1
เมืองเป็นพื้นที่ทางภูมิศาสตร์ที่มีประชาชน-ร้านค้า-สถานประกอบการ มาพำนักอาศัยร่วมกันจำนวนมาก หลักหมื่นหรือหลักแสน) แต่ละเมืองจำเป็นต้องมีหน่วยงานท้องถิ่นทำหน้าที่บริหารพัฒนาเมือง ในเมืองไทยของเราดำเนินการโดยเทศบาล และ อบต. จำนวน 7772 หน่วยงาน แต่ละองค์กรสำรวจข้อมูลจัดทำแผนที่ภาษีซึ่งเป็นข้อมูลสนเทศที่มีคุณค่ายิ่ง ระบุแปลงที่ดิน สิ่งปลูกสร้าง การใช้ประโยชน์และมูลค่าทรัพย์สิน ในโอกาสนี้ผู้เขียนขอนำกรณีตัวอย่างเทศบาลนครพิษณุโลก มาวิเคราะห์วิจัยพร้อมข้อวิจารณ์หรือเสนอแนะตามสมควร
2
เทศบาลนครพิษณุโลก เป็นกรณีศึกษาที่น่าสนใจด้วยเหตุผลหลายประการ ความเป็นมายาวนานในประวัติศาสตร์ เป็นเมืองศูนย์กลางในด้านต่างๆ คือศูนย์ราชการ สถาบันการศึกษา โรงพยาบาลระดับศูนย์ ศูนย์กลางการคมนาคมขนส่งทางอากาศ-รถไฟ-และรถประจำทาง ฯลฯ อาณาเขตรับผิดชอบ 18.75 ตารางกิโลเมตร แบ่งการบริหารเมืองออกเป็น 8 โซนดังรูปภาพข้างล่าง (ดูรูปภาพที่ 1)
3
คุณลักษณะที่ดีของแผนที่ภาษีคือแสดงตำแหน่งที่ตั้งของบ้านเรือนสิ่งปลูกสร้าง จำแนกรายโซน ช่วยให้เข้าใจการกระจายตัวของสิ่งปลูกสร้างและแปลงที่ดิน ช่วยให้เข้าใจ “กิจกรรมทางเศรษฐกิจ” ที่เกิดขึ้นในเมือง ในแต่ละเมืองมี “แม่เหล็ก” หมายถึงกิจกรรมที่ดึงดูดให้ผู้คนมาใช้บริการร่วมกัน เช่น โรงพยาบาล มหาวิทยาลัย สถานศึกษา ค่ายทหาร ศูนย์ราชการ ฯลฯ จำนวนหลายพันหรือหมื่นราย ส่งผลดึงดูดให้ร้านค้า/สถานบริการเพราะว่าค้าขายดี เงินเปลี่ยนมือและเกิดกิจกรรมทางเศรษฐกิจหมุนเวียนหลายรอบ ตรงกับคำศัพท์ทางเศรษฐศาสตร์ “ตัวทวีคูณท้องถิ่น” (local multiplier) (ดูรูปภาพที่ 2)

จากรูปภาพข้างบนชี้ให้เห็นว่า โซน 5, 7, 3 มีสิ่งปลูกสร้างจำนวน 3-5 พันแห่ง จากฐานข้อมูลนี้ยังบอกได้ว่า “กิจกรรมแม่เหล็ก” เช่น ห้างสรรพสินค้า โรงพยาบาล สถานศึกษา โรงงานและโรงแรมกระจายตัวอย่างไรในเมืองพิษณุโลก พอสรุปตีความได้ว่า โซน 5, 7, 2, 3, 5 มีกิจกรรมที่เป็นเสมือนแม่เหล็กดึงดูดให้ผู้คนมาใช้บริการจำนวนมากในแต่ละวัน

4
นอกอาณาเขตเทศบาลนครพิษณุโลกยังมีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรอบข้างอีก 6 แห่งที่มีพื้นที่ติดต่อกัน ดังนั้นมีผู้คนเดินทางข้ามเขตมีการรับ-การให้บริการข้ามเขต (เช่น ขอรับบริการประปาจากเทศบาลนครพิษณุโลก) ห้างสรรพสินค้าใหญ่หลายแห่งผุดขึ้นในพื้นที่รอบนอก เพราะว่าห้างต้องการพื้นที่ขนาดใหญ่มีที่จอดรถกว้างขวางอำนวยความสะดวกให้ผู้ซื้อ มหาวิทยาลัยนเรศวรเป็นสถาบันการศึกษาขนาดใหญ่มีพื้นที่บางส่วนในเขตเทศบาล แต่ว่าการจัดการศึกษาส่วนใหญ่ดำเนินการนอกเขตเมือง (14 กิโลเมตรจากตัวเมืองบนถนนสายพิษณุโลก-นครสวรรค์) จำนวนนักศึกษา 2.5 หมื่นคนโดยประมาณและข้าราชการพนักงานอีกหลายพันคน ส่วนหนึ่งพำนักรอบบริเวณแคมปัส แต่จำนวนไม่น้อยอาศัยในเขตเทศบาลนครพิษณุโลก หมายถึงการมาทำกิจกรรมในเขตเมืองซึ่งเป็นผลบวกต่อเศรษฐกิจเมืองโดยรวม ตรงกับคำศัพท์ทางเศรษฐศาสตร์เรียกว่า “ผลล้นออก” (spillover effects) ความจริงในเมืองนี้ยังมีสถาบันอุดมศึกษาอื่นๆ เช่น มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงครามซึ่งมีแคมปัสในเมืองและนอกเมืองเช่นเดียวกัน มีค่ายทหาร (กองทัพภาคที่สาม) และโรงงาน
สรุป แผนที่ภาษีช่วยให้ข้อมูลสนเทศที่มีคุณค่า นักวิจัย/ผู้บริหารนำไปประยุกต์ใช้เพื่อเข้าใจ/บริหารเมืองซึ่งกอปรด้วยหลายมิติ ตั้งแต่การดูแลสภาพสิ่งแวดล้อม ถนนหนทางและซอยต่างๆ การที่สถานที่พักผ่อนหย่อนใจ ศูนย์สุขภาพประจำเมือง โรงเรียนในสังกัดท้องถิ่น ส่วนราชการและเอกชน จึงเป็นการสมควรถ่ายทอดความรู้เมืองด้วยแผนผังเมืองให้เด็ก/เยาวชน/ประชาชนเข้าใจหน้าตาของเมืองของเราเป็นอย่างไร? ความรู้สึก “รักเมือง” เป็นธรรมชาติเพราะว่าคนย่อมมีความรู้สึกผูกพันกับภูมิลำเนา ได้อยู่อาศัย-รับบริการจากเมืองตั้งแต่วัยเด็กถึงสูงอายุ เมืองพิษณุโลกยังมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์และความภาคภูมิใจ คือ วัดหลวงพ่อพระพุทธชินราชมีผู้คนมากราบไหว้สักการะจากทุกจังหวัดแม้แต่นักท่องเที่ยวต่างชาติปีละหลายแสนคน ผู้บริหารเมือง นอกจากได้ใช้ข้อมูลแผนที่ภาษีในการวางแผนจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ยังมีหน้าที่ให้บริการสาธารณะอย่างแข็งขันเพื่อสร้างชื่อเสียงและยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน ปัจจุบันมีความตื่นตัวการขับเคลื่อนเมืองอัจฉริยะ ซึ่งดำเนินการหลายแนวทางด้วยกัน อาทิ ขับเคลื่อนการศึกษาอัจฉริยะ เมืองน่าอยู่ดูแลสุขภาพประชาชน เมืองท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติและวัฒนธรรม ฯลฯ เป็นหัวข้อวิจัยที่นักวิจัยในทีมงานต้องการเรียนรู้-ค้นคว้าข้อมูลเชิงปริมาณและคุณภาพ-สัมภาษณ์ผู้บริหารเมือง นำมาสังเคราะห์เป็นองค์ความรู้ใหม่เกี่ยวกับเมืองไทยของเรา
ดิเรก ปัทมสิริวัฒน์
ภาวิณี สตาร์เจล
ณัฐพล สร้อยสมุทร

