บทนำ : รอโอกาสใหม่
การประชุมสภาผู้แทนฯ เพื่อพิจารณาลงมติเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต หรือ กม.สุราก้าวหน้า ในวาระที่ 3 เมื่อวันที่ 2 พ.ย.เป็นที่จับตา เนื่องจากมีกระแสข่าวว่า รัฐบาลจะไม่ยอมให้กฎหมายนี้ผ่านสภา โดยอ้างว่า เกรงจะเกิดการผลิตสุราอย่างเสรี และให้เแกนนำพรรคต่างๆ ผลักดันการลงมติในทิศทางที่รัฐบาลต้องการ
ผลการลงมติเป็นไปตามคาด รัฐบาลเป็นฝ่ายชนะด้วยคะแนนฉิวเฉียด 196-194 งดออกเสียง 15 โดยก่อนหน้านั้น มีการลงมติด้วยวิธีกดบัตร แต่มีคะแนนเสียงเห็นชอบและไม่เห็นชอบใกล้เคียงกัน นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ส.ส.กทม. พรรคก้าวไกล จึงขอให้ลงมติใหม่ด้วยวิธีการขานชื่อ ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาล อย่างพรรคพลังประชารัฐ พรรคประชาธิปัตย์ และพรรคภูมิใจไทย ส่วนใหญ่ลงมติไม่เห็นด้วย และยังมี ส.ส.หลายคนที่ไม่มีการขานลงมติเช่นกัน นอกจากนี้ บางส่วนงดออกเสียง อย่างไรก็ตาม มี ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาลบางคนที่โหวตเห็นด้วย ขณะที่ ส.ส.ฝ่ายค้านลงมติเห็นด้วยไปในทิศทางเดียวกัน เมื่อขานชื่อลงคะแนนแล้ว ปรากฏว่ามี ส.ส.จำนวนมาก ประมาณ 30 คน ที่มาโหวตไม่ทันส่วนใหญ่เป็น ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาล ได้แย่งกันขานชื่อจนเกิดความชุลมุนมั่วไปหมด ส.ส.บางคนขานชื่อตัวเองถึง 3 รอบ กรรมการใช้เวลารวมคะแนนนานกว่า 1 ชั่วโมง ทำให้ ส.ส.ฝ่ายค้านลุกขึ้นถามว่าทำไมใช้เวลานับคะแนนนานจนผิดสังเกตขนาดนี้ ทั้งที่มีคนนับถึง 6 คน สุดท้ายร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวตกไป
เป็นเรื่องน่าเสียดาย ร่าง กม.ที่มีเนื้อหาเป็นประโยชน์กับประชาชน เปิดโอกาสให้ประชาชนผลิตสุราเพื่อการค้าได้ ต้องตกไปด้วยมติจากตัวแทนประชาชน เชื่อว่าในการเลือกตั้งครั้งต่อไป จะมีพรรคการเมืองหาเสียงด้วยการชูนโยบายนี้ และจะได้ ส.ส.เข้าสภาไม่น้อย แต่จะผลักดันกฎหมายนี้สำเร็จหรือไม่ ขึ้นกับสภาพการเมือง หากรัฐบาลจากเสียงประชาชนได้บริหารประเทศ ก็จะเป็นโอกาสอีกครั้งของกฎหมายฉบับนี้ และหมายถึงโอกาสอีกครั้งของประชาชน

