บทนำ : เป้าหมาย กกต.
มีรายงานข่าวความเคลื่อนไหวของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โดย นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. โพสต์ข้อความในกลุ่มไลน์ผู้บริหารสำนักงาน กกต.เนื่องในโอกาสวันปีใหม่2566 และเตรียมความพร้อมการเลือกตั้ง สรุปว่ากกต.มีเป้าหมายในการเลือกตั้ง ส.ส.เป็นการทั่วไปครั้งต่อไป คือทำให้การเลือกตั้งเป็นทางออกของประเทศให้ได้ การเลือกตั้งเป็นที่ยอมรับทั้งกระบวนการและผลการเลือกตั้ง สร้างความเชื่อมั่นและเกียรติภูมิแก่ กกต.และสำนักงาน โดยองค์ประกอบที่จะทำให้บรรลุเป้าหมายต้องมีเครื่องยนต์อย่างน้อย 4 เครื่องยนต์คือ 1.คนดี 2.การบริหารจัดการดี 3.เทคโนโลยีดี และ 4.สื่อสารดี แต่การเลือกตั้งครั้งนี้ไม่ได้เดินครบทั้ง 4 เครื่องยนต์ ยังขาดเทคโนโลยี ไม่มีแอพพลิเคชั่นที่ใช้อำนวยความสะดวก แต่แม้จะมีข้อจำกัดก็ยังเชื่อมั่นว่าจะทำการเลือกตั้งบรรลุตามเป้าหมาย
รายงานข่าวยังระบุว่า นายแสวงยังกล่าวถึงเครื่องมือและตัวชี้วัดที่ทำให้บรรลุเป้าหมายว่ามีดังนี้ 1.ผู้มีสิทธิเลือกตั้งในแต่ละจังหวัดเพิ่มขึ้น 5% จากของเดิมในแต่ละจังหวัด 2.บัตรเขย่ง คะแนนเขย่ง เป็นศูนย์ ซึ่งทำได้แล้วจากการเลือกตั้งท้องถิ่นเกือบทั้งหมด 3.บัตรเสียมีสัดส่วนที่น้อยลงจากการเลือกตั้งครั้งที่แล้ว เทียบกับจังหวัดตนเอง 4.มีสำนวนการเรื่องร้องเรียน กปน.น้อยลง เทียบกับการเลือกตั้งครั้งที่แล้วในจังหวัดตนเอง 5.รายงานผลคะแนนอย่างไม่เป็นทางการได้อย่างถูกต้อง รวดเร็ว 6.นำแบบ ส.ส. 5/18 เข้าในระบบคอมพิวเตอร์เพื่อให้พรรคการเมือง ผู้สมัคร และประชาชนได้ตรวจสอบภายในกำหนดเวลา และ 7.มีศูนย์ข่าว ในแต่ละจังหวัดที่มีประสิทธิภาพ ถูกต้อง รวดเร็ว
กระแสข่าวที่แพร่ออกมาผนวกกับก่อนหน้านี้ที่ กกต.ของบประมาณจัดการเลือกตั้งครั้งหน้าประมาณ 5,000 ล้านบาท ตอกย้ำว่า องค์กรจัดการเลือกตั้งเองก็มีความตั้งใจให้การเลือกตั้งเป็นทางออกของประเทศ ซึ่งทางออกที่ดีที่สุดคือการทำให้เสียงของประชาชนเป็นคำตอบในการเลือกตั้ง การจะทำเช่นนั้นได้ต้องทำให้ประชาชนเห็นความสำคัญในการออกไปใช้สิทธิเลือกตั้ง และออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งกันให้มากที่สุด นอกจากนี้ ต้องบริหารจัดการให้การเลือกตั้งเป็นไปด้วยความบริสุทธิ์และเที่ยงธรรม รวมไปถึงกระบวนการประกาศรับรอง ส.ส.และอื่นๆ ที่จะส่งผลให้ประเทศไทยได้รัฐบาลที่มาจากความต้องการของประชาชนอย่างแท้จริง แม้ว่ากลไกของรัฐธรรมนูญจะกำหนดให้ ส.ว.ร่วมลงคะแนนเลือกนายกรัฐมนตรีด้วย แต่ถ้าประชาชนออกมาใช้สิทธิกันจนคะแนนเสียงที่ปรากฏชี้ชัดถึงความต้องการ เชื่อว่า ส.ว.เองก็มีวิจารณญาณในการโหวตเลือกนายกฯว่าอะไรคือความต้องการของประชาชน และน่าจะเห็นด้วยกับเสียงของประชาชน

