สุภาษิตฝรั่งบทหนึ่งบอกว่า… “จงช่วยตัวเองก่อน…แล้วพระเจ้าจะเมตตามาช่วยเจ้า…” ในช่วงคับขันของชีวิต คุณต้องการบางสิ่งที่จะหยุดคนเลว…
จริงตามคำกล่าวนี้… 8 ธันวาคม 2565 เจ้าของร้านทอง อ.เมืองตาก จ.ตาก เผชิญเหตุการณ์คนร้าย 4 คนใช้อาวุธเก็บเสียง ยิง ทุบกระจก บุกเข้ามาตัดลูกกรงเหล็กดื้อๆ หมายจะเข้ามาปล้นทองในร้าน
“ประกายไฟ” จากเครื่องตัดเหล็กกระจายออกมา แสดงความดุดัน กูจะเข้ามาปล้น มีอาวุธครบ…กลางวันแสกๆ
กล้องวงจรปิด เปิดเผยภาพทุกวินาทีแห่งความเป็น-ความตาย
เสียงตะโกนจากชายเจ้าของร้านทอง… “หนีไป-หนีไป”
เสียงปังแรก มาจากอาวุธที่เจ้าของร้านทองใช้ยิงขึ้นฟ้าตามที่ได้รับการฝึกมา ตามมาด้วยนัดที่ 2-3-4
คนร้ายที่กำลังบุกรุกคุกคาม รีบผละออกจากแนวประชิด… จากผู้บุกรุก กลายเป็นฝ่ายต้องหนีสุดชีวิต หกล้ม กลิ้ง วิ่งไปขึ้นมอเตอร์ไซค์หนีไปได้ด้วยมอเตอร์ไซค์ 1 คัน 2 คน
อีก 1 คนล้มลง กองกับพื้น แน่นิ่ง อีก 1 คนพยายามเข้าไปช่วย
เวลาผ่านไปราว 3 นาที สถานการณ์คลี่คลาย มีคนในบริเวณใกล้ๆ เข้าไปดูชายคนที่จมกองเลือด เลือดไหลนองพื้นเป็นทางยาว
เสียงยิงปืน ฉากการยิงต่อสู้จบลง สรุปได้…ว่าคนร้าย 4 คน มอเตอร์ไซค์ 2 คัน เข้ามาปล้นร้านทอง โดนเจ้าของร้านทองยิงสวน
ยุคสมัยแห่งดิจิทัล…เข็มตกเล่มเดียว ได้ยินไปทั่วโลก
ภาพจากกล้องวงจรปิด ถูกนำมาแพร่กระจายไปในโลกออนไลน์ยอดวิวพุ่งกระฉูด เห็นฉากการดวลปืนชัดแจ๋วราวกับไปนั่งในร้านทอง เห็นฉากการรบแบบดุเดือด …สะใจที่เจ้าของร้านกล้าหาญ ยิงต่อสู้ด้วยชั้นเชิงที่เหนือกว่า แม่นยำ แต่ไม่ทราบว่าเป็นปืนอะไร
รายงานข่าวต่อมา เผยว่า…เฮ้ย เจ้าของร้านทอง คือ แชมป์ยิงปืน เคยไปฝึกยิงปืน เคยไปแข่งขันซิวถ้วยรางวัลมาเยอะแยะ
(2-3 ชั่วโมงต่อมา ตำรวจได้ภาพคนร้าย 2 คน พร้อมชื่อ ที่กำลังบึ่งมอเตอร์ไซค์หนีตาย คาดว่าจะข้ามพรมแดนไปฝั่งเมียนมา)
นักข่าวรีบไปหาข่าว… เจ้าของร้านทองใช้อาวุธ “ปืนลูกซอง” ระบุยี่ห้อ ที่เป็นรุ่นยอดนิยมจากอิตาลี แถมยังเป็นอาวุธในภาพยนตร์บู๊ยิงกันดุเดือด พระเอกชื่อ จอห์น วิค
ปืนลูกซอง ภาษาอังกฤษเรียกว่า Shotgun
ปืนลูกซอง…มีกำเนิดย้อนไปเมื่อราว 300 ปีที่แล้ว ในอังกฤษ ซึ่งปืนเหล่านี้ถูกใช้ในการล่าสัตว์โดยชนชั้นสูง
(ผู้เขียนไม่ขอลงรายละเอียดข้อมูลทางเทคนิค)
เป็นปืนลำกล้องยาว ออกแบบมาเพื่อยิงกระสุนปืนเม็ดย่อยๆ ขนาดเล็กจำนวนมาก เรียกว่า “ลูกปราย” ลำกล้องภายในเรียบ ในขณะที่ปืนชนิดอื่นมีเกลียวภายในลำกล้อง
มีลำกล้องและมาตรวัดที่หลากหลายตั้งแต่ 5.5 มม. (.22 นิ้ว) ถึงสูงสุด 5 ซม. (2.0 นิ้ว) แม้ว่าจะเป็น 12 เกจ (18.53 มม. หรือ 0.729 นิ้ว) และ 20 เกจ (15.63 มม.)
เกือบทั้งหมดเป็นการบรรจุกระสุนที่ก้น อาจเป็นแบบ ลำกล้องเดี่ยว หรือ 2 ลำกล้อง
ปืนลูกซองมาเป็น “พระเอก” ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 เมื่อกองกำลังทหารอเมริกัน ใช้วินเชสเตอร์โมเดลปี 1897 แบบปั๊มแอ๊กชั่น ในการต่อสู้ในสนามเพลาะเพื่อกวาดล้างทหารเยอรมัน
(สงครามโลกครั้งที่ 1 ทหารราบใช้หลักการขุดคูยาวเป็นแนว ทหารลงไปอยู่ในคู หาโอกาสบุกไปข้างหน้า ยึดพื้นที่แล้วขุดคูใหม่ ทหารมะกันยอมรับว่า อาวุธที่กวาดล้างทหารเยอรมันได้ผลมากที่สุด คือ ปืนลูกซอง ใช้ยิงลงไปในคู)
ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ปืนลูกซองได้ถูกนำมาใช้ในการยิงในระยะประชิด รวมถึงใช้กับฝูงชนในเมือง และการทหาร
เสียงปังจากการยิง …ลูกปืนขนาดเล็กกลมราว 10 ลูก (ขึ้นอยู่กับการเลือกกระสุน) จะถูกขับเคลื่อนกระจายออกไป สร้าง “กลุ่มของจุดปะทะ” แทนที่จะเป็นจุดเดียวเหมือนอาวุธปืนอื่นๆ
ปืนลูกซอง จะใช้กับเป้าหมายที่มีขนาดเล็กและเคลื่อนที่ ผู้ใช้สามารถเล็งปืนลูกซองใกล้กับเป้าหมาย แทนที่จะต้องเล็งอย่างแม่นยำ
เหมือนในกรณีของกระสุนปืนลูกเดียว
ข้อเสียของกระสุน (ในอดีต) คือ ระยะจำกัดและการทะลุทะลวงของกระสุนที่จำกัด ซึ่งเป็นสาเหตุที่ปืนลูกซองถูกใช้ในระยะใกล้ แต่ก็พัฒนาให้มีอานุภาพมากขึ้นตลอดมา
อเมริกา คือ ผู้ผลิต ผู้ใช้ที่ปืนลูกซองมากที่สุด อาวุธปืน การพกปืนเป็นวิถีชีวิตของสังคมอเมริกันมาช้านาน
“หน่วยทหารม้าสหรัฐ” ในช่วงทำสงครามกับอินเดียนแดง ใช้ปืนลูกซองเป็นหลัก เนื่องจากทหารม้าและอินเดียนแดงต่างอยู่บนหลังม้าที่ไล่ล่ากัน เจ้าปืนลูกซองมีอำนาจการยิงทำลายล้างได้ลงตัว
คาวบอยอเมริกัน ขบวนเดินทางของชาวอเมริกันที่เดินทางไป-มา
คนขับรถม้ามักจะพาคนมานั่งข้างๆ ถืออาวุธ ซึ่งมักจะเป็นปืนลูกซอง ผู้ช่วยเหล่านี้ทำหน้าที่เป็นบอดี้การ์ด เตรียมต่อสู้กับโจรที่จะเข้ามาปล้นขบวนเดินทางเสมอ
ประวัติศาสตร์จารึกว่า… อเมริกันชนคนหนึ่ง เป็นอัจฉริยะในการพัฒนาปืนลูกซองสมัยใหม่ ชื่อ จอห์น โมเสส บราวนิ่ง ในขณะที่ทำงานให้กับบริษัท วินเชสเตอร์ (Winchester Firearms)
ปี พ.ศ.2430 บราวนิ่งปฏิวัติการออกแบบปืนลูกซอง แนะนำปืนลูกซองรุ่น 1887 Lever Action Repeating ที่บรรจุกระสุนใหม่โดยการทำงานของคันโยก
ในปี ค.ศ.1900 เขาได้จดสิทธิบัตร Browning Auto-5 ซึ่งเป็นปืนลูกซองกึ่งอัตโนมัติกระบอกแรกของอเมริกา ยังคงผลิตจนถึงปี ค.ศ.1998
เมื่อทหารจะต้องทำศึกสงคราม ต้องมีอาวุธที่ใช้ได้ดีที่สุด ไว้ใจได้มากที่สุด ต้องมีอาวุธหลากชนิด เพื่อรักษาชีวิตตัวเอง ใช้สังหารข้าศึก ปืนลูกซองไม่เคยจางหายไปจากมือทหาร
สิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 ปืนลูกซองยังคงเป็นอาวุธพิเศษสำหรับกองทัพสมัยใหม่ ถูกนำไปใช้กับงานเฉพาะด้าน ที่ชัดเจนที่สุด คือ ถูกใช้เพื่อป้องกันตำแหน่งของพลยิงปืนกลในช่วงสงครามเกาหลี
(พลยิง และผู้ช่วยพลยิงปืนกล/พลกระสุน ในขณะทำการยิงปืนกลต่อเนื่อง จะมีจุดอ่อน คือ ป้องกันตนเองไม่ได้ กลายเป็นเป้านิ่ง)
หน่วยลาดตระเวนมะกันใช้ปืนลูกซองในช่วงสงครามเวียดนาม ใช้ยิงการเจาะประตู ทำลายเครื่องกีดขวาง ยิงสวนอาวุธข้าศึกในระยะประชิดที่ไม่ต้องเล็งแบบประณีต
ในช่วงแรกของสงครามสหรัฐบุกอิรัก ใช้งานปืนลูกซองอย่างจำกัด พลประจำรถถังจะใช้ปืนลูกซองเพื่อปกป้องข้าศึกที่บุกเข้ามาในระยะประชิด จู่โจมเข้ามาใกล้รถถัง
สังคมไทยก็นิยมชมชื่นปืนลูกซอง เลือกขนาดความแรงของปืนได้จากประเภทของกระสุน สอบถามพรรคพวกเพื่อนฝูง หาข้อมูล เลือกยี่ห้อที่ดูแลรักษาง่ายๆ มีไว้ในครอบครองอุ่นใจ
ถ้าอยู่ในสวน ในไร่ ในป่า… กลางค่ำ-กลางคืน ได้ยินเสียงไม่ชอบมาพากล ชั่งใจให้ดีว่า “มันคืออะไร” ซัดออกไป 1 นัดเป้าหมายห่างออกไปราว 30-50 เมตร น่าจะอุ่นใจ ได้เสียงปืนเป็นเพื่อน
เท่าที่ผู้เขียนหาข้อมูลมาได้ ดูเหมือนปืนลูกซองแบบปั๊มแอ๊กชั่น 5 นัด น่าจะเป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ ของคนไทยที่ต้องเฝ้าไร่ เฝ้าสวน ในพื้นที่ห่างไกล ด้วยเหตุผลความมั่นใจในการทำงานของกระสุน
หลายบริษัทในหลายประเทศผลิตปืนลูกซองสู่ตลาด แข่งขันกันตลอดมา …อเมริกา คือ ผู้ผลิตรายใหญ่สุด ใช้ปืนลูกซองมากที่สุดในตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 1
หน่วยรบชั้นเยี่ยม คือ หน่วยซีล (US Navy SEAL) เลือกใช้ปืนลูกซองต่อสู้แบบ Benelli M4 Super 90 Mossberg 590 และ Remington 870 หลังจากการทดสอบอย่างเข้มข้น
มีคำกล่าวเยินยอสรรพคุณของปืนลูกซองว่า… “ปืนพก” เจาะชิ้นส่วนร่างกายคน “ปืนไรเฟิล” เจาะทะลุตัวคน
“ปืนลูกซอง” ฉีกชิ้นส่วนของผู้คนและผลักมันลงบนพื้น และต้องมีคนทำความสะอาด มันเป็นอาวุธในฝันร้ายในระยะประชิดและเป็นอาวุธที่ไม่ยุติธรรม…
กองทัพรัสเซียก็ผลิตและใช้ปืนลูกซองในหน่วยงานตำรวจและหน่วยพิเศษด้านความมั่นคง
จีนผลิตปืนลูกซองประเภทต่างๆ ส่วนใหญ่อิงจากปืนลูกซองของสหรัฐที่มีอยู่ เช่น เรมิงตัน 870 หรือ 1100 ปืนลูกซองที่เห็นได้ทั่วไปในจีนน่าจะเป็นปืนลูกซอง Type 97 ซึ่งเป็นปืนลูกซองแบบปั๊มแอ๊กชั่น
อาวุธที่ทำงานแบบง่ายๆ มีกลไกไม่ซับซ้อนมาก ไม่ใช่เรื่องยากสำหรับคนไทยที่ “มีปัญญา-มีฝีมือ” ในการผลิตใช้งานเอง
อาวุธทั้งหลายราคาแพง เมื่อไม่มีเงินซื้อ คนไทยก็ผลิต “ปืนไทยประดิษฐ์” ที่ใช้ในป่าเขา เพื่อป้องกันตน เพราะไม่แน่ใจว่าพระเจ้าจะมาช่วยหรือไม่
ในสมัยบรรพบุรุษตั้งแต่สมัยอยุธยา หอก ดาบ แหลน หลาว ปืนคาบศิลา จอบ เสียม เคียวเกี่ยวข้าว มีดพก… อะไรทำได้ก็ทำเอง มีหลายชุมชนที่ถ่ายทอดวิชากันมาอย่างน่าทึ่ง
ใช้ล่าสัตว์ และป้องกันตน
ปืนไทยประดิษฐ์ นิยมทำออกมาในรูปแบบปืนพก ปืนลูกซองสั้น หรือปืนลูกโม่ แต่อย่างไรก็ตามจุดประสงค์ในการประดิษฐ์ปืนดังกล่าวนี้ ก็เพื่อการป้องกันตัวจากอันตรายรอบด้าน ผู้ที่มีความสามารถในการประดิษฐ์ปืนเหล่านี้ถูกเรียกว่า ช่างปืนไทยประดิษฐ์
ต้องยอมรับว่า คนไทยเก่งไม่แพ้ใครในโลก วัสดุที่ใช้ เก็บงานทุกจุดเป็นอย่างดี แม้กระทั่งสี การรมดำ ลายแกะสลักที่ด้ามปืน
เมื่ออาวุธเพิ่มจำนวนแบบไร้การควบคุม เริ่มเป็นอันตรายต่อส่วนรวม ไม่รู้ใครเป็นใคร จึงออกกฎหมาย คือ พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490
ปืนพกไทยประดิษฐ์ ที่ชาวบ้านผลิตใช้กันเอง คือ ลูกโม่ .22 ใช้กระสุนขนาด .22 ใช้ต้นทุนในการผลิตไม่มาก และยอดนิยมคือ ปืนลูกซองกึ่งอัตโนมัติ
ราว 50 ปีก่อน ผู้เขียนจำภาพติดตา คือ แทบทุกร้านขายทองต้องมีตำรวจนั่งเฝ้าหน้าร้าน ปัจจุบันไม่เห็นแล้ว ก็เป็นเรื่องที่ดีงาม เพราะจะได้ไปทำงานอื่นๆ ที่ล้นมือ เจ้าของร้านทอง ร้านค้า ร้านอาหาร ธนาคาร ที่พักอาศัย วันนี้ติดกล้องวงจรปิดกันหมดแล้ว
บ้านพักอาศัย…มีอะไรติดบ้านไว้ป้องกันตัว มีของดีไว้หยุดยั้งคนเลว คนชั่วไว้บ้างก็ดี …แบบถูกกฎหมายนะครับ
ข่าวคนร้ายปล้นร้านทอง ก็ยังปรากฏในสังคมไทยเป็นระยะๆ มีลูกกรงหน้าร้าน ฝึกฝนการใช้อาวุธ มีอาวุธป้องกันตนเอง มีระบบเตือนภัย คือ การช่วยดูแลตัวเอง ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน
สมัยนี้…พระเจ้าท่านก็มีงานเยอะ ยุ่งมาก บางทีก็มาช่วยเจ้าไม่ทัน หรืออาจจะไม่มา…

