ข้อที่น่าชื่นชมประการหนึ่งของ อีลอน มัสก์ นอกจากจะเป็นคนที่มีวิสัยทัศน์กว้างไกลแล้ว เขายังไล่ตาม พยายามสุดตัวเพื่อทำความฝันตามวิสัยทัศน์นั้นๆ ให้กลายเป็นความจริงขึ้นมาให้จงได้
เขาใฝ่ฝันถึงห้วงอวกาศ ก็บังเกิด สเปซเอ็กซ์ บริษัทด้านอวกาศที่ประสบความสำเร็จที่สุดบริษัทหนึ่งของโลก เขาคิดถึงการพลิกโฉมหน้าวงการยานยนต์ ก็บังเกิดเทสลา ผู้ผลิตรถไฟฟ้าที่เป็นที่รู้จักกันมากที่สุด ฯลฯ
บางคนอาจแย้งว่า เป็นอภิมหาเศรษฐีจะคิดจะทำอะไรก็ย่อมได้ ก็จริงอยู่
แต่มีมหาเศรษฐีสักกี่คนที่ “คิด” และ “ทำ” อะไรแปลกๆ ใหม่ๆ ได้อย่าง อีลอน มัสก์?
ในงาน “เทสลา เอไอ” งานอวดเทคโนโลยีล้ำยุคของเทสลาเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา เขาอวดความก้าวหน้าของ “ออพติมัส” หุ่นยนต์ที่เทสลากำลังพัฒนาขึ้น อันเป็นอีกหนึ่งในความฝันของมัสก์
“ออพติมัส” เป็นชื่อของหุ่นยนต์ผู้ปกป้องโลก จากภาพยนตร์ดัง “ทรานส์ฟอร์มเมอร์ส” มัสก์หยิบยืมชื่อนี้มาเรียกขานหุ่นยนต์ “ฮิวมานอยด์” ตัวแรกของ
เทสลา
“ฮิวมานอยด์” คือหุ่นที่มีรูปร่าง ลักษณะ ท่าทางและขีดความสามารถคล้ายคลึงกับมนุษย์ เดินสองขา สองมือสามารถหยิบจับ “ทำงานได้หลายภารกิจ” เหมือนมนุษย์ที่ทำครัวก็ได้ ทำสวนก็ได้ ขับรถ ทำงานบ้าน ดูแลผู้สูงอายุ หรือกระทั่งรักษาความปลอดภัย
มัสก์ฝันว่า สักวันหนึ่ง ฮิวมานอยด์ จะเข้าทำหน้าที่หลายอย่าง “แทนมนุษย์” เพื่อยังความสะดวกสบายให้ เพราะมีพลังและความสามารถ ถูกตั้งโปรแกรมให้ทำหน้าที่ “มัลติทาสก์” แทนที่มนุษย์
ในโลกปัจจุบัน หุ่นยนต์ศาสตร์ก้าวหน้าไปมาก เราได้พบเห็นสารพัดหุ่นยนต์ถูกพัฒนาขึ้นมา ตั้งแต่ แอนดรอยด์ที่เป็นผู้ประกาศข่าว ไปจนถึงหุ่นยนต์ปรุงอาหาร หุ่นยนต์ชงกาแฟ หุ่นยนต์สำหรับการผ่าตัด หุ่นยนต์รีเซ็ปชั่น ไกด์ทัวร์ หุ่นที่เล่นสแครบเบิล หรือหมากรุก หุ่นยนต์นักร้องและนักเต้น หรือหุ่นยนต์สำหรับการค้นหาและกู้ชีพ เป็นต้น
หุ่นเหล่านั้นไม่ใช่ “ฮิวมานอยด์” เป็นหุ่นยนต์ที่พัฒนาขึ้นมาเพื่อภารกิจจำเพาะอย่าง ทำได้เพียงไม่กี่อย่าง จำกัดเฉพาะที่ออกแบบมาให้ทำเท่านั้น เช่น หุ่นยนต์ชงกาแฟในครัว ก็ทำอยู่อย่างเดียวแล้วก็ไม่เคลื่อนไหว จำกัดอยู่กับที่เท่านั้น หุ่นยนต์ผ่าตัดทางการแพทย์ก็ไม่ได้มีลักษณะเหมือนคนเลยแม้แต่น้อย
คำถามก็คือ แล้วทำไมหุ่นยนต์ของมัสก์ถึงต้องเป็น ฮิวมานอยด์?
คำตอบก็คือ เมื่อต้องการให้หุ่นยนต์เข้ามาอยู่ในสภาพแวดล้อมเดียวกันกับมนุษย์ ใช้เครื่องไม้เครื่องมือที่มนุษย์คิดค้นขึ้นใช้ หุ่นยนต์แบบฮิวมานอยด์ถือว่าดีที่สุด ทั้งยังสามารถปฏิสัมพันธ์กับมนุษย์ได้ดีกว่า สะดวกสบายใจกว่า เพราะความแตกต่างมีไม่มากนักจากมนุษย์ทั่วไป
มนุษย์คาดหวังว่า “ฮิวมานอยด์” จะทำหน้าที่หลายอย่างได้เหมือนมนุษย์ ตั้งแต่ตัดหญ้า ขนข้าวของหนักๆ ขึ้นที่สูง ทำแซนด์วิช แล้วกล่อมเด็กทารก
แต่หุ่นยนต์ทั้งหมดที่พัฒนาการ ยังห่างไกลจากศักยภาพที่เรียกได้ว่าเป็น มัสติทาสก์ มาก ยิ่งความเหมือนกับมนุษย์ยิ่งยังอยู่ห่างไกล
หุ่นที่ก้าวหน้าที่สุดตัวหนึ่งของโลกคือ “สปอต” พัฒนาโดย บอสตัน ไดนามิก สามารถเดินทางได้คล่องแคล่วว่องไวในภูมิประเทศหลากหลายรูปแบบ แต่มันมีสี่ขา
มัสก์เองยอมรับว่า “ออพติมัส” ของเขายังต้องพัฒนาอีกเยอะ ในวิดีโอพรีเซ็นเตชั่นที่นำเสนอในเทสลา เอไอ “ออพติมัส” ทำได้เพียงแต่ รดน้ำต้นไม้ ยกกล่อง แล้วก็ ยกแท่งเหล็ก
มัสก์คาดหวังว่า จะสามารถพัฒนา “ออพให้เข้าใกล้มนุษย์ให้มากที่สุด แล้ววางจำหน่ายได้ภายใน 3-5 ปี เขาคาดว่า ราคาของออพติมัสจะต่ำเพียงแค่ 20,000 ดอลลาร์ต่อตัวเท่านั้น
เขาฝันว่าอีกไม่นาน หุ่นยนต์ที่ทำงาน “แทน” คนในชีวิตประจำวันอย่างนี้จะมีให้เลือกอย่างดกดื่น
แน่นอน ยังคงมีคำถามอีกมากมายเกิดขึ้นกับวิสัยทัศน์นี้ของมัสก์ หลายคำถามเป็นข้อกังขา โดยเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวข้องกับคอมพิวเตอร์ควบคุมเพื่อสั่งการของหุ่นยนต์ ถ้าเกิดผิดพลาดหรือบกพร่อง จน “เพี้ยน” ขึ้นมา จะเกิดอะไรขึ้น? ฮิวมานอยด์นี้จะกลายเป็นอะไร? จะปิดการทำงานได้อย่างไร? ความเสี่ยงต่อการเกิดอันตรายถึงแก่ชีวิตของคนเรามีมากน้อยแค่ไหน? ใครคือผู้รับผิดชอบ ใครคือผู้ควบคุม ใครคือคนที่จะจัดการกับหุ่นยนต์เหล่านี้ได้ ด้วยวิธีไหน? อย่างไร?
แม้ว่าถึงเวลาหนึ่ง หุ่นยนต์ฮิวมานอยด์ จะเป็นผลผลิตที่สามารถ “เปลี่ยนโฉมหน้าอารยธรรม” ของสังคมมนุษย์ไปเหมือนอย่างที่ อีลอน มัสก์ อ้างเอาไว้ก็ตามที

