เดินหน้าชน : อย่าหลอกปชช. โดย เสกสรรค์ กิตติทวีสิน

19.12.22 | 13:45 น.

พรรคภูมิใจไทยเปิดตัว 34 อดีต ส.ส.ที่ลาออกจากพรรคเดิมมาซบชายคา รวมกับ ส.ส.เดิมของภูมิใจไทย หวังสร้างความสั่นสะเทือนในการเลือกตั้งครั้งหน้า และกำลังจะมีทยอยมากรอกใบสมัครเพิ่มขึ้นอีก ได้ทั้งอดีต ส.ส.ทั้งจากเพื่อไทย พลังประชารัฐ ก้าวไกล ไปจนถึงพรรคเล็กๆ เป็นต้น

อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคให้สัมภาษณ์สื่อจะส่งผู้สมัคร ส.ส.ลงชิงทุกเขตเลือกตั้ง 400 เขต และ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อครบ 100 ชื่อ เปรียบเปรยการสู้เลือกตั้งว่า “จะขอตอกเสาเข็มที่อยู่อย่างมั่นคงไม่ใช่แลนด์สไลด์ เพราะไม่มั่นคง ไม่มีเสาเข็ม จะตอกไปเรื่อยๆ หัวหน้าพรรคชอบตอกเสาเข็ม”

เป็นการส่งสัญญาณไปถึงพรรคเพื่อไทยแล้วว่า พร้อมจะต่อสู้เลือกตั้งทุกเขต บี้กันทุกคะแนน

ในงานเปิดตัวปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา อนุทินยังแนะนำ น.ส.ชนม์ทิดา อัศวเหม หรือเพลง ลูกสาวสุดเลิฟของชนม์สวัสดิ์-นันทิดา ที่อนุทินการันตีว่า ไม่เกี่ยวข้องกับกลุ่มสมุทรปราการก้าวหน้าของเสี่ยเอ๋ เพลงก็เหมือนลูกสาวคนหนึ่งที่สนใจอยากรับใช้บ้านเมือง จะมาในนามผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อของภูมิใจไทย อาศัยที่ว่า ชนม์ทิดาช่วยแม่ทำงานใน อบจ.มาตลอดอยู่แล้ว

ถือเป็นอีกสีสันหนึ่งที่มีการเปิดตัวคนรุ่นใหม่ของพรรค และยังเปิดตัว ไชยชนก ชิดชอบ ลูกชายของ เนวิน ชิดชอบ ผู้สมัครป้ายแดงจะชิง ส.ส.เขตใน จ.บุรีรัมย์

Advertisement

ขณะที่สถานการณ์ของพรรคอื่นๆ อย่างพลังประชารัฐ เหล่า ส.ส.เริ่มทยอยออกกันไปมากมาย ส่วนหนึ่งไปร่วมหัวจมท้ายกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่พรรครวมไทยสร้างชาติ เพราะยังเชื่อศักยภาพความเป็นผู้นำของนายกฯคนนี้ และอีกส่วนหนึ่งก็ไปอยู่กับภูมิใจไทย

พลังประชารัฐที่มีทั้งไหลเข้าและไหลออกของลุงป้อมก็ไปทาบทามดึง ส.ส.จากพรรคอื่นเข้ามาร่วมงาน ที่เรียกเสียงฮือฮาล่าสุด คือการเปิดตัว มิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ เข้าร่วมพรรคโดยที่แกนนำและ ส.ส.ในพรรคหลายคนก็ไม่ทันตั้งตัวมิ่งขวัญมาพร้อมกับลั่นวาจาการขอเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีเลยทีเดียว

นอกจากนั้น ลุงป้อมยังให้สัมภาษณ์กรณีภูมิใจไทยใช้พลังดูด ส.ส.ของพลังประชารัฐไปหลายคนว่า “เอาไปหมดเลยก็ได้ ผมไม่ว่าอะไรแล้วผมจะได้ปิดพรรคด้วย” พูดอย่างนี้ ภูมิใจไทยไปคิดต่อเอาเอง คำตอบแบบนี้ จะทีเล่นทีจริงหรือไม่ แต่เมื่อไปถาม “เสี่ยหนู” ในวันเปิดตัวสมาชิกใหม่ของพรรคกลับเลี่ยงไม่ตอบคำถามนี้ พูดเพียงว่า “ขอคำถามต่อไป” เข้าใจดีว่า ขืนพูดอะไรออกไปอาจจะสร้างความบาดหมางมากกว่า จึงยอมนิ่งเสียดีกว่า

อย่างไรก็ตาม ในเร็วๆ นี้ อันวาร์ สาและ อดีต ส.ส.ปัตตานีของพรรคประชาธิปัตย์ ที่วิจารณ์การทำงานของพรรคมาตลอด ขนาดโพสต์ลาออกยังโพสต์ร่ายยาวถึงความเปลี่ยนไปของค่ายแม่พระธรณีบีบมวยผม จะมาเปิดตัวกับพรรคพลังประชารัฐ พร้อมกับ นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ที่ขอตีจากพรรคสร้างอนาคตไทย อย่างเป็นทางการ จะโชว์ตัวพร้อมกับ บุญสิงห์ วรินทร์รักษ์ กับ พล.ต.อ.ยงยุทธ เทพจำนงค์ ที่ออกจากพรรคเศรษฐกิจไทย ทั้งสองเชื่อว่าพรรคทั้งขนาดเล็กและกลางจะหาที่ยืนลำบากในการเมืองปัจจุบัน จึงตัดสินใจขอร่วมงานกับลุงป้อม

ทั้งอันวาร์กับนิพิฏฐ์ ไม่ได้มาแค่ตัว ยังหอบอดีต ส.ส.มาซบรังใหม่ไปด้วย ทำให้การชิงธง ส.ส.ในพื้นที่ภาคใต้ดุเดือดเข้มข้นขึ้น ทำให้เห็นว่า ไม่ใช่พรรคพื้นที่ของประชาธิปัตย์เหมือนในอดีต จากจำนวน ส.ส.เขตเลือกตั้ง 400 เขต เฉพาะที่ภาคใต้มีให้ชิงชัยกันถึง 58 ที่นั่ง

ความคึกคักเช่นนี้ เมื่อการย้ายพรรคของ ส.ส.เริ่มนิ่งมากขึ้นจะได้เห็นนโยบายที่โดนใจของพรรคอื่นๆ ออกมาบ้าง หลังพรรคเพื่อไทยพูด 10 นโยบายหาเสียง เพิ่มค่าแรงขั้นต่ำวันละ 600 บาท และเงินเดือนวุฒิปริญญาตรีอย่างต่ำ 25,000 บาท กลายเป็นที่พูดกันไปพอสมควร

สำหรับ ส.ส.จะวิ่งกันฝุ่นตลบกันยังไง แต่ที่สุดของที่สุด แต่ละพรรคจะต้องมุ่งชิงนำเสนอนโยบายที่ประชาชนต้องจับต้องได้และทำได้จริง จะมาพูดดีเบตหรือเวทีหาเสียงหลอกประชาชนทั้งประเทศเหมือน 4 ปีที่แล้วไม่ได้