หน้าแรก บทความ ภาพเก่าเล่าตำ...

ภาพเก่าเล่าตำนาน : อาร์เจนตินา…ราชาแห่งฟุตบอล

26.12.22 | 09:39 น.

ภาพเก่าเล่าตำนาน : อาร์เจนตินา…ราชาแห่งฟุตบอล

ย้อนไปในอดีตกว่า 50 ปี…สำหรับคนไทย…อาร์เจนตินา คือ ดินแดนไกลโพ้น ได้เรียนในวิชาภูมิศาสตร์ ท่องจำชื่อเอาไว้ทำข้อสอบ แทบไม่มีอะไรข้องเกี่ยวกับชีวิตคนไทย…
รัฐประหาร 16 กันยายน พ.ศ.2500 โดย จอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ เป็นหัวหน้าก่อการโค่นรัฐบาล จอมพล ป. พิบูลสงคราม สมัยที่ 2 เมื่อเป็นหัวหน้าคณะรัฐประหาร ยึดอำนาจเบ็ดเสร็จ งานที่ต้องตามมา คือการกำจัดบุคคลไม่พึงประสงค์ที่น่าจะเป็นหอกข้างแคร่

จอมพล ป. พิบูลสงคราม รู้ล่วงหน้าก่อนเพียงไม่กี่นาที ไม่ต่อสู้ รีบหนี… เดินทางด้วยรถยนต์ พร้อมกับคนติดตาม 3 คน คือ ฉาย วิโรจน์ศิริ เลขานุการส่วนตัว พ.ต.อ.ชุมพล โลหะชาละ นายตำรวจติดตาม และ พ.ท.บุลศักดิ์ วรรณมาศ
จากกรุงเทพฯ บึ่งรถไปทางจังหวัดตราด และว่าจ้างเรือประมงเดินทางไปขึ้นบกที่จังหวัดเกาะกง ประเทศกัมพูชา

ส่วน พลตำรวจเอก เผ่า ศรียานนท์ เพื่อนรัก เป็นอธิบดีตำรวจ ได้รับอนุญาตให้เดินทางออกนอกประเทศไปพร้อมกับทีมตำรวจอัศวินแหวนเพชร…ไปตั้งหลักในประเทศสวิตเซอร์แลนด์
จอมพล ผ้าขาวม้าแดง บุรุษผู้ทรงอำนาจเบอร์ 1 ในแผ่นดินไทย หวาดระแวง ต้องการกำจัดฝ่ายตรงข้ามที่เป็นขั้วอำนาจเก่าแบบถอนรากถอนโคน ไม่ไว้ใจใครทั้งนั้น
พลเรือน ทหาร ตำรวจ ถูกปลด ต้องเผ่นหนี ถูกยัดคดีกันอุตลุด ไล่เรียงกันลงมา ในลักษณะชะตาขาด
แต่สำหรับนายทหารหนุ่มคนนี้ ยังได้รับความปรานี

นายทหารหนุ่มรูปหล่อ ชื่อ พลจัตวา ชาติชาย ชุณหะวัณ ผู้บังคับการโรงเรียนยานเกราะ ที่เป็นลูกชายของ จอมพล ผิน ชุณหะวัณ ที่มากด้วยบารมี…
ผู้การชาติชาย ไม่ควรจะอยู่ในประเทศอีกต่อไป
จอมพล สฤษดิ์ ก็เป็นลูกผู้ชายพอ ผู้การเขาไม่ได้ทำอะไรผิด แค่ระแวง-ไม่ไว้ใจ…
ตัดสินใจลงนามในคำสั่งให้นายทหารม้า ไปทำงานในสถานทูตไทยในประเทศอาร์เจนตินาที่ไกลโพ้น ไปอยู่ที่ปลายขอบฟ้า เพื่อความปลอดภัย ไม่เป็นเสี้ยนหนามที่ต้องหวาดระแวงอีกต่อไป

Advertisement

คนไทยในเวลานั้น เริ่มสนใจว่า อาร์เจนตินามันอยู่ที่ไหนวะ?
อยู่ในทวีปอเมริกาใต้ อยู่ไกลโพ้น เป็นดินแดนที่ติดต่อได้ยากแม้กระทั่งโทรศัพท์ น่าจะตัดขาดจากวงจรแห่งอำนาจได้

ผู้การชาติชาย ชุณหะวัณ มิได้ขัดขืนโต้แย้งแต่อย่างใด ทราบถึงชะตากรรม รู้จังหวะชีวิต และมิได้คิดว่าลำบากยากเข็ญ
ในอดีตก่อนรัฐประหาร…เมื่อ พ.ศ.2492 ท่านเคยไปดำรงตำแหน่งรองผู้ช่วยทูตฝ่ายทหารบก ณ กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. สหรัฐอเมริกา มาก่อน (อัตรา พันโท) มีความรู้ มีทักษะ มีความคล่องตัวในการสื่อสารภาษาอังกฤษได้ดี เป็นคนร่าเริง มากมิตร
กลับมาเป็นผู้บังคับกองพันทหารม้าที่ 1 รักษาพระองค์ เป็นรองผู้บังคับการโรงเรียนยานเกราะ และเป็นผู้บังคับการกรมทหารม้าที่ 2 และผู้บังคับการโรงเรียนยานเกราะ
งานราชการในต่างประเทศ ทำหน้าที่ของทูต เป็นสุภาพบุรุษมีเพื่อนในทุกวงการ ชอบสังสรรค์ มีมนุษยสัมพันธ์เยี่ยม

พ.ศ.2501 พลจัตวา ชาติชาย พร้อมครอบครัว เดินทางไปเป็นอุปทูต อัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็ม เอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็ม ประจำประเทศอาร์เจนตินา และเอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็ม ประจำประเทศออสเตรีย ตุรกี สำนักวาติกัน
ขยับไปเป็นเอกอัครราชทูตผู้แทนถาวรประจำองค์การสหประชาชาติ ณ นครเจนีวา ตามลำดับ ด้วยความกรุณาของจอมพล สฤษดิ์ ผู้ไม่จองเวร

อาร์เจนตินามีชื่อเสียงในด้านไวน์และอาหารชั้นเลิศชอบเล่นดนตรี เต้นรำ สนุกสนาน รื่นเริง คนในแผ่นดินนี้ หลงใหลได้ปลื้ม ตั้งแต่ฟุตบอลไปจนถึงเต้นรำจังหวะแทงโก้ กลายเป็นสวรรค์ของผู้การชาติชาย ที่ชอบคาบซิการ์

ในที่สุด สุภาพบุรุษชื่อชาติชาย ผู้มากความสามารถ กลับมาเมืองไทย รับราชการในกระทรวงการต่างประเทศ แล้วลงรับสมัครเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตย เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศที่สร้างผลงานความสัมพันธ์ไทย-จีน และหลายประเทศ

ทำงานการเมือง มีพรรคพวกเพื่อนฝูง ขึ้นไปดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของประเทศไทย ภารกิจที่โดดเด่น คือ พลิกโฉมสนามรบในอินโดจีน (เวียดนาม-ลาว-เขมร) เป็นสนามการค้า…

ขอกลับมาเข้าประเด็นหลัก…ประเทศอาร์เจนตินาครับ…
มีการค้นพบหลักฐานทางโบราณคดีย้อนไปหลายพันปี ยืนยันว่า ดินแดนที่เป็นอาร์เจนตินา คือ ถิ่นดึกดำบรรพ์ของมนุษยชาติ กลุ่มชาติพันธุ์ที่รุ่งเรือง เฟื่องฟู
มหาอำนาจสเปน เคยเข้ามาปกครองดินแดน
คนส่วนใหญ่ในปัจจุบันล้วนสืบเชื้อสายมาจากสเปน บางส่วนก็มาจากอิตาลี และจากประเทศต่างๆ ในยุโรป ต้องยอมรับว่า ชาย-หญิงทั้งหลายหน้าตาคมคายหล่อสวย นิสัยใจคอตามแบบชาวสเปน ชาวอิตาเลียน ที่เฮฮา สนุกสนานเรื่องกิน ดื่ม ร้องเพลง เต้นรำ และกีฬา
อิทธิพลของชาวมักกะโรนีที่มีต่อวัฒนธรรมอาร์เจนตินา…ภาษาอิตาเลียนยังคงใช้กันอย่างแพร่หลายในกรุงบัวโนสไอเรส

พ.ศ.2359 (ตรงกับสมัยในหลวง ร.2) ชาวพื้นเมืองลุกขึ้นจับอาวุธทำสงครามขับไล่สเปนผู้ปกครอง เพื่อขอประกาศเอกราช เป็นผลสำเร็จ กลุ่มชาตินิยมชาวอาร์เจนตินากลายเป็นส่วนสำคัญในการเคลื่อนไหวปฏิวัติในดินแดนอื่นๆ ที่ต้องการเป็นเอกราชจากมหาอำนาจ ดินแดนแห่งปกครองด้วยระบบสหพันธ์สาธารณรัฐ
มีสงครามกลางเมืองที่นำไปสู่การล่มสลายของ ระบอบทหาร ที่ปกครองประเทศ ประชาชนขอสถาปนาการปกครอง ในระบอบประชาธิปไตย ยืนหยัดอยู่ได้แม้จะมีวิกฤตการณ์ทางเศรษฐกิจต่างๆ
ในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 ดินแดนแห่งธงฟ้า-ขาว เป็นประเทศร่ำรวยเป็นอันดับ 7 ของโลก

ชื่อ “อาร์เจนตินา” มาจากภาษาลาตินที่แปลว่า “เงิน” ดินแดนแห่งนี้เป็นแหล่งแร่ธาตุอันมีค่าชั้นเยี่ยม ที่สำคัญกว่านั้น คือ การผลิตปศุสัตว์และธัญพืช…ซึ่งครั้งหนึ่งอาร์เจนตินาเคยติดอันดับกลุ่มประเทศที่ร่ำรวยของโลก
เป็นดินแดนอันกว้างใหญ่ ครอบคลุมพื้นที่ที่ราบ ทะเลทรายทุนดรา และป่าไม้ ตลอดจนภูเขาสูง แม่น้ำ และแนวชายฝั่งมหาสมุทรยาวหลายพันไมล์
อาร์เจนตินายังอ้างสิทธิส่วนหนึ่งของทวีปแอนตาร์กติกา เช่นเดียวกับเกาะหลายแห่งในมหาสมุทรแอตแลนติกใต้ รวมถึงหมู่เกาะฟอล์กแลนด์ (Islas Malvinas) ที่ปกครองโดยอังกฤษ

พ.ศ.2525 อาร์เจนตินาส่งทหารไปบุกเกาะฟอล์กแลนด์ (Falkland) กองทัพเรืออังกฤษ ประกาศว่า “…อั๊วเป็นเจ้าของเกาะ” ส่งกองเรือรบและนาวิกโยธินข้ามโลกมาสู้รบชิงดินแดน
ช่วงแรก ทหารเรืออาร์เจนตินาเรียกเสียงฮือฮาจากทั่วโลก โดยปล่อยอาวุธนำวิถีเอ็กโซเซต์ (Exocet anti-ship missile) ที่ซื้อมาจากฝรั่งเศสไปทำลายเรือรบชั้นเยี่ยมของราชนาวีอังกฤษจมลงก้นทะเล
กองทัพอังกฤษออกอาการ “ทรุด” จากการส่งกำลังบำรุงข้ามมหาสมุทรที่แสนไกล… ในที่สุดอเมริกาแอบช่วยสนับสนุนอังกฤษ…จึงยึดเกาะฟอล์กแลนด์คืนมาได้
เป็นเกร็ดประวัติศาสตร์ที่โด่งดังไปทั่วโลก…

บุคคลสำคัญของอาร์เจนตินาที่มีชื่อเสียงระดับโลก คือ ประธานาธิบดี ฮวน เปรอง และภรรยา
15 มกราคม พ.ศ.2487 เกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ในอาร์เจนตินา คณะทหารผู้ปกครองประเทศและเหล่าดาราต่างมาจัดงานการกุศล หาเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัย

นายพล ฮวน เปรอง (Juan Domingo Peron) สมัยนั้นเป็นรองประธานาธิบดีในรัฐบาลทหาร ได้ประสบพบเจอกับ สาวงาม เอวิตา ที่มาทำหน้าที่พิธีกรในงาน เกิดตกหลุมเสน่ห์กับเอวิตา ดาราภาพยนตร์แสนสวยเบอร์ 1 ของประเทศ
เธอถูก “หิ้ว” แบบเบ็ดเสร็จไปในค่ำคืนนั้น
นายพล เปรองไปหย่าขาดกับภรรยา มาแต่งงานกับเอวิตา…

พ.ศ.2489 นายพล ฮวน เปรอง ชนะการเลือกตั้ง ขึ้นเป็น “ประธานาธิบดี” ส่งผลให้อดีตนักร้อง นักแสดง เอวิตาได้ทำหน้าที่ “สุภาพสตรีหมายเลข 1” ของประเทศอาร์เจนตินา
เอวิตา เปรอง กลายเป็นสตรีคนสำคัญในเวทีการเมืองของอาร์เจนตินา มีชื่อเสียงระดับโลก เธอใช้อำนาจในสถานะภริยาผู้นำสูงสุดผลักดันนโยบาย “ประชานิยม” สนับสนุนโครงการรัฐ ทั้งการศึกษา สถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้า และโครงการเพื่อสังคมต่างๆ แก้ปัญหาความยากจนแบบฉับพลันและเน้นงานส่งเสริมสิทธิสตรี
เธอเป็นผู้หนึ่งในการสนับสนุนกีฬาฟุตบอลในระดับเยาวชน
ได้รับฉายาว่า “ราชินีของผู้ยากไร้แห่งอาร์เจนตินา”
ชาวอาร์เจนไตน์นิยมชมชอบเธอดั่งนางฟ้ามาโปรดคนยากจน

17 ตุลาคม พ.ศ.2494 เธอได้มีโอกาสพูดต่อหน้าประชาชนที่มาฟังคำปราศรัยที่หน้ารัฐสภา มีการถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์-วิทยุไปทั่วประเทศ
คำปราศรัยของเธอ ทรงพลัง ร้อนแรง เอวิตาได้ใช้โอกาสครั้งนี้พูดถึงการต่อยอดนโยบายประชานิยมเพื่อคนจนภายในประเทศที่ พูดจริง ทำจริง เธอพูดฝากฝังกับประชาชนเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนที่เธอจะเสียชีวิตในปี พ.ศ.2495
ชีวิตของเธอกลายไปเป็นละครเวที มีเพลงประกอบ

พ.ศ.2539 ฮอลลีวู้ด นำละครเวทีเรื่องราวชีวิตของเธอมาสร้างเป็นภาพยนตร์เล่าเรื่องราวของเอวิตา ตั้งแต่ในวัยเยาว์จนถึงมาเป็นสตรีหมายเลข 1 ของอาร์เจนตินา มีเพลง You Must Love และเพลงที่ดังก้องโลก คือ Don’t Cry for Me Argentina
มาดอนนา นักแสดงอเมริกัน ได้รับบทนำในภาพยนตร์ที่ดัดแปลงจากละครเพลง กลายเป็นภาพยนตร์ที่โกยเงินไปอื้อ เพลงประกอบก็ไพเราะ กินใจดังกระหึ่มทั่วโลก

26 กรกฎาคม พ.ศ.2495 เป็นวันที่เอวิตาเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งปากมดลูก ขณะอายุเพียง 33 ปี

กีฬาฟุตบอล คือ ลมหายใจของชาวอาร์เจนตินา
ฟุตบอลโลก ปี 2022 แชมป์โลก คือ ทีมอาร์เจนตินา นับเป็นครั้งที่ 3 ที่ทีมฟ้า-ขาวได้เป็นแชมป์โลก เป็นการประกาศต่อชาวโลกว่า…ดินแดนแห่งนี้มีความเป็นเลิศในกีฬาฟุตบอล
ในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 ผู้อพยพชาวอังกฤษได้นำกีฬาฟุตบอลมาเผยแพร่ในดินแดนแห่งนี้
กาลเวลาผ่านไป กีฬาฟุตบอลได้แทรกเข้าไปอยู่ในชีวิตจิตใจของชาวอาร์เจนตินาแบบยาดำ ทุกชุมชน ทุกโรงเรียน คลั่งไคล้ลูกหนังกลมๆ แบบบ้าคลั่งทั้งชาย-หญิง ชนิดที่ไม่ต้องปลูกฝัง

คนไทยและชาวโลกรู้จัก ดิเอโก้ มาราโดนา เป็นอย่างดี เขาคืออดีตเด็กเก็บลูกฟุตบอลที่หลงใหล ชนิดที่เรียกว่าต้องเอาลูกฟุตบอลไปนอนด้วย มีการทำโพลออกมา ชาวโลกยกย่อง 2 ราชาแห่งฟุตบอลโลกคือ มาราโดนา และ เปเล่ ชาวบราซิล
เมืองหลวงชื่อกรุง “บัวโนสไอเรส” แปลว่า “อากาศดี”
ประชากรในปี พ.ศ.2565 ราว 45 ล้านคนเป็น “คนผิวขาว” ราวร้อยละ 97 นับถือศาสนาคริสต์ร้อยละ 80

ก่อนปิดต้นฉบับ ทีมฟ้า-ขาว กลับไปถึงบ้านแล้ว 7 วัน ชาวเมืองยังกิน ดื่ม เฮฮา เต้นรำ กันบนถนน ฉลองชัยชนะแบบหัวทิ่ม หัวตำ ยังไม่มีวี่แววจะเลิกรา…