‘ข้อมูล’ หรือ ‘Data’ นั้นมีประวัติศาสตร์ยาวนานมาตั้งแต่โบราณกาลสามารถย้อนหลังไปไกลที่สุดคือ 19,000 ปีก่อนคริสตกาล จากการค้นพบ Ishango Bone ซึ่งเป็นเครื่องมือและอุปกรณ์ทางคณิตศาสตร์ที่ทำจากกระดูกลิงบาบูนในประเทศคองโก กระดูก Ishango มีร่องรอยขีดข่วนอย่างเป็นระบบระเบียบบ่งบอกถึงหลักฐานเกี่ยวกับข้อมูลทางคณิตศาสตร์ “รูปแบบการนับ” (Tallying) ที่เก่าแก่ที่สุด
บนเส้นทางเดินของ ‘ข้อมูล’ อดีต ปัจจุบัน อนาคต ส่งผลกระทบถึงอาชีพและลักษณะอาชีพของคนข้อมูล !!!
ศตวรรษที่ 19 วิธีการทำโพลได้สะท้อนถึงความเป็นตัวแทนของประชากรยิ่งขึ้น การเก็บข้อมูลโพลเริ่มใช้การสัมภาษณ์ทั้งแบบเผชิญหน้าและทางโทรศัพท์ การเก็บข้อมูลคำนึงถึงอาชีพและอายุของผู้ตอบแบบสัมภาษณ์หรือแบบสำรวจฯ พอปลายศตวรรษที่ 19 ภายหลังที่ประเทศสหรัฐอเมริกามีการสำรวจสำมะโนประชากร มีการตั้งคำถามและเก็บข้อมูลเกี่ยวกับประชากรมากขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้เกิดปัญหาการประมวลผลข้อมูล และนำไปสู่การประดิษฐ์ “บัตรเจาะรู” (Punch Card) โดย ดร.เฮอร์มาน ฮอลเลอริธ (Dr.Herman Hollerith) นักสถิติชาวอเมริกัน ทำให้การประมวลผลข้อมูลประชากรลดเวลาไปหลายปี เหตุการณ์นี้ส่งผลกระทบสำคัญคือ การเติบโตของการเก็บข้อมูล การวิเคราะห์ข้อมูล และการประมวลผลข้อมูล
ต่อมาศตวรรษที่ 20 วงการข้อมูลมุ่งตอบโจทย์หรือแก้ปัญหาเกี่ยวกับการรวบรวมและจัดเก็บข้อมูล (Collection & Storage) มีการสร้างฮาร์ดิสก์ ฟล็อปปี้ดิสก์ และเทป ช่วงปลายศตวรรษมีการจัดเก็บข้อมูลบนสื่อแม่เหล็ก (Magnetic Data Storage) ขณะเดียวกันวงการทำโพลซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของอุตสาหกรรมข้อมูลได้มีบุคคล “จอร์จ แกลลัป” (George Gallup) ที่ทำให้วงการโพลได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง เนื่องจากมีการนำเอากระบวนการทางวิทยาศาสตร์มาประยุกต์กับการทำโพลและใช้วิธีการทางสถิติเป็นเครื่องมือในการประมวลผล วิเคราะห์ และนำเสนอข้อมูล
เหตุการณ์สำคัญ ๆ ที่เกิดขึ้นในวงการข้อมูลช่วงศตวรรษที่ 20 นี้ยังมีอีกหลายเหตุการณ์ เช่น ทศวรรษที่ 1960 เกิดแนวคิดสำคัญ “Intergalactic Computer Network” ของ ดร.โจเซฟ คาร์ล ร็อบเนตต์ ลิกไลเดอร์ (Dr.Joseph Carl Robnett Licklider) ที่นำไปสู่การพัฒนา Cloud Computing ทำให้เกิดบริบทการทำงานได้ทุกที่ทุกเวลา ทศวรรษที่ 1970 เกิดกรอบแนวคิดสำคัญเรื่อง ‘การจัดการฐานข้อมูลเชิงสัมพันธ์’ (Relational model of database management) ซึ่งเป็นทฤษฎีที่มีอิทธิพลต่อวงการข้อมูลและเป็นกรอบคิดเรื่องการจัดการข้อมูลที่ยังใช้มาถึงทุกวันนี้ และทศวรรษที่ 1990 การมาถึงของ “World Wide Web” โดย ทิม เบอร์เนอร์ส-ลี (Tim Berners-Lee) จากสถาบัน CERN แห่งกรุงเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ และการเปิดตัวของ Google Search ในปี 1997 ทำให้ทุกคนที่เข้าถึงอินเทอร์เน็ตสามารถมีข้อมูลเพียงปลายนิ้วสัมผัสหรือแค่คลิ๊กเดียว
ไม่มีใครที่จะหยุดเส้นทางเดินของ “ข้อมูล” คนที่คาดเดาเส้นทางเดินของข้อมูลได้ก็จะทำมาหากินได้ !!!
เมื่อก้าวเข้าสู่ศตวรรษที่ 21 เป็นยุคข้อมูลท่วมท้น อัตราการเพิ่มขึ้นของข้อมูลที่มีการประเมินเอาไว้ระหว่างปี 2015-2025 (2558-2568) พบว่ามีปริมาณข้อมูลเพิ่มสูงถึง 16 เท่าตัว ขณะที่ IBM รายงานว่าในช่วงเวลาสองปีที่ผ่านมามีข้อมูลใหม่ ๆ ถูกสร้างขึ้นถึง 90% และที่น่าทึ่งมากที่สุดคือ ในทุก ๆ วันจะมีคนสร้างข้อมูลรวมกันแล้วมีขนาดใหญ่มากถึง 2.5 quintillion bytes (1 Quintillion เท่ากับ 1018) นี่คือที่มาของคำว่า ‘Big Data’ (บิ๊กดาต้า) และสิ่งที่มาพร้อมกับบิ๊กดาต้าคือ ความเสี่ยงหรือความปลอดภัยของมูล (Data Security) ซึ่งทุกองค์กรแสวงหา
บริษัทต่าง ๆ ต้องการควบคุม ‘Big Data’ จำนวนมหาศาลนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าเป็นข้อมูลที่เกี่ยวกับความต้องการของผู้บริโภค ซึ่งเชื่อกันว่าถ้าองค์กรใดได้ครอบครองบิ๊กดาต้าที่ถูกต้อง ชัดเจน และมีความเชื่อมโยง/สัมพันธ์กันจะทำให้องค์กรเข้าถึงผู้ใช้บริการหรือลูกค้าดียิ่งขึ้น สามารถนำมาต่อยอดการให้บริการที่ดีและไม่เหมือนใครทั้งในเชิงการตลาดและการพัฒนาผลิตภัณฑ์หรือสินค้า การลงทุนเพื่อจัดการกับบิ๊กดาต้าเป็นการลงทุนระยะยาว ใช้เม็ดเงินสูง และต้องอาศัยบุคลากรเฉพาะทาง หากบิ๊กดาต้ามีการจัดกระทำและการวิเคราะห์ด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI-Artificial Intelligence) ที่มีประสิทธิภาพก็จะเกิดคุณค่าและสร้างประโยชน์นับไม่ถ้วน
‘Data Worker’ หรือ ‘แรงงานข้อมูล’ เคลื่อนที่ไปตามเส้นทางการเดินของข้อมูล เป็นผู้ปฏิบัติงานที่มุ่งใช้ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับสถิติและโปรแกรมหรือซอฟต์แวร์ในการสร้าง อ่าน และตีความชุดข้อมูลต่าง ๆ ขององค์กรเพื่อตอบคำถาม และพัฒนาธุรกิจและตลาด ลักษณะความต้องการแรงงานข้อมูลของสังคมเริ่มต้นจากนักคณิตศาสตร์ นักสถิติ นักทำโพล นักประมวลผลข้อมูล นักวิเคราะห์ข้อมูล ผู้จัดการฐานข้อมูล จนมาถึงทุกวันนี้ก็แตกหน่อต่อยอดขยายออกเป็น Data Scientists, Big Data Specialists, Information Security Analysts, Database and Network Professionals, Data Freelancer, Data Entrepreneur,
Business Analyst เป็นต้น
ข้อมูลเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตและสังคม มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจในทุกรื่องและทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเล็ก ๆ ไปจนถึงเรื่องใหญ่ ๆ ทุกการกระทำหากมีข้อมูลที่ครบถ้วน ถูกต้อง แม่นยำ และทันเวลาสนับสนุนก็จะทำให้การดำเนินกิจกรรมหรือโอกาสการตัดสินใจใด ๆ ผิดพลาดต่ำ บรรลุผลสำเร็จสูง แต่ด้วยความสะดวกและง่ายมากของการเข้าถึงและการทำซ้ำข้อมูลทำให้ข้อมูลเกิดสภาวะล้นทะลักเต็มไปด้วย ‘ขยะข้อมูล’ ข้อมูลปลอม และข้อมูลที่เชื่อถือไม่ได้…ประกอบกับ…
โลกปัจจุบันและอนาคตมีการแข่งขันบนฐานของข้อมูลและความรวดเร็ว หากมีบุคคลที่สามารถทำหน้าที่ค้นหา กลั่นกรอง ประมวล วิเคราะห์ สังเคราะห์ ระบุ ตัดสิน และสรุปข้อมูลให้กับผู้ที่ต้องการใช้แบบ ‘Instant Data Package’ เป็นเรื่อง ๆ ในทุกเรื่องที่ต้องการก็คงจะดีมาก ๆ ครับ !!!

