การสอบถามความคิดเห็นของประชาชนจำนวนหนึ่งที่มีขนาดไม่ใหญ่ซึ่งเป็นความคิดเห็นหรือความรู้สึกที่เกิดขึ้นฉับพลันในขณะนั้น ๆ (Public Sentiment) เพื่อใช้เป็นตัวแทนของความคิดเห็นโดยรวมของประชากรทั้งหมด ภายใต้ประเด็นหรือหัวข้อที่กำลังเป็นที่สนใจที่มีผลกระทบต่อวิถีชีวิตความเป็นอยู่หรือเพื่อความบันเทิงของประชาชน เช่น การเลือกตั้งทั่วไป การตั้งโรงงานไฟฟ้านิวเคลียร์ ผลงานรัฐมนตรีที่เข้าสายตา ดาราชายหญิงในดวงใจ 5 อาชีพใหม่ที่โดนใจเจน Z ฯลฯ
พื้นฐานสำคัญของการทำโพลที่ดีที่คือ การสอบถามหรือสัมภาษณ์ด้วยข้อคำถามสั้น ๆ จำนวนไม่เกิน 10 ข้อ โดยผู้ตอบแบบสอบถามหรือแบบสัมภาษณ์ต้องได้รับการเลือกเพื่อเป็นตัวแทนอย่างเท่าเทียมกัน โดยไม่คำนึงถึงฐานะ อายุ การศึกษา เชื้อชาติ และความรู้ที่เกี่ยวข้อง โดยใช้หลักการเลือกต้วแทนประชากรแบบวิธีการสุ่มตัวอย่าง (Random Sampling)
จากข้อความที่กล่าวมา…เชื่อว่าผู้อ่านทุกท่านโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ‘คอการเมือง’ ต้องทราบดีว่าบุคคลที่มีบทบาทและหน้าที่ที่กล่าวถึงจะเป็นผู้ใดไปไม่ได้คือ “นักทำโพล” (Pollster)
…อาชีพสำคัญอาชีพหนึ่งที่ช่วยสะท้อนความคิดหรือเป็นกระบอกเสียงให้กับสังคมไทยมาอย่างยาวนานเกือบ
กึ่งศตวรรษ…
การเปลี่ยนแปลงสำคัญในช่วง 10-15 ปีมานี้ในแวดวงอุตสาหกรรมการทำโพลของนักทำโพล คือการมาถึงของโซเชียลมีเดีย เช่น Facebook, Twitter, Instagram และอื่น ๆ ที่ทำให้การเข้าถึงความคิดเห็นและความรู้สึกของประชาชนเป็นไปอย่างรวดเร็วและง่ายดายกว่าอดีตที่ผ่านมาอย่างหน้ามือเป็นหลังมือ และยังทำให้วิธีการวัดความคิดเห็นของประชาชนมีความเป็นระบบระเบียบตามกระบวนการทำโพลลดลง เพราะทุกคนสามารถหยิบใช้เครื่องมือที่มีอยู่ในมืออย่างอิสระแล้วโพสต์ประเด็นข้อคำถามที่อยากถามให้ผู้อ่านคนใดก็ได้ที่เข้ามาเห็นอย่างบังเอิญหรือตั้งใจได้ตอบแบบสอบถาม
สถานการณ์ที่เกิดขึ้นได้เขย่าแวดวงการนักทำโพล แล้วนักทำโพลจะต้องขยับปรับตัว…และนี่คือ…ประเด็นความท้าทายใหม่ที่นักทำโพลต้องหาทางออก…เพื่อความอยู่รอด!!!
ทางออกหนึ่งของนักทำโพลก็คือ การผันตัวเองเป็น ‘นักธุรกิจข้อมูล’ เพราะนักทำโพลเป็นบุคคลที่ทำงานบนสายธารของข้อมูล ข่าวสาร และความเคลื่อนไหวของโลกข้อมูลตลอดเวลาอยู่แล้ว และมีความรู้เชิงเทคนิคในการจัดกระทำกับข้อมูล ดังนั้น การก้าวออกจากพื้นที่เดิมที่คุ้นชินแล้วเข้าสู่โหมดใหม่แต่ก็ยังเกี่ยวข้องกับ ‘การเล่นกับข้อมูล’ ที่สามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจและคุณค่าใหม่นับเป็นโอกาสที่น่าสนใจอย่างยิ่ง
สำหรับทางเลือกอาชีพใหม่ของนักทำโพลมีอยู่ไม่น้อย อาทิ
Data Freelancer หรือผู้เชี่ยวชาญอิสระด้านข้อมูลทำหน้าที่ให้บริการข้อมูล ทำงานอย่างอิสระ จุดขายของผู้เชี่ยวชาญอิสระด้านข้อมูล เช่น ทักษะด้านวิทยาศาสตร์ข้อมูล การวิเคราะห์ข้อมูล การนำเสนอข้อมูลด้วยภาพข้อมูล (Data Visualization)
Data Entrepreneur หรือผู้ประกอบการด้านข้อมูล เล่นบทบาทของผู้บริหาร มีวิสัยทัศน์ในการดูแลธุรกิจข้อมูล มุ่งการบริหารจัดการงานข้อมูลเพื่อให้บริการกับลูกค้า ผู้ประกอบการด้านข้อมูลสามารถปรับเปลี่ยนโมเดลธุรกิจที่ดำเนินการให้เป็นเอเจนซี่ข้อมูล ธุรกิจบริการซอฟต์แวร์ผ่านอินเทอร์เน็ต และธุรกิจฝึกอบรมและการให้คำปรึกษา
Data Analyst (DA) หรือนักวิเคราะห์ข้อมูล เป็นผู้ที่มีความเชี่ยวชาญด้านการเก็บและวิเคราะห์ข้อมูลโดยเฉพาะข้อมูลเชิงตัวเลขที่ช่วยสนับสนุนการตัดสินใจของธุรกิจ
Business Analyst (BA) หรือนักวิเคราะห์ธุรกิจ เป็นผู้ที่ทำหน้าที่วิเคราะห์ข้อมูลองค์กร การดำเนินธุรกิจ และปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น เพื่อแสวงหาคำตอบผ่านการวิเคราะห์ข้อมูล แล้วนำข้อมูลที่ได้ไปหาทางแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบและเหมาะสม
การทำธุรกิจสมัยปัจจุบันจำเป็นต้องใช้ “ข้อมูล” ขับเคลื่อนและตัดสินใจเพื่อสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน ตัวอย่างเช่น การใช้กลยุทธ์ Data-Driven Marketing ซึ่งเป็นกลยุทธ์การตลาดที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล มีการรวบรวมข้อมูลต่าง ๆ ของผู้บริโภคจากหลากหลายช่องทาง แล้วนำข้อมูลมาวิเคราะห์และวัดผลเชิงพฤติกรรมผู้บริโภค แล้วนำข้อมูลที่ค้นพบมาใช้ปรับปรุงธุรกิจให้ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคสูงสุด นิตยสารฟอร์บ ระบุว่าการใช้ Data-Driven Marketing ทำให้ผลตอบแทนจากการลงทุนเพิ่มสูงขึ้นถึง 5-8 เท่า และองค์กรธุรกิจชั้นนำระดับโลกกว่าร้อยละ 40 ใช้ Data-Driven Marketing ขับเคลื่อนธุรกิจให้เติบโต
จะเห็นได้ว่า การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นแม้จะส่งผลต่อนักทำโพล แต่สิ่งนี้จะกลายเป็นโอกาสไม่ใช่วิกฤต เมื่อนักทำโพลมุ่งใช้ความเชี่ยวชาญที่ตนเองมีอยู่และเติมของใหม่เสริมเข้าไป พร้อม ๆ กับการคิดนอกกรอบ ก็จะทำให้นักทำโพลกลายเป็น ‘นักธุรกิจข้อมูล’ ได้ไม่ยากเย็นเกินเอื้อมครับ…

