เดินหน้าชน : ‘รบ.ป่วย-สภาเปลี้ย’ โดย พันธศักดิ์ รักพงษ์

22.12.22 | 13:54 น.

8 ปีการรัฐประหารและสิ่งที่ฝ่ายอนุรักษ์ประสบความสำเร็จและเห็นผลเป็นรูปธรรม คือ การทำลายระบบพรรคการเมือง สร้างภาพให้นักการเมืองเป็นผู้ร้ายของสังคม

8 ปีแห่งการออกแบบรัฐธรรมนูญ จึงสร้างระบบการเมืองแบบย้อนยุค เกิดปรากฏการณ์ ส.ส.ย้ายพรรคครั้งมโหฬาร สะท้อนการปฏิรูปการเมืองเป็นเพียงวาทกรรมลวง ปฏิรูปก่อนเลือกตั้งไม่มีอยู่จริง ปฏิรูปหลังเลือกตั้งมีแต่ความว่างเปล่า

วันนี้จึงได้เห็นสภาผู้แทนฯที่อยู่ในสภาพเน่าเฟะเต็มทน มี ส.ส.เหลืออยู่เพียง 439 คน จากทั้งหมด 500 คน

สภาล่มกลายเป็นเรื่องปกติรายวัน และโทษกันไปมาระหว่างสภากับรัฐบาล เป็นที่พึ่งพิงของประชาชนไม่ได้

แม้มีเสียงร้องขอพรรคร่วมรัฐบาลให้กำชับ ส.ส.ให้เข้าประชุมเพื่อรักษาภาพลักษณ์ แต่พรรคแกนนำรัฐบาล คือ พรรคพลังประชารัฐ ทั้งนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรค ไม่ได้เป็น ส.ส.จึงควบคุมเสียง ส.ส.ไม่ได้

Advertisement

ต้นสายปลายเหตุก็กลับมาที่รัฐธรรมนูญที่ร่างมาอย่างพิสดาร สร้างระบบรัฐสภาแต่ไม่ได้บังคับให้นายกฯมาจาก ส.ส. และไม่ได้ปฏิบัติตามประเพณีระบบรัฐสภา คือ นายกฯนอกจากเป็น ส.ส.แล้ว ยังต้องเป็นผู้นำพรรคที่คุมเสียงข้างมากในสภา

จึงกลายเป็นองค์กรขาลอยทั้งสภาและนายกรัฐมนตรี

รัฐธรรมนูญสร้างการเมืองไทยเป็นระบบร้อยพรรค ไม่มีพรรคใดได้เสียงข้างมาก ต้องตั้งรัฐบาลผสมแบบร้อยพ่อพันแม่ ภายใต้ระบบขาลอย ส.ส.พร้อมที่จะย้ายพรรคและสร้างเงื่อนไขเขย่าเสถียรภาพรัฐบาลได้ในทุกโอกาส

สภาพ ส.ส.ตอนนี้เหมือนที่ อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองเลขานุการคณะกรรมการยุทธศาสตร์และทิศทางการเมืองพรรคเพื่อไทย ระบุว่า ในอดีตเคยมีปุ๋ยสูตร 15-15-15 ปัจจุบันการประมูลซื้อตัว ส.ส.อาจมาในสูตร 30-50-80 หว่านพืชก็ต้องหวังผล ลงทุนก็ต้องหวังกำไร ถ้ามีการประมูลซื้อตัว ส.ส. 100 คน คนละ 80 ล้านบาท ต้องใช้เงินจำนวนมากมายมหาศาลขนาดไหน การถอนทุนทางการเมืองในอนาคตก็จะตามมา

การเมืองเพื่ออุดมการณ์กำลังจะหายไป กลายเป็นธนกิจการเมือง จากลากกระเป๋าเข้ามาแจกกล้วยในสภาอาจไม่ทัน จึงพัฒนาไปสู่การให้ ส.ส.ลาออก เพื่อไปกินกล้วยในสวนครั้งใหญ่

สอดรับกับที่ ชูศักดิ์ ศิรินิล ประธานคณะกรรมการฝ่ายกฎหมาย พรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า ตนมีส่วนตรวจสอบวินัยและจริยธรรมของ ส.ส.หลายคน ขอบอกอย่างตรงไปตรงมาว่า ที่มาที่ไปของการย้ายพรรคก็คือผลประโยชน์ ไม่เกี่ยวกับอุดมการณ์ใดๆ รัฐธรรมนูญฉบับปราบโกงกลายเป็นยิ่งโกง การปฏิรูปการเมืองกลายเป็นเดินถอยหลังลงคลอง พร้อมๆ กับสร้างรัฐบาลมือสมัครเล่นที่บริหารประเทศได้ล้มเหลวโดยสิ้นเชิง

การเมืองกลับคืนสู่ระบบธนกิจ มีการแจกกล้วย ส.ส.คล้ายกับการเมืองยุคก่อน 2540 ที่เน่าเฟะและนำไปสู่เสียงเรียกร้องการปฏิรูป วันนี้จึงเกิดวังวนข้อเสนอจากหลายพรรคแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 159 ให้นายกรัฐมนตรีมาจาก ส.ส. และมาตรา 272 ตัดอำนาจการเลือกนายกฯของ ส.ว. แต่ด้วยรัฐธรรมนูญที่วางกับดักแก้ไขได้อย่างยากเย็น และกลุ่มอำนาจนิยมที่พร้อมจะต่อต้านอย่างเต็มกำลัง

8 ปีของประเทศนี้เป็นช่วงเวลาที่สูญเปล่า เรามี “รัฐบาลป่วย สภาเปลี้ย” รัฐบาลที่บริหารงานไม่ได้แล้ว และสภาไปต่อก็ไม่ได้ แต่ประชาชนเป็นฝ่ายที่ได้รับผล
กระทบโดยตรง

ผมว่าในยุคข่าวสารที่ล่องลอยอยู่บนอากาศ คนไทยไม่ได้โง่ คนไทยมีคำตอบและต้องการให้ประเทศออกจากปัญหาเก่าๆ แบบนี้ พลังของประชาชนอยู่ที่ปลายปากกาในคูหาเลือกตั้ง เป็นพลังที่จะสร้างการเมืองที่มีความหวัง สร้างประชาธิปไตยที่กินได้จริงๆ เสียที