป 2 ท่อ เพื่อให้ชาวยุโรปใช้เป็นเชื้อเพลิง ทำอาหาร ผลิตไฟฟ้า และให้ความอบอุ่นในหน้าหนาว ถูกวางระเบิด
ทหารยูเครนที่กล้าหาญ น่าจะอ่อนล้า… แต่ยังสู้ยิบตา
“เซเลนสกี” ผู้นำที่ถูกปรามาสว่าเป็นอดีตตัวตลก ใช้ความเป็นผู้นำทำสงครามต่อสู้ปกป้องมาตุภูมิอย่างสง่างาม
อาวุธทุกชิ้น กระสุนทุกชนิด ยูเครนต้องพึ่งพาจากพันธมิตรโดยเฉพาะอเมริกาและจากยุโรป นี่คือข้อจำกัด …ในขณะที่มหาอำนาจรัสเซียใช้อาวุธไปเยอะ แต่ยังมีอีก
มหาศาล
สิงหาคม 2565 ปูตินสั่งให้ทหารรัสเซียไปทำประชามติใน 4 แคว้นที่ยังมีการสู้รบ…ผลออกมาคือ ประชาชนขออยู่กับรัสเซีย
ปูติน…ประกาศเรียกระดมสรรพกำลังอีกราว 3 แสนนาย มาสมัครก็มีอีกนับหมื่น หนีออกนอกประเทศกันมืดฟ้ามัวดิน
30 กันยายน 2565 …ปูตินลงนามในกฎหมาย ประกาศให้ “ควบรวม 4 แคว้นของยูเครน” เป็นของรัสเซียแบบเบ็ดเสร็จ แล้วเสนอให้สภาอนุมัติ จัดงานฉลองใหญ่โตที่จัตุรัสแดงในมอสโก
ถ้าดูจากแผนที่จะเห็นว่า…พื้นที่ยึดครองทั้งหมดเชื่อมต่อกันหมด เป็นทางออกทะเล และยังไปเชื่อมกับ “ไครเมีย” ที่รัสเซียส่งทหารไปยึดมาได้ตั้งแต่ปี พ.ศ.2557
ปูตินไปยึดไครเมียมาแล้วตั้งแต่ปี 2557… แล้วให้ประชาชนทำประชามติ ผลคือ จะอยู่กับรัสเซีย…ใครจะทำไม
หายคลุมเครือซะที..ชัดเจนว่ารัสเซียทำสงครามด้วยต้องการดินแดนของยูเครน 4 แคว้น ที่แสนจะอุดมสมบูรณ์ มีทรัพยากรธรรมชาติมหาศาล ได้ทางออกทะเลเป็นกันชน (มีประชากรบางส่วนฝักใฝ่รัสเซียอยู่บ้าง)
ทหารกองหนุนราว 3 แสนนาย ที่เรียกเกณฑ์มา… ถามว่าจะเอาไปทำอะไร…คำตอบคือ จะเอาไปดูแลดินแดนใหม่ที่เพิ่งได้มา
ขณะเขียนต้นฉบับ กองทัพยูเครนใช้กำลังทหารเข้าตีเมืองโน้นเมืองนี้ เพื่อ “ชิงเอาคืน” มาได้หลายเมือง…เหนื่อยลากเลือด
อเมริกาที่ช่วยแบบสุดลิ่มทิ่มประตู… จะช่วยได้อีกนานแค่ไหน
รัสเซียประกาศยึดดินแดนยูเครนไปแล้ว… หัวเด็ดตีนขาดยังไงก็ไม่ยอมคืนแน่นอน…ปูตินขู่ว่าจะใช้อาวุธนิวเคลียร์
ไม่มีใครบอกได้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น หรือไม่

