บทนำ : ล้อมคอกอาชีวะตีกัน
กระทรวงศึกษาธิการ ขยับไปอีกก้าวในการแก้ปัญหา น.ศ.อาชีวะตีกัน โดยจะเปิดศูนย์ความปลอดภัย สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา หรือ ศป.สอศ. หรือ Ovec safety center ในวันที่ 28 ธ.ค. ทำงานเชื่อมโยงกับศูนย์ความปลอดภัย กระทรวงศึกษาธิการ (MOE Safety Center) รวบรวมข้อมูล เฝ้าระวังปัญหานักเรียน นักศึกษาอาชีวศึกษาวิวาทกัน ในลักษณะเชิงรุกมากขึ้น โดยนำนโยบาย 3 ป. ของ รมว.ศึกษาฯ ได้แก่ ป้องกัน ปลูกฝัง และปราบปราม มาปฏิบัติ ประสานกับหน่วยงานตำรวจ มหาดไทย กระทรวงดีอีเอส หากยังแก้ไม่ได้ ก็ต้องปราบปรามตามกฎหมาย
ว่าที่ร้อยตรีธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (กอศ.) เผยว่าปัจจุบันสถิติการทะเลาะวิวาทลดลง ผู้ก่อเหตุจะเป็นที่เดิม สถาบันเดิม และส่วนใหญ่เกิดในกรุงเทพฯและปริมณฑล เบื้องต้นพบว่ามีสถานศึกษาอาชีวะเอกชนอยู่ 2 แห่ง ที่ก่อเหตุประจำ ได้มอบหมายให้ฝ่ายกฎหมายไปศึกษารายละเอียด พ.ร.บ.โรงเรียนเอกชน พ.ศ.2550 เพื่อดำเนินการทางกฎหมายกับสถานศึกษาที่ไม่ควบคุมดูแล จนมีแนวโน้มที่จะส่งผลต่อความสงบเรียบร้อยอันดีของบ้านเมือง โดยจะเตือนก่อน หากเตือนครั้งที่ 3 ยังแก้ปัญหาไม่ได้ จะปิดสถานศึกษา 1-2 เดือน แต่ถ้าปรับปรุงแก้ไขปัญหาได้ ก็จะให้กลับมาเปิดเหมือนเดิม
เลขาฯ กอศ.กล่าวต่อว่า การก่อเหตุนอกสถานศึกษา สอศ.ไม่มีอำนาจจับเด็กอยู่แล้ว เป็นอำนาจของตำรวจ สอศ.จะส่งรายชื่อนักศึกษาที่ก่อเหตุเป็นประจำ ให้ทางตำรวจและฝ่ายปกครอง ไปตรวจตราดูแลอีกทางหนึ่ง และจากที่ลงไปตรวจเยี่ยมสถานศึกษา พบว่าแต่ละแห่งมีระบบดูแลดีมาก เด็กไม่ก่อเหตุในสถานศึกษาเลย และจากข่าวจะเห็นว่ามีการก่อเหตุแย่งเสื้อช็อป หัวเข็มขัด จะกลับไปดูระเบียบ สอศ.ว่าจะแก้ระเบียบไม่ให้ใส่เสื้อช็อปออกนอกสถานศึกษา และเปลี่ยนหัวเข็มขัดให้เหมือนกัน เพื่อป้องกันอีกทางหนึ่ง
เป็นอีกความเคลื่อนไหวที่น่าติดตาม ผลเสียจากการวิวาทของนักเรียน นักศึกษา ทำให้คุณภาพของนักเรียนนักศึกษาลดด้อยลง และมีผลอย่างมากต่อการพัฒนาอาชีพและเศรษฐกิจของประเทศ และยังกลายเป็นค่านิยมที่ขยายวงกว้าง และมีกระแสข่าวว่าครูอาจารย์และรุ่นพี่มีบทบาทในการแอบสนับสนุน ดังนั้น ทางหน่วยงานที่ตั้งใหม่ ควรมีการข่าว เพื่อสอดส่องพฤติกรรมของบรรดานักสนับสนุนค่านิยมอันไม่เหมาะสมเหล่านี้ด้วย

