ภาพเก่าเล่าตำนาน : คลื่นการอพยพของ…มวลมหาชาวจีน โดย พลเอก นิพัทธ์ ทองเล็ก

ภาพเก่าเล่าตำนาน : คลื่นการอพยพของ…มวลมหาชาวจีน โดย พลเอก นิพัทธ์ ทองเล็ก

มีคำกล่าวล้อเลียนกันว่า…ถ้าให้ “ชาวจีน” กระทืบเท้าพร้อมกัน…แกนโลกจะเอียงไปทันที…และถ้าให้ “ชาวอินเดีย” กระทืบเท้าลงพื้นบ้าง โลกก็จะกลับมาเอียงเท่าเดิม…

พ.ศ.2566 จีนมีประชากรราว 1.4 พันล้านคน ส่วนอินเดียก็ไล่เลี่ย สูสีไม่ห่างกันนัก…

ประวัติศาสตร์การเดินทาง ย้ายถิ่นฐาน ไปค้าขายของชาวจีน อุบัติขึ้นต่อเนื่องกัน ย้อนไปตั้งแต่เปิด “เส้นทางสายไหม” ทางบก และทางทะเลในสมัยโบราณเมื่อกว่า 2 พันปีที่แล้วโน่น

Advertisement

ชาวจีน (ที่มีหลายเผ่าพันธุ์) มีประวัติการบุบสลาย ชอกช้ำ จากทำสงคราม ประหารกันเอง มีข้าศึกศัตรูมารุกรานเข่นฆ่า อพยพไปตั้งถิ่นฐาน ทำมาหากินทั่วโลกแบบไม่มีใครเหมือน

สยามประเทศ… ดินแดนที่ชาวจีนอพยพเข้ามาต่อเนื่องกว่า 700 ปีที่แล้ว (ขอนับย้อนไปถึงสมัยพ่อขุนรามคำแหงมหาราช)

พ.ศ.2566 ก็ยังทยอยเข้ามาไม่หยุด

โควิด-19 ที่เป็นเพชฌฆาตเงียบ ทำเอาชาวโลกแทบต้องตัดขาดจากกันกว่า 2 ปี ธุรกิจพังพินาศ แต่วัคซีนทำรายได้ปานฟ้าถล่ม

วันเวลาที่เศร้าซึมทางเศรษฐกิจผ่านไปด้วยความเจ็บปวด…ทุกประเทศรีบชิงไหวชิงพริบ …หนีตาย…ขอเปิดการท่องเที่ยว

ตลาดการท่องเที่ยวทั่วโลก ต่างคิดถึงลูกค้าผู้ยิ่งใหญ่… “ชาวจีน”

“โหยหา-คิดถึง-คร่ำครวญ” นักท่องเที่ยวจากจีนที่หายไปกว่า 2 ปี… เพราะไม่ได้รับอนุญาตเดินทางออกนอกประเทศ

ประเทศต่างๆ ในยุโรป ที่ผลิตสินค้าแบรนด์เนม สินค้าเลิศหรู แพงระยับ เกิดอาการกระอักเลือด …ลูกค้าชาวจีนกระเป๋าหนัก หายไปจากห้าง หายไปจากโรงแรม ..สายการบินเจียนอยู่ เจียนตาย

เกิดอาการประดุจ “หัวใจขาดเลือด”

“ญี่ปุ่น” ที่ว่าเข้มงวดมาตรการทางการแพทย์ จู้จี้ จุกจิก ทรุดฮวบ รีบหาทางแก้ไข “ผ่อนปรน” รีบกวักมือเรียก เพื่อให้นักท่องเที่ยวกลับมา …คนไทยไม่พลาดโอกาสทอง หลังจากอัดอั้นมาเกือบ 3 ปี

เที่ยวบินจากไทยไปญี่ปุ่นเต็มหมด คิวยาว คนไทยทะลักออกไปแดนซากุระแน่นแผ่นดินญี่ปุ่น… องค์ประชุมไม่ครบ ประชุมไม่ได้ เพราะแห่กันไปเที่ยวญี่ปุ่น

ชาวจีนในประเทศเองก็โคตรหงุดหงิด เหมือนติดตาราง

ปลายปี พ.ศ.2565 เริ่มมีข่าวระแคะระคาย เรื่องทางการจีนจะเริ่มผ่อนคลาย อนุญาตให้ชาวจีนออกนอกประเทศได้ รวมถึงผู้ที่จะเดินทางเข้าไปในจีน

นี่เป็นข่าวเขย่าโลก ชาวโลกเนื้อเต้น ผู้คนหันมาสนใจนโยบายของ สี จิ้นผิง ว่าจริงมั้ย ผ่อนปรนแค่ไหน เพราะที่ผ่านมาเศรษฐกิจมันฟุบ โดยเฉพาะการท่องเที่ยว …สภาพขณะนี้ คือ ข้าวรอฝน

สำหรับประเทศไทย…ธุรกิจการท่องเที่ยวเครื่องบิน โรงแรม อาหาร ขนส่ง การท่องเที่ยวเพื่อสุขภาพ บังกะโลบนเกาะ ฯลฯ ปลื้มใจสุดขีด ที่จะกลับมามีลมหายใจจากนักท่องเที่ยว…โดยเฉพาะชาวจีน

นี่คือ “พลังอำนาจ” ของชาวจีน ในเชิงปริมาณ การใช้จ่ายเงิน กิน ดื่ม เที่ยว ช้อปปิ้ง

ไม่ใช่เฉพาะไทยแลนด์นะครับ…ทั่วโลกมีความคาดหวังกับนักท่องเที่ยวชาวจีนเป็นหลัก แม้กระทั่งชาวจีนที่อยู่ในประเทศเอง ถูกกักตัว ถูกจำกัดการใช้ชีวิตมาแบบแสนอึดอัดก็ถือว่าได้ “อิสรภาพ”

ที่ผ่านมา…ชาวจีนเสมือนถูกตัดขาดจากโลกภายนอก

ชาวจีนที่อึดอัดมานาน ใช้คอมพิวเตอร์สืบค้นสถานที่เที่ยวมากที่สุด ได้แก่ มาเก๊า ฮ่องกง ญี่ปุ่น ไทย และเกาหลีใต้

8 มกราคม พ.ศ.2566 คือ จีนเริ่มเปิดประเทศ คนจีนแห่จองทริปเที่ยวเมืองนอกกันเหมือนเขื่อนแตก ข่าวดี คือ “ไทย” ติดอันดับที่หมายปลายทางยอดนิยม

เมื่อประกาศเดินหน้าแล้ว…ต้องเดินต่อไป…ถอยไม่ได้ แหล่งท่องเที่ยว องคาพยพต่างๆ แอ่นอกกระเด้งรับ พร้อมยิ่งกว่าพร้อม

หากแต่บางประเทศในยุโรป และญี่ปุ่นยังต้องระวังตัว…รีบออกมาตรการชั่วคราวให้ผู้ที่เดินทางมาจากจีนทุกคนตรวจหาเชื้อโควิดโดยจะเริ่มบังคับใช้วันศุกร์ที่ 30 ธ.ค.2565 ที่ผ่านมา พร้อมทั้งมีแผนที่จะจำกัดจำนวนเที่ยวบินที่จะไปจีน

ราว 3 ปีที่ผ่านมา จีนก็ได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจมิใช่น้อย นักท่องเที่ยวเข้าไปในจีนก็หายไปเช่นกัน

26 ธันวาคม พ.ศ.2565 ที่ผ่านมา จีนยกเลิกข้อกำหนดการกักกันสำหรับผู้โดยสารทุกคนที่เดินทางมาจากนอกพรมแดนของประเทศ

8 มกราคม พ.ศ.2566 ยกเลิกมาตรการโควิดที่เข้มงวดอื่นๆ ทั้งหมดสำหรับผู้เดินทาง รวมถึงการกักกันผู้ป่วยที่เป็นบวกและการติดตามตัวที่น่าหงุดหงิดรำคาญ

อีกไม่นานจะได้รู้ว่า “หมู่หรือจ่า” หากแต่ทุกฝ่ายมองว่าจะเป็นผลบวกต่อการท่องเที่ยวของไทย… เม็ดเงินจะถูกหว่านออกมา

ลองมาย้อนดูประวัติ “การอพยพของชาวจีน” ที่สนั่นหวั่นไหว ไปทั่วโลกในอดีต เฉพาะบางกรณีที่น่าสนใจ

(ขอย้ำว่า เป็นประวัติการอพยพ ย้ายถิ่นฐาน…)

ชาวจีนย้ายถิ่นฐานครั้งใหญ่ในศตวรรษที่ 19 และต้นศตวรรษที่ 20 ชาวจีนราว 20 ล้านคนลงเรือสินค้า เสี่ยงตายในทะเลมายังเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ระหว่าง พ.ศ.2383-2463 (ตรงกับช่วง
รัชสมัยในหลวง ร.3-รัชสมัยในหลวง ร.6 : ผู้เขียน) โดยอาศัยความคุ้นเคยเส้นทางเดินเรือสินค้าที่ช่ำชอง

อีกหลายล้านคน… แยกย้าย กระจายกันไปทั่วโลกรวมทั้งอเมริกา ออสเตรเลีย

เหตุผลที่สำคัญที่สุดสำหรับการอพยพของชาวจีน คือ ความยากแค้น ดินฟ้าอากาศ ถูกกดขี่ รีดไถ มีแต่ศึกสงครามภายใน

“สงครามฝิ่น” (อังกฤษยกทัพไปบุกจีน) ระหว่างปี พ.ศ.2382-2385 คือ เหตุผลประการ 1 ที่ทำให้คนจีนไปไกลถึงอเมริกา

ก่อเกิดแรงงานไร้ฝีมือหรือที่เรียกว่า “กุลีรับจ้างจีน” ที่ชาวสยามคุ้นเคยเป็นอย่างดี เพราะถือว่า เดินทางเข้ามาได้ตลอดเวลา ชาวจีนบนเรือสำเภาเลือกเลยว่าจะไปที่ไหนในสยาม

อังกฤษที่ทำสงครามชนะจีน รวมถึงฝรั่งเศส บังคับให้รัฐบาลราชวงศ์ชิงอนุญาตให้กรรมกรชาวจีนอพยพจำนวนมากไปยังประเทศตะวันตกและอาณานิคมของพวกเขา เพื่อแทนที่ “ทาสผิวดำ”

นี่เป็นจุดเริ่มต้นของการกระจายตัวของชาวจีนไปทั่วโลก

การมาเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นเรื่องปกติ ยังไปถึงอเมริกา ไปเป็นกรรมกรสร้างทางรถไฟ ไปแอฟริกา ยุโรป

ชาวจีนขยัน อดทน ค้าขายเก่งเป็นเลิศ หนักเอา-เบาสู้ ไปที่ไหนก็ได้รับการต้อนรับในประเด็นแรงงาน ชาวจีนเองก็ใฝ่ฝันขอให้ได้ออกไปจากแผ่นดินจีน

ในช่วง พ.ศ.2480 (ก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2) มีชาวจีนประมาณ 8.5 ล้านคนทั่วโลก ซึ่งมากกว่าร้อยละ 90 อยู่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 กองทัพญี่ปุ่นรุกเข้าสู่แผ่นดินจีน 2 รอบ ยึดดินแดน นำตัวชาวจีนไปเป็นแรงงาน เป็นนางบำเรอในกองทัพ กองทัพญี่ปุ่นสังหารชาวจีนแบบบ้าคลั่งตายนับล้านคน

หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 จบลง ชาวจีน 2 กลุ่ม คือ กลุ่มของเจียง ไคเช็ค และกลุ่มของเหมาเจ๋อตุง แบ่งพวกทำสงคราม ประหารกันเองอีกต่างหาก ตายไปหลายล้านคน

ฝ่ายเหมาชนะสงคราม เปลี่ยนเป็นระบอบคอมมิวนิสต์ จัดตั้งสาธารณรัฐประชาชนจีน ทหารกุมอำนาจเบ็ดเสร็จ

ช่วง พ.ศ.2510 ประธานเหมา สั่งหยุดการอพยพออกนอกประเทศ กระแสการอพยพของชาวจีนโพ้นทะเลที่ดำเนินต่อเนื่องมากว่า 300 ปีหยุดชะงักลง

สรุปได้ว่า… ตลอดศตวรรษที่ 19 มีการก่อจลาจลครั้งใหญ่และการลุกฮือของชาวนาหลายครั้งทั่วประเทศจีน สิ่งเหล่านี้มีพื้นฐานมาจากความคับข้องใจต่างๆ รวมถึงความยากจน ความอดอยาก ความโกรธแค้นต่อการคอร์รัปชั่นของทางการ การข่มเหงรังแกจากเจ้าหน้าที่ ผู้ปกครอง ที่ผลัดเปลี่ยนกันมากดขี่ราษฎร

สำหรับคนไทยที่ได้อ่าน ได้ฟัง เรื่อง “สามก๊ก” ที่ย้อนไปในประวัติศาสตร์ลึกไปในกาลเวลา จะเข้าใจสภาพปัญหาได้อย่างลึกซึ้ง

ชาวจีน คือ แรงงานชั้นเยี่ยม เป็นแก้วสารพัดนึกที่ทั่วโลกยกย่อง

ประวัติศาสตร์ของสยามบันทึกว่า ชาวจีนมหาศาลถูกส่งไป “เกาะภูเก็ต” เพื่อเป็นแรงงานขุดแร่ดีบุก ต่อมาขยายตัวไปยัง จ.ระนอง

หาดใหญ่ ที่เจริญแบบพรวดพราด ก็เพราะชาวจีน

คูคลอง ในพระนครในยุคต้นรัตนโกสินทร์ ล้วนจ้างกุลีจีน แบบจ้างเหมาให้ขุด …งานดี มีมาตรฐาน ค่าแรงไม่แพงนัก

ชาวจีนโพ้นทะเลในอเมริกา…เป็น “พระเอกตัวจริง” บุกเบิกการสร้างทางรถไฟที่แสนหฤโหด รางรถไฟที่ต้องวางผ่านหุบเหว ผ่านภูเขาที่หนาวจัด ที่หาแรงงานไม่ได้ …ชาวจีนทำได้หมด สำเร็จจนกลายเป็นชุมชนไชน่าทาวน์ในแคลิฟอร์เนียมาจนทุกวันนี้

ชาวจีนเป็นแรงงานสร้างถนนและยึดพื้นที่รกร้าง สร้างท่าเรือและเมืองต่างๆ เป็นกุลีขุดทองคำที่ขุดได้ในสหรัฐอเมริกา ตามด้วยเปิดร้านอาหารและร้านขายของชำในยุโรปในศตวรรษที่ 20

เมื่อสร้างทางรถไฟในอเมริกาเสร็จ… ชาวจีนรวมตัวกันเป็นกลุ่มเป็นก้อน ทำมาค้าขายแบบเป็นล่ำเป็นสัน ชาวอเมริกันไม่ค่อยพอใจ ระแวงเรื่องการแย่งอาชีพ

ใ นปี พ.ศ.2425 รัฐสภา (สภาคองเกรส) ของสหรัฐอเมริกาได้ผ่านกฎหมายกีดกันชาวจีน ซึ่งเป็นกฎหมายของรัฐบาลกลางฉบับแรกที่ห้ามไม่ให้มีการย้ายถิ่น โดยเจาะจงเชื้อชาติอย่างชัดแจ้ง

ในทางปฏิบัติ กฎหมายดังกล่าวได้สั่งห้ามไม่ให้ผู้อพยพที่มีชาติพันธุ์จีนทั้งหมดเดินทางเข้าประเทศ ยกเว้นนักการทูต

มีการพบทองคำในรัฐแคลิฟอร์เนีย ชาวจีนกระโดดลงไปขุดหาทองแข่งกับเจ้าถิ่น …เกิดกระแสชิงชังคนจีนที่รุนแรงโดยเฉพาะในรัฐแคลิฟอร์เนียที่มีคนจีนอพยพเข้ามาเป็นจำนวนมากในยุคตื่นทอง

กฎหมายนี้สร้างความเกลียดชังคนจีนยิ่งรุนแรงขึ้น เรียกว่า “ยุคแห่งการขับไล่”

พ.ศ.2428 เกิดเหตุสังหารหมู่ชาวจีนที่เมืองร็อกสปริงส์ รัฐไวโอมิง …คนผิวขาวเกิดชิงชังชาวจีนที่เข้ามาแย่งงานทำ จึงบุกเข้าไปปล้นและฆ่าคนจีนในไชน่าทาวน์ ถูกจับเผาทั้งเป็นรวมแล้วมีคนตายไป 28 คน จับฆาตกรไม่ได้

กฎหมายฉบับนี้มีอายุนานถึง 30 ปี สร้างความเสียหายให้กับเศรษฐกิจของสหรัฐอย่างมาก ยกเลิกในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2

ปี พ.ศ.2566 หวังว่า…นักท่องเที่ยวชาวจีน จะเป็นตัวกระตุ้นเศรษฐกิจของไทยและหลายประเทศทั่วโลกที่กำลังรอการมาถึงพร้อมกับเงิน เกิดการจ้างงาน

แถมเป็นข้อมูลนะครับ… โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ… เกิดปรากฏการณ์ New Chinatown ย่านรัชดา ห้วยขวาง และอีกหลายพื้นที่ เป็นการเข้ามาทำธุรกิจของคนจีนรุ่นที่ 2 แตกต่างกับชาวจีนอพยพในอดีตอย่างชัดเจน คือเป็นชาวจีนที่มีความรู้ทางเทคโนโลยี ขอเข้ามาเพื่อการค้าการลงทุนในวัยหนุ่ม-สาว ไม่ได้เข้ามาเพื่อขายแรงงานแบบสมัยโบราณ…ซื้อกิจการมหาวิทยาลัย ซื้อหมู่บ้าน ซื้อที่อยู่อาศัยแบบหรูเลิศ เฉิดฉายในสังคมไทย…

มากันเยอะเลย

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image