บทนำ : กรณี‘ส.ต.ท.หญิง’
กรณีคดี ส.ต.ท.หญิง กรศศิร์ บัวแย้ม ซ้อมทหารหญิง โดยมีการระบุพฤติกรรมของ ส.ต.ท.หญิง กรศศิร์ มีความใกล้ชิดกับ ส.ว. และได้รับแต่งตั้งให้มีตำแหน่งในคณะกรรมาธิการของสภานิติบัญญัติฯ และวุฒิสภา นายธีรัจชัย พันธุมาศ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล โฆษกคณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร แถลงว่า กมธ.ได้สอบข้อเท็จจริงมาระยะหนึ่ง ได้เชิญ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ในฐานะเจ้าของคดีและตัวแทนของ ผบ.ตร. ถึง 2 ครั้ง โดย พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ได้ให้ข้อเท็จจริงตั้งแต่ขั้นตอนการเข้ารับราชการของ ส.ต.ท.หญิงกรศศิร์ การดำเนินการ รวมถึงการขออนุญาตย้ายไปส่วนต่างๆ แต่เอกสารบางส่วนยังไม่ได้ส่งมาให้ กมธ.
นายธีรัจชัยกล่าวว่า กมธ.ได้สอบข้อเท็จจริงจาก ส.ต.ท.หญิง กรศศิร์ โดยผ่านวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ จากเรือนจำที่ จ.ราชบุรี ส.ต.ท.หญิง กรศศิร์ ยอมรับถึงความสัมพันธ์กับสมาชิกรัฐสภาท่านหนึ่ง ตั้งแต่ปี 2555-2562 อย่างต่อเนื่อง ซึ่ง ส.ต.ท.หญิง กรศศิร์ไม่ทราบว่าตนเองเข้ารับราชการได้อย่างไร แต่ได้มีการสมัครโดยบังเอิญที่ในขณะนั้นเปิดรับแค่ 2 ตำแหน่ง มีการยกเว้นอายุ แล้วพบว่าคุณสมบัติเข้ากับตนเองพอดี นี่คือข้อเท็จจริงที่ค่อนข้างที่จะยุติในส่วนตรงนี้ การที่ ส.ต.ท.หญิง กรศศิร์ ได้รับแต่งตั้งในคณะกรรมาธิการ 4 คณะในสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) และวุฒิสภา เห็นชัดถึงระบบอุปถัมภ์ของประเทศไทย ผู้สื่อข่าวถามว่า สมาชิกรัฐสภาท่านนี้ผิดจริยธรรมหรือไม่ นายธีรัจชัยกล่าวว่า ขอให้รอข้อเท็จจริงอีกรอบ ตนได้ถามถึงความสัมพันธ์กับท่านอื่นด้วย แต่ก็ยังไม่มีความชัดเจน
ข้อเท็จจริงจากคณะกรรมาธิการทำให้เห็นภาพของระบบอุปถัมภ์ดังที่นายธีรัจชัยระบุ สิ่งที่ประชาชนอยากเห็นต่อไป คือการดำเนินการอย่างโปร่งใสและคืบหน้าของสภาผู้แทนฯ เพื่อตรวจสอบความเชื่อมโยงและการใช้เส้นสาย แต่งตั้งบุคคลเข้าไปรับตำแหน่งกินเงินเดือนจากภาษีอากรประชาชน โดยไม่คำนึงถึงความเหมาะสม ขณะเดียวกัน วุฒิสภา ก็น่าจะดำเนินการตรวจสอบอย่างจริงจัง แม้มาจากแต่งตั้ง แต่ก็ถือเป็นตัวแทนปวงชนชาวไทย ที่ต้องแสดงความรับผิดชอบต่อประชาชนด้วย

