เดินหน้าชน : อนาคต‘กยศ.’
การเปิดสมัยประชุมของวุฒิสภาที่จะมีขึ้นในวันที่ 1 พฤศจิกายนนี้ มีเรื่องน่าสนใจที่หลายฝ่ายเฝ้าติดตาม โดยเฉพาะร่างพระราชบัญญัติ หรือ พ.ร.บ.กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ฉบับที่… ที่ผ่านการพิจารณาจากสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ไปแล้วทั้ง 3 วาระ เมื่อ 14 กันยายนที่ผ่านมา
ไฮไลต์สำคัญในวันนั้น มติที่ประชุมเห็นด้วยการกู้ยืมต้องปลอดดอกเบี้ย ไม่คิดค่าปรับเมื่อผิดชำระหนี้ ให้มีผลย้อนหลังทั้งผู้กู้ยืมและผู้ค้ำประกันทุกรายทั้งหมด
คงต้องอยู่ที่องค์ประชุมของวุฒิสมาชิกหรือ ส.ว. จะเห็นด้วยหรือเห็นต่างกับร่าง พ.ร.บ.กยศ. นอกจาก ส.ว.ที่ต้องศึกษาทำการบ้านรายละเอียดเรื่องนี้มาอย่างดี ก็ต้องฟังการชี้แจงของข้อมูลของกระทรวงการคลังและผู้บริการ กยศ.แบบเข้มๆ
หากเสียงของ ส.ว.คล้อยตาม ไม่เห็นด้วยกับร่างกฎหมายฉบับนี้ ทั้งหมดจะถูกตีกลับมาที่สภาผู้แทนฯให้กลับไปปรับปรุงเนื้อหาในมาตราที่เป็นปัญหาอีกครั้ง
เมื่อย้อนกลับไปที่การประชุมสภาผู้แทนฯเมื่อ 14 กันยายนที่ผ่านมา ผู้สงวนความเห็นและผู้แปรญัตติจำนวนหลายกลุ่มต่างถกเถียงกันในเนื้อหาร่างว่า “เมื่อผู้กู้ยืมเงินต้องชำระเงินคืน กยศ. จะให้มีหรือไม่มีดอกเบี้ย เบี้ยปรับ และเงินเพิ่ม” ส.ส.ที่ขึ้นอภิปราย มีหลายพรรคที่เห็นด้วยไม่ควรคิดอัตราดอกเบี้ยและค่าปรับผิดชำระหนี้
แต่ ส.ส.บางส่วนก็ห่วงใย หวั่นว่าต่อไปจะกลายเป็นการเพิ่มเงื่อนไขให้ กยศ.สกรีนคนขอกู้ยืมเรียน เมื่อจำนวนเงินที่จะพิจารณาปล่อยกู้ยืมลดลงไปในแต่ละปี โดยอยู่ที่คนกู้ยืมจะยอมคืนให้แค่ไหน เมื่อไม่สามารถพิจารณาเงินปล่อยกู้ยืมได้เหมือนปัจจุบัน ต้องจำกัดจำเขี่ยเงินกู้ยืม ผลเสียจะตกกับผู้กู้รายใหม่ และสถานะการดำรงอยู่ของ กยศ.
อย่างไรก็ดี เมื่อ 20 ตุลาคม ล่าสุด กมธ.การเศรษฐกิจ การเงิน และการคลัง วุฒิสภา จัดสัมมนาเรื่อง “หนี้ กยศ. :แก้กฎหมาย…แก้หนี้ แก้ถูกที่หรือยัง?” เพื่อฟังความเห็นและข้อมูลที่เป็นประโยชน์ของผู้ที่เห็นด้วยกับ กยศ.และเห็นต่าง ล้วนก็มีเหตุผลและความจำเป็น
ศุภชัย สมเจริญ รองประธานวุฒิสภาคนที่สองกล่าวเปิดสัมมนาพูดชัดเจนว่า การรับฟังความเห็นจากภาคส่วนต่างๆ จะเป็นข้อมูลประกอบการพิจารณาของ ส.ว.ต่อร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ต่อไป
กล่าวโดยสรุปการพูดของวิทยากรหลายฝ่ายมองว่า กยศ.ต้องเลี้ยงตัวเองได้ ให้เป็นภาระงบประมาณให้น้อยที่สุด เงินกู้ยืมส่วนนี้ไม่เหมือนสินเชื่อกู้ยืมทั่วไป แต่ก็ต้องตั้งอัตราดอกเบี้ยไว้ โดยคำนึงถึงวินัยการเงินเพื่อใช้เป็นทุนหมุนเวียนปล่อยกู้ให้นักเรียนนักศึกษาในอนาคต ที่สำคัญ กยศ.พยายามยืดหยุ่นลูกหนี้ทุกกรณีอยู่แล้ว
ชัยณรงค์ กัจฉปานันท์ ผู้จัดการ กยศ.บอกว่า หลังมีข่าวจะไม่ให้มีดอกเบี้ยและเบี้ยปรับ ในร่าง พ.ร.บ.กยศ.ที่ผ่านวาระ 3 ในสภาผู้แทนฯไปแล้ว อัตราการชำระหนี้ลดลงกว่า 20% ถ้ายังเป็นอย่างนี้ อัตราการชำระหนี้ในปีหน้าจะลดลง 1 ใน 3 ถ้าวันนี้ดอกเบี้ยและเบี้ยปรับเป็น 0% อีก 2 ปีข้างหน้า กยศ.จะเจอตัวเลขติดลบ
ขณะที่ผู้ร่วมรับฟังในที่ประชุมก็ให้ความเห็นอีกมุม ไม่เห็นด้วยเรื่องคิดดอกเบี้ยและค่าปรับ เพราะสุดท้ายแล้ว คนกู้ยืมเมื่อมีงานทำในอนาคตก็ต้องทำหน้าที่จ่ายภาษีให้กับรัฐอยู่ดี รวมทั้งมองว่า ชั้นพิจารณาร่างกฎหมาย กยศ.ในสภาผู้แทนฯที่ผ่านมา อย่ามองว่า ส.ส.หนุนแก้เพื่อต้องการหาเสียงที่คาดว่าจะมีขึ้นในปีหน้า แต่มุ่งที่จะให้มีการปรับโครงสร้างหนี้มากกว่า เหมือนแก้หนี้เสียช่วงวิกฤตต้มยำกุ้งปี’40 ลูกหนี้เมื่อมีรายได้ก็ให้ผ่อนจ่ายเงินต้นอย่างเดียวไปก่อน
คงต้องขึ้นอยู่ที่การประชุมของ ส.ว.จะหาทางออกอย่างไร ก็ยังเชื่อว่าน่าจะมีการออกแบบการคิดดอกเบี้ยและเบี้ยปรับให้เกิดความคลี่คลายมากที่สุด ยึดโยงกับการอยู่รอดของ กยศ. และภาวะความจำเป็นของลูกหนี้ในอนาคตไปพร้อมๆ กัน
เสกสรรค์ กิตติทวีสิน

