เดินหน้าชน : โกยคะแนน

12.12.22 | 10:21 น.
เดินหน้าชน : โกยคะแนน การชูนโยบายปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำวันละ 600 บาท

เดินหน้าชน : โกยคะแนน

การชูนโยบายปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำวันละ 600 บาท และเงินเดือนระดับปริญญาตรี 25,000 บาท เพื่อสู้ศึกเลือกตั้งครั้งหน้าปี 2566 ของพรรคเพื่อไทย (พท.) ทำให้กลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างมาก

หลัง แพทองธาร ชินวัตร ประธานคณะที่ปรึกษาด้านการมีส่วนร่วมและนวัตกรรม พท.และหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย ออกมาแถลง

จนต้องออกมาชี้แจงต่อสังคมอีกครั้งในรายละเอียด ถึงขั้นตอนและเงื่อนการปรับในการค่าแรง 600 บาท ที่จะเป็นแบบขั้นบันไดภายในปี 2570 โดยจะต้องทำให้จีดีพีของประเทศโตปีละ 5%

แน่นอนว่านโยบายดังกล่าวปฏิเสธไม่ได้ว่าเชื่อมโยงกับนโยบายในอดีตของพรรคไทยสมัยรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในการปรับค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาท และเงินเดือนระดับปริญญาตรี 15,000 บาทช่วงปี 2555

Advertisement

จนถึงวันนี้กว่า 11 ปีมาแล้ว มีการปรับค่าแรงขั้นต่ำมาแล้ว 5 ครั้ง

เฉพาะในยุค “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ปรับขึ้น 4 ครั้ง

ปี 2560 ขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำจาก 300 บาท/วัน เป็น 300-310 บาท/วัน มีผลบังคับใช้วันที่ 1 ม.ค.2560

ปี 2561 ปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำเป็น 308-330 บาท/วัน มีผลบังคับใช้วันที่ 1 เม.ย. 2561

ปี 2562 ปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำจาก 308-330 บาท/วันเป็น 313-336 บาท/วัน มีผลบังคับใช้วันที่ 1 ม.ค. 2563

ปี 2565 ปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำจาก 313-336บาท/วัน เป็น 328-356 บาท/วัน มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม

ค่าแรงที่ปรับขึ้นยังห่างไกลจากตัวเลขที่พรรคพลังประชารัฐ ได้หาเสียงไว้ในการเลือกตั้งปี 2562 ที่จะปรับเพิ่มค่าจ้างขั้นต่ำเป็น 400-425 บาท/วัน เมื่อเข้ามาเป็นรัฐบาล

จึงไม่น่าแปลกใจกับท่าทีของรัฐบาลที่จะออกมาวิพากษ์วิจารณ์นโยบายนี้ว่าทำได้จริงหรือไม่ หรือเป็นแค่การขายฝันเท่านั้น

ทั้งท่าทีของ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ที่มองว่า “ต้องไปดูว่าทำได้จริงหรือเปล่า หลายเรื่องก็มีการเปิดเผยมาโดยตลอด ซึ่งการจะทำโน้นทำนี้ไม่ง่ายที่จะทำ”

ท่าทีของ อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ที่เห็นว่าฟังดูดี แต่ทำได้หรือเปล่าไม่รู้ เพราะต้องมีปัจจัยหลายอย่างประกอบ ขอชื่นชมคนที่คิดเรื่องนี้ว่ามีความตั้งใจที่จะทำให้ผู้ใช้แรงงานมีความมั่นคงขึ้น

การออกมาชูนโยบายค่าแรงขั้นต่ำ 600 บาท ชิมลางก่อนการเลือกตั้ง ถือเป็นยุทธศาสตร์ที่หวังผลทางการเมือง และเป็นสิ่งที่ชอบธรรมทางการเมือง

มีการประกาศออกมาถูกจังหวะ ถูกเวลา ในภาวะที่ประชาชนต้องเผชิญกับภาวะเงินเฟ้อ ค่าครองชีพที่สูงขึ้น สวนทางกับรายได้

เป็นการโกยคะแนนตั้งแต่ยังไม่เลือกตั้ง

ถึงแม้จะมีข้อกังวลของคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ที่แสดงความห่วงใยว่าการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ 600 บาท จะทำให้ต้นทุนภาคธุรกิจเพิ่ม 70% กลุ่มอุตสาหกรรมขนาดใหญ่อาจย้ายฐานการผลิตออกจากไทย

แต่การปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำเพื่อให้เพียงพอกับค่าครองชีพจึงสมเหตุผล

แต่สุดท้ายแล้วจะสามารถทำได้จริงหรือไม่นั้นก็เป็นอีกเรื่อง

ที่ต้องพิจารณาประกอบกันในหลายปัจจัย เพื่อให้วินวินทั้งประชาชนและเศรษฐกิจที่เดินหน้าไปได้

สุพัด ทีปะลา