หน้าแรก บทความ เดินหน้าชน พายเรือในอ่าง...

พายเรือในอ่าง

17.11.22 | 14:03 น.

พายเรือในอ่าง

ก ารแก้ปัญหาสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ภาคใต้ คือโจทย์สำคัญของรัฐบาล กองทัพทุกยุคทุคสมัย หรือที่ประชาชนตั้งความหวังว่า แสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ นั้นจะมาเมื่อไหร่ ที่ผ่านมาถูกเลือกใช้มาแล้วทุกวิธี จนกระทั่งมาสู่ นโยบาย “การเมืองนำการทหาร” เพื่อแก้ปัญหาไฟใต้ ด้วยการพูดคุย

โดยช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ตั้งแต่สมัย “รัฐบาลปู” น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี มีทีม (เจรจา) อย่าง “บิ๊กแมว” พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร นั่งเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เป็นหัวหน้าคณะเปิดฉากเจรจาครั้งแรกกับ “BRN” เมื่อเดือนมีนาคม 2556

โดยการเจรจาครั้งนั้น ถูกมองว่าล้มเหลว เพราะไปยกระดับ BRN มาเป็นคู่ขัดแย้ง และไปรับข้อเรียกร้องทั้ง 5 ข้อ…ที่โจรใต้เรียกว่า “Five demands” อาทิให้ปล่อยนักโทษการเมืองทั้งหมด ฯลฯ

ช่วงปี 2558 “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้เริ่มพูดคุยกันใหม่และเปลี่ยนจากเดิม แบบทางการ (Official) ไปเป็น ไม่เป็นทางการ (unofficial) โดยให้เรียกว่าพูดคุยเพื่อสันติสุขแทนการเจรจาสันติภาพ โดยให้ “บิ๊กโบ้” พล.อ.อักษรา เกิดผล เป็นหัวหน้าคณะพูดคุยเพื่อสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้

Advertisement

ปรับเปลี่ยนแนวทางเป็นการคุยกับทุกกลุ่มที่เป็นฝ่ายเห็นต่างจากรัฐ รวมทั้ง 6 กลุ่มมาเป็นกลุ่ม เดียวคือ
“มาราปาตานี” โดยที่ไม่มีฝ่ายใดยื่นข้อเรียกร้องใดๆ พร้อมทั้งเห็นชอบให้เอาความต้องการของประชาชนมาสร้างพื้นที่ปลอดภัยร่วมกัน เกือบ 4 ปีที่สถานการณ์ความรุนแรงลดลง

ต่อมาประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ (คปต.) เสนอให้ “บิ๊กเมา” พล.อ.อุดมชัย ธรรมสาโรรัชต์ หัวหน้าคณะพูดคุยเพื่อสันติสุขฯแทน จนกระทั่งมาถึงยุคปัจจุบันที่มี “บิ๊กลภ” พล.อ.วัลลภ รักเสนาะ นำทีม ได้หันกลับไปใช้แนวทางเดิมสมัยรัฐบาล “นายกฯปู” คือคุยกับ BRN กลุ่มเดียวและยกเรื่องลดเหตุความรุนแรงมาเป็นประเด็นหลักในการพูดคุย

“แต่สิ่งที่น่าห่วง คือ หากตั้งเวทีเจรจาใดใช้ประเด็นลดความรุนแรง จะมีปัญหามากกว่ายกเรื่องความปลอดภัย เพราะความปลอดภัยเป็นสันติวิธีในตัวเองอยู่แล้วทำให้ง่ายต่อการเจรจาและสามารถกดดันกลุ่มที่นิยมใช้ความรุนแรงให้ต้องยุติไป…แต่ถ้าใช้ประเด็นลดความรุนแรง จะเปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายทั้งรัฐและโจร สามารถใช้ความรุนแรงมาเป็นเงื่อนไขต่อรองกันได้ ขึ้นอยู่กับว่าฝ่ายใดจะสร้างความรุนแรงได้เหนือกว่ากัน จนกระทั่งอีกฝ่ายหนึ่งต้องยอมเจรจา” แหล่งข่าวระบุ

ล่าสุด เกิดระเบิดเสาไฟฟ้าในพื้นที่บ้านไอร์กรอส หมู่ 6 อ.จะแนะ จ.นราธิวาส ส่งผลให้ ร.อ.ชินดนัย แร่ทอง นายทหารยุทธการและการฝึก กองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 153 (ร.153พัน3) เสียชีวิต และเจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บ รวมทั้งยังสะเทือนไปถึงเวทีประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค 2022 ที่ไทยเป็นเจ้าภาพในสัปดาห์นี้

ดังนั้น ต้องให้ผู้ที่เกี่ยวข้องทั้ง “บิ๊กไก่” พล.อ.สุพจน์ มาลานิยม เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) และ “บิ๊กลภ” คณะพูดคุยฯให้ทำหน้าที่อย่างเต็มที่ และ “บิ๊กต้น” พล.ท.ศานติ ศกุนตนาค แม่ทัพภาคที่ 4 ที่ดูแลความปลอดภัยในพื้นที่ภาคใต้

ต้องเร่งเรียกความเชื่อมั่นสังคมและแก้ปัญหาให้ตรงจุด ตอบโจทย์ที่ยึดความสงบและความปลอดภัยของประชาชนให้มากที่สุด มิเช่นนั้นจะกลายเป็น พายเรือในอ่าง วนไปไม่รู้จบ…

นัฐวัฒน์ ดวงแก้ว