บทนำ : ส.ส.แยก-ส.ว.แบ่ง
นายวันชัย สอนศิริ สมาชิกวุฒิสภา โพสต์ข้อความว่า การเมืองตอนนี้ถือว่าเป็นโค้งสุดท้าย ใครจะอยู่พรรคไหน ใครจะเป็นฝ่ายค้านหรือรัฐบาล ต้องเก็งสถานการณ์ ประเมินเสียง ประเมินกำลังกันให้ดี ที่เห็นว่าจะเข้าพรรคนั้นพรรคนี้ ถึงเวลาจริงๆ อาจจะไม่ใช่ก็ได้ พวกซุ่มเงียบและรอเสียบในตอนท้ายก็ยังมีอยู่อีกมาก อย่างที่รู้กันอยู่ว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้กำหนดไว้ว่ารัฐบาลจะอยู่ได้หรือไม่ได้อยู่ที่เสียงของ ส.ส.เกินครึ่งของสภาผู้แทนราษฎรเป็นสำคัญ การย้ายพรรคจึงเป็นเรื่องของการจัดทัพ การที่จะดำรงอยู่เมื่อได้เป็นรัฐบาลแล้วเท่านั้น
นายวันชัยระบุว่า การที่จะเข้าเป็นนายกรัฐมนตรีและเป็นรัฐบาลได้ต้องใช้เสียงของทั้ง ส.ส.และ ส.ว.เกินครึ่งของรัฐสภาคือ 375 เสียงขึ้นไป ปรากฏการณ์ ส.ส.ย้ายพรรคจึงเป็นภาพลวงตา แต่ฉากหลังของการที่จะเข้าเป็นรัฐบาลได้นั้น ส.ว. 250 เสียง มีส่วนสำคัญในการโหวตนายกฯตามรัฐธรรมนูญครั้งหน้านี้เป็นครั้งสุดท้าย เมื่อ ส.ส.ถูกแยกแบ่งพรรค วันนั้น ส.ว.จะไม่ถูกแบ่งหรือและสถานการณ์ของการโหวตนายกฯคราวหน้าคงไม่เหมือนสถานการณ์ในครั้งที่ผ่านมา ความเป็นปึกแผ่นแน่นหนา พลังบารมีของผู้มีอำนาจแต่ละคนก็ไม่เหมือนเก่า ที่มาที่ไปของ ส.ว.แต่ละคนก็ไม่เหมือนกัน
ส.ว.วันชัยระบุอีกว่า ที่ย้ายพรรคกันอยู่เป็น ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาลทั้งนั้น แม้จะมีพรรคใหม่อย่างรวมไทยสร้างชาติก็หน้าเก่าเหล้าขวดเดียวกัน หนักหนาสาหัสหน่อยก็ประชาธิปัตย์ แต่ที่พองโตก็ภูมิใจไทย ไหลไปไหลมาก็พวกเดียวกันทั้งนั้น ซึ่งจะทำให้ทั้งพลังประชารัฐ ประชาธิปัตย์และรวมไทยสร้างชาติ แบ่งกันแยกกันแล้วเล็กลง ไม่มีพลังเหมือนเก่า ยิ่งผู้มีอำนาจแตกกันแล้วแยกกันเดินจริงๆ ดังที่ปรากฏเป็นข่าวยิ่งจะไปกันใหญ่ เมื่อ ส.ส.ถูกแย่ง ส.ว.ก็คงถูกแบ่ง ส่วนใครจะได้เป็นรัฐบาล ไม่ได้อยู่ที่บารมีหรืออำนาจของใครมากกว่าใคร เพราะอำนาจวันนั้นเกิดขึ้นจากการโหวตของประชาชน และ ส.ว.ก็คงต้องฟังเสียงของประชาชนเป็นสำคัญเช่นกัน
ความเห็นของนายวันชัยสะท้อนว่า การแตกร้าวระหว่าง 2 ป. ส่งผลต่อเอกภาพของ ส.ว. 250 คนซึ่งมีที่มาต่างกัน ที่ผ่านมา ส.ว. 250 เสียง เป็นตัวช่วยให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้เป็นนายกรัฐมนตรี แต่ถ้าเที่ยวนี้ ส.ว.ถูกแบ่งเป็นขั้วพล.อ.ประยุทธ์ และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ อะไรจะเกิดขึ้น และจริงหรือไม่ ที่ ส.ว.จะไม่ลงมติช่วยใคร แต่จะฟังเสียงของประชาชนเป็นสำคัญ เป็นโจทย์การเมืองที่ท้าทาย และไม่เป็นผลดีกับขั้วการเมืองของ 2 ป.

