จบแบบยังคาใจ
แ ม้เรื่อง “หัวคิวกู้เงินบ้านสวัสดิการ ทบ.” 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา จะเงียบไปแล้วหลังจากที่ ทนายไพศาล
เรืองฤทธิ์ พา น.ส.ก้อย ที่มีสามีเป็นนายทหารสังกัดกองทัพบก และ น.ส.เบิร์ด เป็นผู้ประกอบการสร้างบ้านพักขายให้กับกำลังพลกองทัพบก (ทบ.) เข้าพบ “เสี่ยกฤต” ว่าที่ ร.ต.ธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม
พร้อมยื่นคำร้องขอความคุ้มครองพยาน พร้อมหลักฐาน อาทิ คลิปเสียง วิดีโอ หลังถูกนายทหารระดับนายพลของกองทัพบก (ทบ.) ข่มขู่ คุกคาม เพราะรู้ข้อมูลเกี่ยวกับการกู้ยืมเงินออมทรัพย์ข้าราชการกองทัพบก (อทบ.) ที่ไม่เป็นธรรม
ต่อด้วยยื่นเรื่องที่กระทรวงกลาโหม (กห.) พร้อมเอกสารแนบรายชื่อทหารที่เกี่ยวข้อง โดยตั้งคำถามว่า ทหารที่เกี่ยวข้องเหตุใดยังได้เลื่อนตำแหน่งและยศสูงขึ้น และจะนำผู้เสียหายทั้งหมดไปแจ้งความ ถือเป็นการเรียกรับสินบนในขณะดำรงตำแหน่งหน้าที่ราชการ เพราะฉะนั้นหน่วยงานต้องรับผิดชอบ ทบ.ต้องไปเยียวยาทางผู้ประกอบการและกำลังพลชั้นผู้น้อยประมาณร้อยกว่าราย
“บิ๊กบี้” พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ชี้แจงว่า เรื่องเงินกู้ในโครงการกู้ยืมออมทรัพย์ข้าราชการกองทัพบก (อทบ.) เพื่อการเคหะสงเคราะห์ของสหกรณ์ออมทรัพย์ในส่วนของกองทัพบก (ทบ.) ได้ดำเนินการสอบสวน พร้อมทั้งกำลังรวบรวมรายละเอียด เพื่อรายงานไปยังกระทรวงกลาโหม (กห.) จากที่ ทบ.ได้สอบสวนพบว่าเป็นเรื่องส่วนบุคคล ไม่ใช่องค์กรหรือหน่วยงานเป็นผู้กระทำ ผู้ที่ได้รับผลกระทบได้ร้องเรียนคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และมีการดำเนินคดีในขั้นตอนของศาล ถือเป็นเรื่องการดำเนินการตามกฎหมาย
“กรณีทนายไพศาลอ้างว่ามีทหารประมาณ 40 กว่าคนเข้ามาเกี่ยวข้องนั้น คำว่าทหารในส่วนของ ทบ.ดำเนินการในส่วนของ ทบ. หากเป็นทหารในส่วนอื่น ส่วนที่เกี่ยวข้องก็ไปดำเนินการ สำหรับที่บอกว่า 40 คนได้ดีการเลื่อนยศขึ้นนั้น ขอถามว่าคนไหน เพราะไม่เห็นรายชื่อก็บอกไม่ได้ ต้องว่ากันตามหลักฐาน ไม่ใช่การกล่าวหา ยืนยันว่ามีการลงโทษไปแล้วหลายคน ที่เกี่ยวข้องกับ ทบ.และยังรับราชการใน ทบ. จะทำรายงานไปถึง กห. นอกจากนี้ โครงการ อทบ.ยุติมาตั้งแต่ปี 2564 และมีการผ่านคณะกรรมการที่ พล.อ.อภิรัชต์ ก่อนที่จะเกษียณ ได้เซ็นเอ็มโอยูกับธนาคารอย่างที่ผมบอกว่าโครงการบ้านเหล่านี้ ทบ.ไม่ได้เป็นคนสร้าง เป็นคนภายนอก กำลังพลต้องไปกู้กับธนาคาร ขณะนี้ไม่มีการกู้กับ ทบ.มาตั้งแต่ต้นปี 2564” พล.อ.ณรงค์พันธ์ยืนยัน
อย่างไรก็ดี แม้ “บิ๊กบี้” จะชี้แจงไปแล้ว แต่ก็ยังมีคำถามที่คาใจถามต่อว่า เป็นเรื่องการกระทำส่วนตัวไม่ใช่เรื่องที่เกี่ยวกับ ทบ.จริงหรือ ทั้งๆ ที่มีกำลังพลเข้าไปเกี่ยวข้องหลายนาย การที่บอกว่าลงโทษไปแล้วนั้นไม่มีการเปิดเผยว่าใครบ้าง มียศอะไร โดยเฉพาะที่โดนร้องเรียนว่าแต่ละคนเลื่อนตำแหน่งที่สูงขึ้น
น่าแปลกใจเหมือนกันว่าทำไม ทบ.ไม่ใช้โอกาสนี้สร้างความถูกต้องโปร่งใส ให้กำลังพลมั่นใจในผู้บังคับบัญชาทุกระดับชั้นและสร้างความมั่นใจให้สังคมว่า ทบ.ไม่ปล่อยให้คนทุจริตลอยนวลแน่นอน
อย่างไรก็ตาม ที่เรื่องนี้เงียบไปก็ถือว่าดี เพราะแว่วว่า “ลุงป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ไม่ค่อยแฮปปี้กับกระทรวงยุติธรรมเท่าไร ที่ไปเล่นใหญ่ สานต่อในเรื่องนี้ !!!
นัฐวัฒน์ ดวงแก้ว

